
ตลอดระยะเวลา10 ปี โครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” ภายใต้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้เดินหน้าส่งต่อ “โอกาส” และสร้าง “คุณค่า” ให้สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด! ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลครบทั้ง 100 สนามตามเป้าหมาย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งสนามบนดอย บนเกาะ แม้แต่พื้นที่ชายแดน ไปจนถึงชุมชนห่างไกลที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย และการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาให้แก่เยาวชนไทยอย่างเท่าเทียม ซึ่งสนามฟุตบอลทั้ง 100 แห่ง ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับกีฬาฟุตบอล หากแต่เป็น “พื้นที่แห่งความหวัง” ที่สามารถต่อยอดสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างหลากหลาย
สนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลขนาด 7 คนเล่น ทั้ง 100 สนาม ได้กระจายครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ประกอบด้วย ภาคเหนือ จำนวน 13 สนาม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 29 สนาม ภาคกลาง จำนวน 24 สนาม ภาคตะวันออก จำนวน 10 สนาม ภาคตะวันตก จำนวน 6 สนาม และภาคใต้ จำนวน 18 สนาม โดยทุกสนามได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานสากล คำนึงถึงความปลอดภัย ความคงทน และการใช้งานที่หลากหลาย รองรับทั้งการเรียนการสอน การฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬา รวมถึงการใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนบทบาทของสนามฟุตบอลที่เป็นมากกว่าพื้นที่กีฬา แต่เป็นพื้นที่สานฝัน สร้างคน สร้างโอกาส และเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ในการเป็น “ผู้ให้” ที่เชื่อมั่นใน
“พลังของคนไทย” และเชื่อใน “พลังแห่งความเป็นไปได้”
สำหรับสนามฟุตบอลหญ้าเทียมสนามที่ 100 ได้ส่งมอบให้แก่ โรงเรียนพังเคนพิทยา อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี โรงเรียนศูนย์กลางของชุมชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งที่ผ่านมาเผชิญข้อจำกัดด้านพื้นที่ออกกำลังกายและสนามกีฬาที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากสภาพพื้นดินส่วนใหญ่เป็นหินและดินแข็ง ส่งผลให้การฝึกซ้อมกีฬาและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เป็นไปอย่างไม่เต็มศักยภาพ การได้รับเลือกให้เป็นสนามแห่งที่ 100 ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นแห่งความหวังที่เข้ามาเติมเต็มความฝันและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ทั้งโรงเรียนและชุมชน
นายวิศวะ โทบุดดี ผู้อำนวยการโรงเรียนพังเคนพิทยา จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การได้รับการสนับสนุนสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลจาก คิง เพาเวอร์ ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญและสร้างความปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งให้แก่โรงเรียนและชุมชน วินาทีที่มีการประกาศว่าโรงเรียนพังเคนพิทยาได้รับคัดเลือกให้เป็นสนามแห่งที่ 100 ของโครงการฯ เสียงแห่งความยินดีและรอยยิ้มของนักเรียนสะท้อนให้เห็นถึงความสุขและความหวัง ปัจจุบันในทุก ๆ เย็น จะมีเยาวชนและคนในชุมชนจำนวนมาก หมุนเวียนเข้ามาใช้พื้นที่แห่งนี้อย่างคึกคัก ทำให้บรรยากาศในอำเภอนาตาลอบอวลไปด้วยความสนุกสนาน
