
สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. โดย หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค. หรือ PMUB) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “The 1st Heritage Science Forum” ภายใต้แนวคิด “The Starting Point: Applying Advanced Science to Preserve and Enhance Cultural Heritage” ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ สีลม โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วยนายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานกรรมการ บพค. ปฏิบัติหน้าที่ประธานอนุกรรมการประจำหน่วยฯ (บพค.) และมี ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. ให้การต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานฯ เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัยไทยและนานาชาติ พร้อมขับเคลื่อนการใช้วิทยาศาสตร์และการวิจัยระดับขั้นแนวหน้ามาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
การจัดงานครั้งนี้นับเป็นภารกิจสำคัญภายใต้บทบาทใหม่ของ รวพ. ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อเป็นกลไกหลักของประเทศในการเร่งรัดให้งานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดย บพค. ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อน “Heritage Science” หรือ “วิทยาศาสตร์เพื่อมรดกวัฒนธรรม” ในฐานะหนึ่งในประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต ที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และการเสริมสร้าง Soft Power ของไทยในเวทีโลก

อว. ชู Science Diplomacy นำวิทยาศาสตร์รับใช้สังคม สอดรับนโยบายรัฐบาล
ภายในงานฯ ได้รับเกียรติอย่างสูงจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Strategic Direction for Thailand” โดยเน้นย้ำว่า เวทีในวันนี้มิได้เป็นเพียงการประชุมวิชาการ หากแต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของภาครัฐไทยที่ชูยุทธศาสตร์ พลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม มุ่งยกระดับสู่ประเทศรายได้สูง อันเป็นกลไกในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่อัตลักษณ์ของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
รัฐมนตรีว่าการ อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. ยึดหลัก “วิทยาศาสตร์ต้องรับใช้สังคม” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พ.ศ. 2566-2570 ที่เน้นการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ระหว่างวิทยาศาสตร์ (STEM) และสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ (SHA) เพื่อเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตและรักษาอัตลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมั่งคั่ง ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของชาติที่ต้องการการดูแลด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
นอกจากนี้ การจับมือกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสในครั้งนี้ ช่วยให้การทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) เป็นภาษากลางสำหรับสร้างพันธมิตรทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย–ฝรั่งเศสที่ดำเนินมายาวนานกว่า 340 ปี ซึ่ง Heritage Science Forum ครั้งนี้ถือเป็นเวทีแรกที่ทั้งสองประเทศจัดร่วมกันอย่างเป็นทางการในการด้านการอนุรักษ์คุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นจุดเริ่มต้นในการวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางด้าน Heritage Science แห่งภูมิภาคอาเซียน” ในอนาคต

บพค. เร่งรัดการลงทุนใน “ทุนทางปัญญา” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย Frontier Research
ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวต้อนรับและรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานว่า ภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่ของ รวพ. นั้น พันธกิจของ บพค. ได้ปรับให้มุ่งเน้นการ “เร่งรัดเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Accelerate Technology & Innovation)” เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติ โดยยังคงดำรงบทบาทผู้นำในการสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ทั้งในสาขาปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมทั้งให้น้ำหนักกับ Heritage Science ที่ผนวกเทคโนโลยีขั้นแนวหน้ามาใช้ในงานวิจัยและพัฒนา
ดร.ณิรวัฒน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า บพค. มอง Heritage Science ว่าเป็นการเชื่อมโยงคุณค่าและทุนจากอดีต ด้วยองค์ความรู้นำสมัยในปัจจุบัน ไปสู่การสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจสำหรับอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วัสดุศาสตร์ระดับนาโน และการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมโบราณ (Ancient DNA) เพื่อถอดรหัสภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ในวัตถุทางวัฒนธรรม ขณะเดียวกันยังมุ่งทลายกำแพงระหว่างศาสตร์วิทยาศาสตร์ (STEM) กับศาสตร์ทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ (SHA) เพื่อสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงที่มีความเข้าใจในมิติทางวัฒนธรรมและสามารถใช้เทคโนโลยีในการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่สังคม
นอกจากนี้ บพค. ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับเครือข่ายระดับโลก ผ่านโปรแกรมสนับสนุนทุน อาทิ Global League ที่มุ่งให้คนไทยได้เข้าไปอยู่ในภาคีแกนนำสำคัญระดับโลก และกลไก Brainpower Linkage ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักวิจัยกับสถาบันชั้นนำของฝรั่งเศสและประเทศในยุโรป เพื่อยกระดับมาตรฐานงานวิจัยไทยสู่ระดับ World-class ตลอดจนที่ผ่านมา ได้ร่วมสนับสนุนทุนแลกเปลี่ยนการวิจัยของนักวิจัยหลังปริญญาเอก-โท ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบัน
ไฮไลต์ภายในงาน: วิทยาศาสตร์ขั้นสูงเปิดประตูสู่อดีต
ภายในงานได้นำเสนอกรณีศึกษาระดับโลก โดย Dr. Sigrid Mirabaud จากกระทรวงวัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส บรรยายในหัวข้อ Heritage Science: Connecting Research, Museums and Heritage Conservation พร้อมทั้ง Dr. Ann Bourges จากศูนย์วิจัยและบูรณะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฝรั่งเศส (C2RMF) นำเสนอการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงการเสวนาเรื่องการบูรณะมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งกรุงปารีส (Notre-Dame de Paris) ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการกู้คืนสัญลักษณ์อันสำคัญของมนุษยชาติ

