
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมองค์กรเอกชนเกี่ยวกับการเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ โดยมีนางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เกียรติมาเป็นวิทยากร พร้อมด้วยนางสาวกิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รองศาสตราจารย์ ดร. วสันต์ เหลืองประภัสร์ รองศาสตราจารย์ ดร.จุฬณี ตันติกุลานันท์ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวน 37 แห่ง เข้าร่วมในการประชุม ณ ห้องอเนกประสงค์ มิวเซียมสยาม กรุงเทพมหานคร

นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยได้มีการดำเนินงานตามความมุ่งประสงค์ของอนุสัญญาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานในการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เริ่มตั้งแต่การตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการ และการดำเนินงานส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ภายในอาณาเขตของประเทศ การจัดทำและขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ขึ้นบัญชีในระดับชาติ จำนวน 424 รายการ การขอขึ้นทะเบียนรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยต่อยูเนสโก ซึ่งปัจจุบันมีรายการที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกในประเภทบัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จำนวน 6 รายการ ได้แก่ โขน (พ.ศ. 2561 ) นวดไทย (พ.ศ. 2562 ) โนรา (พ.ศ. 2564 ) สงกรานต์ในประเทศไทย (พ.ศ. 2566 ) ต้มยำกุ้ง (พ.ศ. 2567) และ เคบายา (พ.ศ. 2567) ซึ่งรายการหลังนี้ เสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกร่วมกับประเทศบรูไนดารุสซาราม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ ยังมีรายการที่อยู่ในระหว่างการนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อีกจำนวน 4 รายการ ได้แก่ มวยไทย ประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย ผ้าขาวม้า: ผ้าเอนกประสงค์ในวิถีชีวิตไทย และการฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย
รองอธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า การดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินการร่วมกับชุมชนผู้เป็นเจ้าของ และผู้ปฏิบัติมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สถาบันการศึกษา องค์กรภาคเอกชน และหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินงานปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในระดับนานาชาติตามอนุสัญญาฯ นั้นได้ให้ความสำคัญกับพลังขององค์กรภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้มีชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ หลายประเทศได้ผลักดันองค์กรเอกชนในประเทศของตนให้เข้ามามีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ แต่ประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินการ

“ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกับสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการส่งเสริมองค์กรเอกชนให้มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมทีจับต้องไม่ได้ในครั้งนี้ เพื่อผลักดันองค์กรเอกชนของไทยให้เข้ามามีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้มีชีวิตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับชาติและนานาชาติ การประชุมวันนี้ เป็นวาระสำคัญที่จะได้รับทราบข้อมูลถึงบทบาทและความสำคัญขององค์กรภาคเอกชนในการปกป้องและคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาฯ”นางปรารถนา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วธ.ต่อยอด The Lost Taste ยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่สากล
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” (TBLF) ภายใต้แนวคิด “The Lost Taste : The Living Heritage”
สวธ.เปิดนิทรรศการหุ่นละครเล็กเฉลิมพระเกียรติ 'สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี'
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา74 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับบริษัท โจหลุยส์ ไทย อาร์ต จำกัด ดำเนินโครงการ “สานศิลป์ไทย ใต้ร่มพระบารมี” ขึ้น เพื่อนำเสนอคุณค่าของศิลปกรรมไทยและนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย สร้างการรับรู้และเปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้าถึงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็ก ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และเอกลักษณ์ของช่างศิลป์ไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