หลังจากที่รู้ว่าโรงเรียนจะได้สนามฯ จำนวนของเด็กที่มาสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนพังเคนพิทยามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเด็ก ๆ หลายคนในพื้นที่และละแวกใกล้เคียง ต่างมีความฝันและอยากได้มีโอกาสเข้ามาฝึกซ้อมบนสนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งนี้ ประกอบกับทางโรงเรียนมีโค้ชฟุตบอลมืออาชีพอย่างโค้ชเลอ - เลอโค้ช ภูมิจักร ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และประสบการณ์ในการฝึกสอนอย่างเข้มข้น เพื่อปั้นเยาวชนสู่เส้นทางการเป็นนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ โดยทางโรงเรียนได้วางแนวทางบริหารจัดการสนามอย่างเป็นระบบและยั่งยืน มีการจัดตั้งชมรมกีฬาเพื่อดูแลรักษาพื้นที่ พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการศึกษาและกีฬา เพื่อผลักดันให้โรงเรียนพังเคนพิทยาเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมและการแข่งขันฟุตบอลของพื้นที่ในอนาคต
“ผมเชื่อมั่นว่าสนามฟุตบอลแห่งนี้เปรียบเสมือนผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต ให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตอย่างแข็งแรง มีวินัย มีความฝัน และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองไปสู่การเป็นกำลังสำคัญของวงการฟุตบอลไทยและสังคมไทยต่อไป” นายวิศวะ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในเส้นทางการเดินทางของโครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” ได้ส่งต่อความสุขให้กับเยาวชนในอีกหลายพื้นที่ ซึ่งมีเรื่องราวความประทับใจที่สะท้อนถึงคำว่า ‘โอกาส’ อย่างแท้จริง เฉกเช่นเรื่องราวของโรงเรียนอ่าวกะพ้อ อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ซึ่ง นายอุดม กูลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ อำเภอเกาะยาว เล่าว่า ได้รับมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจากคิง เพาเวอร์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ดูแลรักษาสนามเป็นอย่างดีและใช้งานอย่างคุ้มค่า โดยมีเรื่องราวที่ภาคภูมิใจเกิดขึ้นจากสนามแห่งนี้มากมาย อาทิ การที่สนามฟุตบอลแห่งนี้ได้ 'เปลี่ยนชีวิต' ของเด็ก 2 คนอย่าง นายชาครินต์ หลีช่วย และนายอัครินทร์ โชคเกื้อ พวกเขาคือเด็กสภานักเรียนที่ช่วยขนทราย ช่วยดูแลสนามด้วยความรักตั้งแต่กำลังเริ่มก่อสร้าง และช่วยวางระบบร่วมกับคณะครูในการดูแลสนาม พร้อมช่วยจัดตั้งอะคาเดมี อ่าวกะพ้อคิงส์ จนกลายเป็นทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่งที่สุดในเกาะยาว และสามารถต่อยอดโอกาสในชีวิตได้รับทุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ พวกเขายังคงกลับมาที่สนามแห่งนี้ มาช่วยฝึกสอนฟุตบอลให้น้อง ๆ ในพื้นที่ และมีเป้าหมายที่แน่วแน่ว่า หลังจากเรียนจบในปี 2570 จะกลับมาบรรจุเป็นข้าราชการครูที่เกาะยาว ซึ่งจะใช้สนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งเดิมของคิง เพาเวอร์ ที่เคยให้โอกาสพวกเขา เป็นพื้นที่ในการส่งต่อโอกาสให้กับเด็ก ๆ รุ่นต่อไปในชุมชน
ถัดมาอีกหนึ่งพื้นที่กลางทะเลอันดามัน บนพื้นที่ของเกาะลิบง ณ โรงเรียนบ้านบาตูปูเต๊ะ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ทุกคนบนเกาะรอคอยสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากล โดยมี นายเรวัต ชุมนุมเศษ เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มการขอสนามฟุตบอล ในโครงการ 100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย ได้บอกเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงในมิติเศรษฐกิจชุมชนว่า “สนามฟุตบอลหญ้าเทียมได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางในการทำกิจกรรมของทุกคนบนเกาะลิบง เราใช้พื้นที่ตรงนี้จัดกิจกรรมตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงระดับชุมชน ทำให้ประชากรกว่า 