'นักวิชาการจุฬาฯ' ชี้แลนด์บริดจ์คือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ เเสียงหนุน 67% คือทุนสำคัญ ขอรัฐบาล อย่าทำเสียของ

วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อโครงการแลนด์บริดจ์ว่า เป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ โดยผลสำรวจของ NIDA Poll ล่าสุดสะท้อนว่า ประชาชนในภาคใต้ถึง 67.22% เห็นด้วยกับโครงการ ซึ่งถือเป็น “ทุนทางสังคม” ที่หาได้ยากสำหรับโครงการขนาดใหญ่

ดร.สติธร ระบุว่า ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ควรทำหรือไม่” แต่คือ “จะทำอย่างไรไม่ให้เสียของ” โดยมองว่า การได้รับเสียงสนับสนุนจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ถือเป็นจุดตั้งต้นที่ดีทางนโยบาย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเดียวกันชี้ให้เห็นว่า กว่า 54% ของประชาชนยังเข้าใจโครงการเพียงเล็กน้อย ขณะที่ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งมีเพียงส่วนน้อย

“นี่คือทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน” ดร.สติธร กล่าว พร้อมอธิบายว่า แม้รัฐบาลจะมีฐานความไว้วางใจเบื้องต้น แต่ความไว้วางใจที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเข้าใจที่ชัดเจน ย่อมมีความเปราะบาง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากไม่สามารถตอบคำถามของสังคมได้อย่างตรงไปตรงมา

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนความกังวลของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่ที่ 38.03% ผลกระทบต่อชุมชน 29.71% และความโปร่งใส 25.81% ซึ่งสะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องการการพัฒนาที่มีคุณภาพ

ดร.สติธร เตือนว่า หากรัฐอ่านสัญญาณเหล่านี้ผิด โครงการแลนด์บริดจ์อาจเผชิญปัญหาเช่นเดียวกับโครงการขนาดใหญ่ในอดีตที่จบลงด้วยความขัดแย้ง แต่หากตีความได้ถูกต้อง ความกังวลดังกล่าวจะกลายเป็นเข็มทิศสำคัญในการออกแบบนโยบาย

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางสำคัญ 4 ประการเพื่อสร้างความชอบธรรมให้โครงการในระยะยาว ได้แก่

ประการแรก รัฐต้องยกระดับการสื่อสารจากการให้ข้อมูลทางเดียว ไปสู่การสร้างพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านการเปิดเผยข้อมูลและตอบข้อสงสัยอย่างตรงไปตรงมา

ประการที่สอง ความโปร่งใสต้องถูกออกแบบเป็นกลไกเชิงสถาบัน เช่น การมีคณะกรรมการตรวจสอบที่มีภาคประชาชนและนักวิชาการเข้าร่วม รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ

ประการที่สาม ต้องทำให้ประชาชนในพื้นที่เป็น “ผู้ได้ประโยชน์” ไม่ใช่เพียง “ผู้เสียสละ” ผ่านการชดเชยที่เป็นธรรม การลงทุนในชุมชน และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น

และประการสุดท้าย ต้องยกระดับมิติสิ่งแวดล้อมให้เป็นแกนหลักของโครงการ โดยดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ตามมาตรฐานสากล และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

ดร.สติธร กล่าวทิ้งท้ายว่า ในภาพรวม โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็น “หมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์” ที่อาจกำหนดบทบาทของไทยในระบบเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกในอนาคต

“เสียงสนับสนุน 67.22% คือโอกาส แต่การรักษาเสียงนั้นไว้ คือบททดสอบที่แท้จริงของรัฐบาล”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักรัฐศาสตร์' ชี้บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ สะท้อนรัฐไทยปรับวิธีคิดเศรษฐกิจยุคใหม่ พาไทยหลุดกับดักรายได้ปานกลาง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นกรณีรัฐบาลแต่งตั้ง “คณะกรรมการน

'อนุทิน' โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง ดันแลนด์บริดจ์

เวลา 08.30 น. ณ โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก

ต่อยอดของเก่า ทำให้ดีขึ้น! นักรัฐศาสตร์ เจาะลึกไทยช่วยไทยพลัส 60:40 หลังประชาชนตอบรับดี ชี้ นโยบายรัฐที่ดี ไม่ต้องใหม่เอี่ยมเสมอไป แต่ต้องตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60:40” ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน คือการที่รัฐบาลเลือกนำระบบและแพลตฟอร์มที่ประชาชนคุ้นเคยจากโครงการ “คนละครึ่ง” มาต่อยอด แทนที่จะพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมด

'มท.4' ยัน 'แลนด์บริดจ์' รบ.ฟังความเห็นรอบด้าน ย้ำให้ความสำคัญผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ 

มท.4 สายใต้ภูมิใจไทยยันแลนด์บริดจ์ รัฐบาลฟังความเห็นรอบด้าน ก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือเก็บเข้าลิ้นชัก ย้ำให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบทรัพยากรธรรมชาติ 

สส.ภูมิใจไทย แถลงไขทำไมไม่ตั้ง กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ทำไม สส.ส่วนใหญ่ จึงมีมติไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ขึ้นมาใหม่?