ภูมิใจไทย หาเสียงกลางกรุงฯ กองเชียร์ล้นสวนเบญจสิริ 'อนุทิน' ประกาศสร้างโรงพยาบาล 4 มุมเมือง

27 เม..ย.2566- ที่สวนเบญจสิริ กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ , นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ, นางสาวชนม์ทิดา อัศวเหม ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อและ นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยทีมผู้สมัครพื้นที่ กทม. ลงพื้นที่ช่วยนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตคลองเตย – วัฒนา ลงพื้นที่หาเสียง มีประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน ล้นพื้นที่ด้านหน้า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่ง ว่า พรรคภูมิใจไทยเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯอย่างไรก็ต้องตั้งใจทำงานกันสุดความสามารถ เพราะต้องการได้โอกาส ได้รับความไว้วางใจจากชาวเมืองหลวง ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยได้ผู้แทน จากพื้นที่ตรงนี้เลย แต่เราก็ทำงานเต็มที่

“เพราะเรามีหลักคิดอยู่ว่า ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก เชื่อมั่นว่าจากความพยายามจากการทำงานท่านอาจจะเปลี่ยนใจมาเลือกเรา”

ผลงานของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา มีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ อาทิ เรื่องการจัดหารถเมล์ EV เข้ามาให้บริการประชาชน ซึ่งคาดว่าภายในปี 2 ปีนี้จะได้มาครบ 5,000 คันช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาสุขภาพคนเมืองหลวง จากนี้ เรามองไปถึงเรื่องการนำเข้ามาให้บริการของเรือพลังงานไฟฟ้าเช่นกัน

เราให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพคนไทยดังนั้นจึงเดินหน้านโยบายฟอกไตฟรี และได้จัดหาเครื่องฉายรังสีมะเร็งมากระจาย ให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่เท่าที่จะทำได้

นโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่ มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์กับท่าน คือการเดินหน้ากฎหมายเรื่อง เวิร์ค ฟอร์ม โฮม ให้มีความจริงจังมากขึ้นเป็นความผูกพันระหว่างนายจ้าง กับลูกจ้าง

นอกจากนั้น จากประสบการณ์ในการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เราได้เห็นปัญหาด้านสุขภาพของคน กทม. ซึ่งไม่เหมือนกับในพื้นที่ต่างจังหวัด

“ในพื้นที่ กทม. เรามี โรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อการให้บริการ หากเราได้เข้าไปทำงาน เราจะสร้างโรงพยาบาล 4 มุมเมือง โดยบาง มุมเมืองอาจจะมีมากกว่า 1 โรงพยาบาล”

และนอกจากนโยบายด้านสุขภาพเรายังเล็งเห็นปัญหา ด้านเศรษฐกิจที่หลายครอบครัวเผชิญ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาทุกคนต้องเผชิญหน้ากับปัญหา โควิด-19 มีการกู้หนี้ยืมสินจำนวนมาก เรามีนโยบายพักหนี้ 3 ปี วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท มาบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน เรามีนโยบายเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท เพื่อเป็นทางออกของประชาชน

ในทางการเมืองพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคพูดแล้วทำ เรามุ่งเน้นเรื่องการทำงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราไม่เอาความขัดแย้ง ขอให้คำมั่นว่าถ้าเราเข้าไปทำงาน หากพรรคไหนมีนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราไม่ขัดขวาง และพร้อมสนับสนุนแน่นอน

“กับผู้สมัครในพื้นที่นี้ คุณกรณิศ เป็นคนที่มุ่งมั่นตั้งใจทำเพื่อพี่น้องประชาชน เราพรรคภูมิใจไทย มั่นใจเป็นยิ่งว่านี่คือคำตอบของทุกคนในพื้นที่ ขอให้เขาได้กลับไปรับใช้ท่านต่อ และขอยืนยันว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'มัลลิกา' ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะ พร้อมเปิดให้นำ 14 ยุทธศาสตร์ไปต่อยอด

มัลลิกา ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะ พร้อมเปิดให้นำ 14 ยุทธศาสตร์ไปต่อยอดเพื่อประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ

ทิ้งขาด! ผลนับคะแนนเลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯ กทม.' ผ่านชม.ครึ่ง 'ชัชชาติ' นำโด่ง 'มัลลิกา' อันดับ 2 เหนือ 'ดร.โจ'

ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) รวม 6,628 หน่วยทั่วกรุงเทพมหานคร

'มาดามแป้ง'ใช้สิทธิ์ เลือกตั้ง'ผู้ว่าฯ กทม.' หวังเห็นพื้นที่กีฬามากขึ้น

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นที่เรียบร้อย 

โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง

ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

นักวิชาการชี้ Thailand FastPass จุดเปลี่ยนปฏิรูประบบราชการไทย ปลดล็อกคอขวดลงทุนไทย หนุนเป้าลงทุน 7 แสนล้าน แนะเข้มตรวจสอบ ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงการเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ว่า