
2 ชาติในอาเซียน “ทีมชาติมาเลเซีย” และ “ทีมโก ฟอร์ โกลด์” จากฟิลิปปินส์ ยกทัพใหญ่มาชิงชัยศึกเสือภูเขาครอสคันทรี่นานาชาติ “ไทยแลนด์ เมาเท่นไบค์ คัพ 2024” ที่เขื่อนวชิรลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี วันที่ 16-17 ม.ค.67 เพื่อเก็บคะแนนสะสมไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส พร้อมอยู่ต่อเพื่อแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามที่ 1 วันที่ 19-21 ม.ค.67 ทั้ง 2 ทีม ด้านทีมชาติคาซัคสถาน และทีมชาตินิวซีแลนด์ หนีอากาศหนาวมาพักผ่อนและฝึกซ้อมล่วงหน้าที่พัทยา
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (เอซีเอฟ) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตามที่ สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับเทศบาลตำบลทองผาภูมิ, เขื่อนวชิราลงกรณ, อำเภอทองผาภูมิ และจังหวัดกาญจนบุรี จัดการแข่งขันจักรยานประเภทถนนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์ภูมิพล” และจักรยานประเภทเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2567 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม ที่เขื่อนวชิราลงกรณ โดยในประเภทถนน สมาคมฯ ได้ลงทะเบียนกับสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ให้เป็นรายการชิงแชมป์ประเทศ ระดับ CN นักกีฬาที่ชนะเลิศการแข่งขันรายการไทม์ไทรอัล และรายการโรดเรซ รุ่นที่กำหนด จะได้สิทธิ์สวมเสื้อสีขาวที่มีลายธงชาติไทยคาดหน้าอกไปแข่งขันรายการต่าง ๆ ในปี 2025 ที่ “ยูซีไอ” ให้การรับรองได้ทั่วโลก
พลเอกเดชา กล่าวว่า พร้อมกันนี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ จัดการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรี่นานาชาติ “ไทยแลนด์ เมาเท่นไบค์ คัพ 2024” ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2567 ซึ่งได้ลงทะเบียนกับ “ยูซีไอ” ให้เป็นรายการนานาชาติ ระดับ C1 เป็นรายการเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยพิธีเปิดการแข่งขันในวันที่ 16 มกราคม เวลา 12.30 น. ได้รับเกียรติจาก ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มาเป็นประธานในพิธี ณ เขื่อนวชิราลงกรณ ขณะที่ทีมต่าง ๆ ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน ล่าสุด มีทีมที่ยืนยันมาแน่นอนแล้วจำนวน 15 ทีม จาก 11 ประเทศ ทั้งจากมาเลเซีย, สิงคโปร์, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, อินโดนีเซีย, คาซัคสถาน, อิสราเอล, เยอรมนี และไทย โดยทีมโก ฟอร์ โกลด์ ของฟิลิปปินส์ และทีมชาติมาเลเซีย ส่งนักกีฬาเข้ามามากที่สุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่และนักปั่นทีมละไม่ต่ำกว่า 30 คน นอกจากนี้ยังมีทีมระดับสโมสรของไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันอีกไม่ต่ำกว่า 10 สโมสร
“ตอนนี้มีหลายทีมเตรียมเดินทางมาล่วงหน้าก่อนการแข่งขันเพื่อหนีอากาศหนาว เช่น ทีมชาติคาซัคสถาน และทีมชาตินิวซีแลนด์ ติดต่อประสานงสานมายังสมาคมกีฬาจักรยานฯ ว่าจะเดินทางมาล่วงหน้าก่อนการแข่งขันประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ทางสมาคมฯ จะเริ่มรับรองนักกีฬาต่างชาติตามระเบียบการแข่งขันคือวันที่ 13 มกราคม เป็นต้นไป ดังนั้นในช่วงที่ยังไม่เข้าระบบรับรองนักกีฬาต่างชาติ ทั้ง 2 ทีมก็อยากจะหาสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนพร้อมทำการฝึกซ้อมไปด้วย ทางสมาคมกีฬาจักรยานฯ จึงแนะนำและประสานงานให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ทีมไปท่องเที่ยวที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ถือเป็นโอกาสเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของไทยให้ชาวต่างชาติรู้จัก ในอนาคตนักกีฬาเหล่านี้ก็จะพาครอบครัวกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทยอีก เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยไปในตัว” พลเอกเดชา กล่าว
