ปลัด ทส. นำประชุมกองทุนสิ่งแวดล้อม ดัน “ข้าวลดโลกร้อน” ยกระดับเกษตรไทยสู่ Smart Farmer

วันนี้ (5 มีนาคม 2569) เวลา 09.30 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1002 ชั้น 10 อาคารทิปโก้ 2 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านระบบ VDO Conference

การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการสนับสนุนเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินโครงการด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายโครงการ อาทิ โครงการบูรณาการความร่วมมือเพื่อจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทับเบิก–เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โครงการจัดการป่าชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างมีส่วนร่วม ลุ่มน้ำแม่ปาน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โครงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรปลอดภัยจากทรัพยากรธรรมชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี โครงการยกระดับเรือนจำชั่วคราวนาโสก จังหวัดมุกดาหาร ให้เป็น “เรือนจำสีเขียว” และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกำชับให้ทุกโครงการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องยั่งยืน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการ สัญญาการรับเงินอุดหนุน (Grant Agreement) ระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ภายใต้โครงการการเพิ่มศักยภาพการปลูกข้าวที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ (Thai Rice: Strengthening Climate-Smart Rice Farming Project) ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) ซึ่งในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเงิน 2 ล้านยูโร เพื่ออุดหนุนโครงการทำนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 21 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

โอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ได้เน้นย้ำว่า โครงการดังกล่าวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิถึการทำนาเป็น “การทำนาแบบลดโลกร้อน” ของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำนา พร้อมยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็น Smart Farmer โดยสนับสนุนเกษตรกรให้ใช้เทคโนโลยีที่เท่าทันต่อภูมิอากาศ เช่น การคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลดาวเทียมจาก GISDA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตร ลดเผาตอซังข้าว เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“สุชาติ” รองนายกฯ และ รมว.ทส. ติดตามใกล้ชิด สั่งคงกำลังเฝ้าระวังไฟป่าลำพูนต่อเนื่อง หลังควบคุมสถานการณ์บ้านโฮ่งได้แล้ว

วันนี้ (5 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า แม้หลายพื้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

รองนายกฯสุชาติ ชื่นชม โคราช ขานรับมาตรการป้องกัน PM2.5 รับซื้ออ้อยไฟไหม้ต่ำสุด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการการดำเนินงานศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.)

รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง

รมว.ทส. สั่งเตรียมพร้อมรับพายุฤดูร้อน 3–6 มี.ค. นี้ จัดกำลัง–อากาศยาน พร้อมช่วยประชาชนทันที

วันนี้ (1 มีนาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยประชาชน หลัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 62 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร

“สุชาติ” ขอบคุณจิตอาสารักสัตว์ ย้ำเร่งสอบสาเหตุการตาย “สีดอหูพับ” โปร่งใส พร้อมเปิดเผยต่อสังคม

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังได้รับจดหมายเปิดผนึกจากชมรมจิตอาสารักสัตว์

รองนายกฯ สุชาติ สั่งกรมทะเล ผนึกกำลังผู้ประกอบการและชุมชน เร่งขจัดคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ หลังเหตุเรืออับปาง ย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่องป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ

จากกรณีเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีคราบน้ำมันบางส่วนถูกกระแสลมและคลื่นพัดเข้าสู่ชายฝั่งเกาะราชาใหญ่อย่างต่อเนื่อง