"ดร.สติธร" ชี้การเยือนจีนของนายกฯ ยกระดับไทยจาก "ผู้ตาม" สู่ "หุ้นส่วน" วางรากฐานเศรษฐกิจอนาคต–เสริมหลักประกันความมั่นคง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจด้านการต่างประเทศที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของปี และเป็นมากกว่าการเยือนเชิงสัญลักษณ์ เพราะสามารถยกระดับความสัมพันธ์ไทย–จีนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมทั้งในมิติความมั่นคงและมิติเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสองปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทย

ดร.สติธร กล่าวว่า ในด้านความมั่นคง ผลลัพธ์ที่สำคัญคือความชัดเจนจากฝ่ายจีนต่อกรณีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ส่งมอบให้กัมพูชา โดยจีนยืนยันว่าจะไม่สนับสนุนให้นำอาวุธดังกล่าวมาใช้ในการสู้รบกับไทย แม้คำยืนยันดังกล่าวจะไม่ได้ทำให้ปัญหาชายแดนยุติลงในทันที แต่ในมุมมองด้านการเมืองระหว่างประเทศ ถือเป็น "หลักประกันทางการเมืองและการทูต" ที่มีนัยสำคัญ ช่วยลดความเสี่ยงของการยกระดับความขัดแย้ง และเปิดพื้นที่ให้กลไกทางการทูตดำเนินงานได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน มิติเศรษฐกิจของการเยือนครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปีที่ไทยสามารถยกระดับความร่วมมือกับจีนอย่างครอบคลุมในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับเศรษฐกิจไทย

ดร.สติธร ระบุว่า ข้อกังวลที่ว่าความร่วมมือกับจีนจะทำให้ไทยพึ่งพาจีนมากเกินไปนั้น ควรมองอย่างรอบด้าน เพราะหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การร่วมมือกับจีนหรือไม่ แต่อยู่ที่ไทยสามารถกำหนดวาระและต่อรองผลประโยชน์ของตนเองได้มากเพียงใด โดยการเยือนครั้งนี้สะท้อนว่า ไทยพยายามวางบทบาทในฐานะ "หุ้นส่วน" มากกว่า "ผู้ตาม" ผ่านการใช้จุดแข็งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ศักยภาพอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อดึงดูดการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

"คำถามเชิงยุทธศาสตร์ที่แท้จริง ไม่ใช่ว่าควรร่วมมือกับจีนหรือไม่ แต่คือไทยจะเปลี่ยนความร่วมมือนั้นให้กลายเป็นการสร้างงาน การพัฒนาบุคลากร การยกระดับเทคโนโลยี และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยได้มากเพียงใด" ดร.สติธร กล่าว

นอกจากนี้ ยังมองว่าการเยือนจีนครั้งนี้ส่งสัญญาณสำคัญต่อประชาคมโลกว่า ไทยกำลังวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมของภูมิภาค ไม่ใช่เพียงฐานการผลิตแบบดั้งเดิม แต่เป็นฐานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้ง EV, AI, Humanoid Robotics และ Semiconductor

ดร.สติธร กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถผลักดันให้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนำไปสู่การลงทุนจริง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาทุนมนุษย์ควบคู่กันไป การเยือนครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะยาว พร้อมทั้งย้ำว่า ไทยควรดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างสมดุล ร่วมมือกับทุกประเทศมหาอำนาจบนพื้นฐานของผลประโยชน์แห่งชาติ โดยยึดหลัก "ไม่เลือกข้าง แต่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ"

ทั้งนี้ ดร.สติธร สรุปว่า หากจะสรุปผลการเยือนจีนครั้งนี้ในประโยคเดียว คือ ไทยไม่ได้เดินทางไปในฐานะผู้ขอความช่วยเหลือหรือผู้ตามของจีน หากแต่เดินทางไปในฐานะประเทศที่มีศักยภาพ พร้อมใช้โอกาสจากการเติบโตของจีนเพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ ภายใต้หลักการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติและอธิปไตยของไทยเป็นสำคัญ 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักรัฐศาสตร์' ชี้บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ สะท้อนรัฐไทยปรับวิธีคิดเศรษฐกิจยุคใหม่ พาไทยหลุดกับดักรายได้ปานกลาง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นกรณีรัฐบาลแต่งตั้ง “คณะกรรมการน

ต่อยอดของเก่า ทำให้ดีขึ้น! นักรัฐศาสตร์ เจาะลึกไทยช่วยไทยพลัส 60:40 หลังประชาชนตอบรับดี ชี้ นโยบายรัฐที่ดี ไม่ต้องใหม่เอี่ยมเสมอไป แต่ต้องตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60:40” ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน คือการที่รัฐบาลเลือกนำระบบและแพลตฟอร์มที่ประชาชนคุ้นเคยจากโครงการ “คนละครึ่ง” มาต่อยอด แทนที่จะพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมด

นักวิชาการมอง “อนุทิน” เดินเกมใหญ่ ใช้ฝรั่งเศสเปิดประตูยุโรป ดันไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์การเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ไม่ใช่เพียงภารกิจทางการทูตทั่วไป แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ถ่วงดุลอำนาจของไทยในระเบียบโลกใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น

เกาหลีใต้โมเดล ! “ดร.สติธร” ชี้ รัฐจับมือเอกชน คือกุญแจปลดล็อกศักยภาพไทย สู่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเปิดเวทีหารือร่วมกับผู้บริหารภาคเอกชนรายใหญ่ของประเทศ ว่า

'นักวิชาการจุฬาฯ' ชี้แลนด์บริดจ์คือโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ เเสียงหนุน 67% คือทุนสำคัญ ขอรัฐบาล อย่าทำเสียของ

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อโครงการแลนด์บริดจ์ว่า เป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ

นักวิชาการชี้ Moody’s ปรับ Outlook ไทยสู่ 'Stable' คือสัญญาณโครงสร้างเศรษฐกิจแข็งแกร่ง แนะรัฐเปลี่ยนบทบาท 'อัดฉีด' สู่ 'ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจ'

ไม่ใช่เพียงข่าวดีในเชิงเทคนิคด้านการเงิน แต่เป็นสัญญาณเชิงโครงสร้าง ที่สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว