
ในหลวงโปรดเกล้าฯ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญถุงพระราชทานมอบแก่ชาวสุพรรณประสบวาตภัย-อัคคีภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจ
10 ก.พ.2565 – เวลา 07.25 น. พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการเกิดวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ ห้องประชุม วัดการ้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมรายงานการเกิดเหตุ ต่อจากนั้น เวลา 08.33 น.ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวนรวม 238 ถุง ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ณ ศาลาการเปรียญวัดการ้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ
ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบเหตุวาตภัยและอัคคีภัย ในพื้นที่บ้านดอนระกำ ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา

จังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 110 ตำบล 1,007 หมู่บ้าน โดยเหตุวาตภัยได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ได้เกิดฝนตกและลมกระโชกแรงเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายและราษฎรได้รับความเดือดร้อน ใน 5 อำเภอ 15 ตำบล 36 หมู่บ้าน ได้แก่พื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภออู่ทอง อำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอเดิมบางนางบวช ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 228 ครัวเรือน สำหรับเหตุอัคคีภัยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2564 ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอศรีประจันต์ อำเภอบางปลาม้า อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอด้านช้าง บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายใน 10 ตำบล 10 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนร้อน 13 ครัวเรือน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่พร้อมกับหน่วยงานภาครัฐ สมาคม มูลนิธิ และจิตอาสาพระราชทาน และได้เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมกับให้ความช่วยเหลือในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และด้านต่าง ๆ ในเบื้องต้นแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปพระราชทานน้ำสรงพระศพ และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวด พระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
ในหลวง พระราชทานเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ เรื่อง สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่า
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมขบวนเชิญพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ไปในการพระราชทานน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรรราชธิดา
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