4,000 คน จากทั้ง 4 หมู่บ้านบนเกาะ ได้รับประโยชน์ร่วมอย่างเต็มที่ และเนื่องด้วยเกาะลิบงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีความปลอดภัยสูง ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการ และโรงเรียนจึงทำงานร่วมกัน เมื่อมีกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมไปถึงคณะศึกษาดูงาน โดยเฉพาะจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่เดินทางมาพักผ่อนแล้วอยากเล่นฟุตบอล ทางโฮมสเตย์ก็จะติดต่อตรงมาจองสนามกับทางโรงเรียน เรียกได้ว่าสนามฟุตบอลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนในทุกมิติ ตั้งแต่พ่อค้าแม่ค้าในชุมชนขับรถมาตั้งร้านขายอาหารและเครื่องดื่มรอบ ๆ สนาม ยิ่งในวันที่มีการจัดการแข่งขันฟุตบอล รายได้จะกระจายไปเป็นทอด ๆ ตั้งแต่เรือโดยสาร รถซาเล้งพ่วงข้างที่รับส่งนักกีฬามาสนามฟุตบอล และโฮมสเตย์ต่าง ๆ บนเกาะก็ได้รับประโยชน์จากการเข้าพัก สนามฟุตบอลหญ้าเทียมจึงเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเกาะลิบงอย่างยั่งยืน
ความสำเร็จของโครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” จึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบสนามฟุตบอลครบตามเป้าหมาย แต่คือการส่งต่อพลังแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคตที่ยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ในการเป็น “ผู้ให้” ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และพร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์สังคมไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรงไปด้วยกัน ผ่านพลังของกีฬา ความฝัน และโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กดุลย์' ชี้ทหารกัมพูชาเจ็บ อาจเหยียบกับระเบิดเอง ยันไทยคุมเข้มตามกฎการปะทะ-ถ้อยแถลงร่วมฯ
รมว.กลาโหม โต้กัมพูชากล่าวหาทหารไทยขว้างระเบิดเข้าใส่ จนทำให้กำลังพลกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ ลั่นเหยียบกับระเบิดเอง
กมธ.มั่นคงฯ ลุยจันทบุรี ดูสร้างรั้วชายแดนคืบ 45% ทร.ยันคุมพื้นที่อยู่ ปิดด่าน 24 ชม.
กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี ติดตามการก่อสร้างรั้วชายแดนนำร่อง อ.โป่ง
บึ้มสนั่น 'กอทูเล' ตรงข้ามชายแดนท่าแซะชุมพร
กองทัพอากาศเมียนมาทิ้งระเบิด 3 ลูก ถล่มฐานกะเหรี่ยงกอทูเล ตรงข้ามชายแดนท่าแซะ จ.ชุมพร ฝ่ายมั่นคงจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด
เปิดเต็มรูปแบบ ทางหลวงทล.101 ’น่าน–เฉลิมพระเกียรติ‘ประตูการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว
‘กรมทางหลวง’แจ้งเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 101 ช่วง‘บ้านปอน–อำเภอเฉลิมพระเกียรติ’ระยะทาง 33.8 กม.เต็มรูปแบบ ยกระดับการเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น เพิ่มความปลอดภัย หนุนโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชื่อม’ไทย–สปป.ลาว’บูมกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน
สว. ร้อง 'รัฐสภาไทย' ตัดสัมพันธ์กัมพูชา จี้รัฐบาลงดช่วยเหลือหลายด้าน เหตุไม่เคยสำนึก
สว. ร้อง รัฐสภาไทย ตัดสัมพันธ์กัมพูชา จี้ รัฐบาลงดให้การช่วยอีกหลายด้านจนว่าสถานการณ์ 2 ประเทศจะกลับสู่ภาวะปกติ เหตุ เขมรไม่เคยจริงใจ-ไม่สำนึกผิด ซ้ำร้ายชายแดนยังตึงเครียดอีก
ทภ.2 แจงคลิปบันไดปราสาทคนา ชี้อยู่ฝั่งกัมพูชา ยันทหารไทยคุมพื้นที่ด้านบน
กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ในโซเชียล อ้างทหารกัมพูชาเคลื่อนกำลังบริเวณปราสาทคนา ระบุบันไดไม้ที่ปรากฏในภาพอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา ส่วนพื้นที่ด้านบนถูกทหารไทยเข้า