ในด้านประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจาย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรยายเรื่องโบราณคดีไทยจากอดีตสู่อนาคตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) นำเสนอการใช้เทคนิควิเคราะห์ขั้นสูงในการฟื้นคืนเทคโนโลยีการผลิต “กระจกเกรียบ” แห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ทางวัฒนธรรมที่สูญหายไปนานเกือบหนึ่งศตวรรษ
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “The Journey of Heritage Science” ที่จัดแสดงผลงานวิจัยเด่น 6 โครงการ อาทิ การถอดรหัสทองคำโบราณแห่งปราสาทหินพิมาย การฟื้นคืนกระจกจืนแห่งล้านนา การวิเคราะห์เชิงคำนวณ (Computational Analysis) เพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยความร่วมมือระหว่างสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) กับกรมศิลปากร
ก้าวต่อไป: จากห้องปฏิบัติการสู่พิพิธภัณฑ์ จากนักวิจัยสู่ประชาชน
การจัดงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ที่สร้างคุณค่าให้กับสังคม โดย บพค. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุน พร้อมเป็นผู้ลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในทุนทางปัญญาและกำลังคนสมรรถนะสูงที่จะเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ผ่านการสร้างระบบนิเวศวิจัยที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านวัฒนธรรม สถาบันวิจัย และเครือข่ายระดับนานาชาติเข้าด้วยกัน
อว. - รวพ. - บพค. เชื่อมั่นว่า “The 1st Heritage Science Forum” จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานต่างประเทศ และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์เพื่อมรดกวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียน และเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมไทยว่า มรดกวัฒนธรรมของชาติคือ “ทุนแห่งอนาคต” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างไม่สิ้นสุด หากได้รับการดูแลด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ศรีญาดา” ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว.เปิดนิทรรศการ “5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise” พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิด “นิทรรศการ 5D Mixed Reality Experience” และกิจกรรม “Hidden Paradise” อย่างเป็นทางการ โดยมี นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) หรือ NSM
“อ.เชน – ยศชนัน” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ จ. สงขลา ลั่นต้องเชื่อมโยงผู้ประ กอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกันเพื่อบ่มเพาะธุรกิจไทยให้ก้าวไปสู่ระดับยูนิคอร์น
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ (จ. สงขลา) เพื่อเยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge การเชื่อมโยงเครือข่ายนวัตกรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคใต้ นักวิจัย
อว. ดึง 'KOSEN' ญี่ปุ่น ปั้นคนเทคโนโลยี ป้อนอุตสาหกรรมอนาคต
รัฐบาลเดินหน้าขยายหลักสูตร “KOSEN” จากญี่ปุ่นสู่มหาวิทยาลัยไทย ผลิตกำลัง
อว. ผนึก จุฬาฯ และ AIS เปิดตัวคอร์ส อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเสวนาในหัวข้อ สร้างคนไทยให้พร้อมใช้ AI อย่างมีคุณภาพ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ภายในการแถลงข่าวเปิดตัวคอร์สเรียน “อุ่นใจไซเบอร์ : AI Literacy”