นายกสองล้อไทย กล่าวอีกว่า สำหรับทีมชาติมาเลเซียแจ้งมาว่าจะเดินทางมาเองด้วยรถยนต์โดยผ่านการตรวจคนเข้าเมืองมาทางด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา และจะให้นักกีฬาอยู่แข่งขันเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานฯ สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-21 มกราคม หลังจากจบการแข่งขัน “ไทยแลนด์ เมาเท่นไบค์ คัพ 2024” เรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับทีมโก ฟอร์ โกลด์ ของฟิลิปปินส์ก็จะอยู่แข่งขันรายการชิงแชมป์ประเทศไทยต่อเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 ทีมนี้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมกีฬาจักรยานฯ มาโดยตลอด ทั้งการแข่งขันจักรยานประเภทบีเอ็มเอ็กซ์ ประเภทถนน ประเภทเสือภูเขา ชิงแชมป์ประเทศไทยฯ รวมไปถึงการแข่งขันจักรยานทางไกล “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์” ถือว่าเป็นมิตรที่ดีต่อกันระหว่างทีมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งตนเองดำรงตำแหน่งเป็นประธานสหพันธ์จักรยานอาเซียน (เอซีเอฟ) ก็มีนโยบายไปยังมวลสมาชิกว่าทุกชาติในอาเซียนต้องให้การรวมมือและสนับสนุนกัน
“เสธ.หมึก” กล่าวต่อไปว่า ส่วนการแข่งขันจักรยานประเภทถนนและเสือภูเขาชิงแชมป์ประเทศไทยฯ ได้รับความสนใจจากนักปั่นมาก เนื่องจากเวลานี้ที่พักในอำเภอทองผาภูมิถูกจองเต็มหมดแล้ว นักปั่นที่ยังไม่ได้สินใจสมัครหรือรีบหาที่พักอาจจะต้องไปพักไกลออกไปถึงอำเภอไทรโยค ส่วนกิจกรรมขี่จักรยาน “ปั่นเพื่อสุขภาพ Bike for Life” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กับ สมาคมกีฬาจักรยานฯ และเทศบาลตำบลทองผาภูมิ ในวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 15.00 น. ที่หน้าสำนักงานเทศบาลทองผาภูมิ ก็มีความคึกคักอย่างมาก ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ประกาศนียบัตร พร้อมทั้งเสื้อยืดคอกลม และกระบอกน้ำที่ระลึกทุกคน นอกจากนี้มีการแจกไฟกระพริบและป้ายสะท้อนแสง “ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจเพื่อนร่วมทาง” ให้แก่นักปั่นที่เข้าร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อสุขภาพนำไปติดที่บริเวณใต้อานจักรยาน เพื่อเป็นการลดการเกิดอุบัติเหตุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักปั่นทีมชาติไทยลุยเวิลด์คัพ 2สนามติดฮ่องกง-มาเลเซีย ล่าตั๋วโอลิมปิกเกมส์
“สองล้อ” ไม่เคยหยุดพัก เตรียมส่ง 3 นักปั่นไปแข่งขันจักรยานประเภทลู่ UCI Track World Cup 2026 สนามที่ 2 ที่ฮ่องกง และสนามที่ 3 ที่มาเลเซีย เพื่อเก็บคะแนนสะสมในการควอลิฟายเข้าสู่การแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก UCI Track World Championships 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในเดือนตุลาคม และโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
'ดร.ก้องศักด'ยกการแข่งขัน 'เอเชียนบีชเกมส์'สุดสำคัญ พัฒนาไทยสู่เอเชียนเกมส์-โอลิมปิก
มหกรรมกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 22-30 เมษายน 2569 ที่เมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ช่วยสร้างความต่อเนื่องจากซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ให้กับทัพนักกีฬาไทย พัฒนาไปสู่เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เผย หลายชนิดกีฬา อาทิ บาสเกตบอล 3x3, วอลเลย์บอลชายหาด, เรือใบ และปีนหน้าผา ต่อยอดไปได้ถึงโอลิมปิกเกมส์ 2028
ปชป. ร่วมเวที CALD ฟิลิปปินส์ คว้า 'เลขาฯ เยาวชนเอเชีย' ขับเคลื่อนคนรุ่นใหม่
'อิสรา' นำ ปชป. ร่วมประชุม CALD ฟิลิปปินส์ ดันความเท่าเทียม-คนรุ่นใหม่ 'ณัฏฐา ปิ่นนัดดา วสันตสิงห์' คว้าตำแหน่งเลขาฯ เยาวชนเอเชีย
แตกตื่นไม่เลิก! ยังแห่เติมจนปั๊มน้ำมันหมด ทะลักข้ามไปมาเลย์
บรรยากาศการใช้บริการสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งใน อ.เบตง จ.ยะลา หลังสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน
'มูลนิธิซีเกมส์ครั้งที่13' ระดมสมองจากทุกภาคส่วน ร่วมหาทางออกการจัดกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมอเล็คซานเดอร์ หัวหมาก กทม.มูลนิธิซีเกมส์ ครั้งที่ 13 ภายใต้การมอบหมายของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ให้ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ รองประธานมูลนิธิ จัดงานระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา นักวิชาการจากสถาบันอุดมศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อถอดบทเรียนและหาทางออกสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในอนาคต

