
‘ภูมิใจไทย’ หาเสียงชาวไทยมุสลิม ลั่นเป็นรัฐบาล ตั้งองค์กรกิจการฮัจญ์ ลดค่าใช้จ่ายร่วมแสวงบุญ แจงนโยบายกัญชามุ่งประโยชน์ทางแพทย์ โวยโดนบิดเบือนให้ใช้เสรี
1 พ.ค. 2566 – ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เมื่อเวลา 10.10 น. มีการแถลงนโยบายพรรคภูมิใจไทยต่อพี่น้องมุสลิมไทย นำโดย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำพรรค พร้อมด้วยนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรค และนางปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายมณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตประเวศ – สวนหลวง และ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตปทุมวัน สาทร ราชเทวี
นายศุภชัย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับพี่น้องมุสลิม เรามีรัฐมนตรี 1 คน ที่เป็นมุสลิม เรามีส.ส.ที่เป็นมุสลิมหลายคน และวันนี้ในเขตเลือกตั้งที่มีพี่น้องมุสลิม เราหวังว่าจะได้กลับมาทำหน้าที่ในสภา เพื่อเป็นปากเสียงให้พี่น้องมุสลิม ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ได้อย่างเต็มที่สมบูรณ์ตามหลักศาสนาอิสลาม หลังการเลือกตั้งถ้าเราได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลส่งเสริมกิจการฮัจญ์ เพื่อไม่ให้มีหน่วยงานที่ไม่เหมาะสมเข้ามาบริหารจัดการที่ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น
พรรคมีความเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องมุสลิม ให้เกียรติพี่น้องของเราในการทำหน้าที่เป็นตัวแทน หลายสิ่งหลายอย่างที่เราตั้งใจทำต่อพี่น้องมุสลิมถูกบิดเบือนหลายเรื่อง อาทิ นโยบายกัญชาที่เราตั้งใจเอาพืชที่ทรงคุณค่ามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เรามุ่งหวังที่จะช่วยประชาชนหลายล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงยาแผนปัจจบัน แต่วันนี้มีคนเอาไปบิดเบือนว่าให้ใช้เสรี ทั้งที่เรามีกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขคุมเข้มอยู่ และในสภาครั้งที่แล้วเราเสนอกฎหมายขึ้นมาเพื่อควบคุมกำกับ แต่ถูกเตะสกัดโดยพรรคการเมืองอื่น
“วันที่ 14 พ.ค.นี้ เป็นวันเลือกตั้ง พี่น้องอยากได้ ส.ส. ในเขตของท่านอย่างไร เราเสนอบุคคลที่มีความเหมาะสมให้ นอกจากเลือก ส.ส. เขตแล้ว ท่านต้องเลือกนายกรัฐมนตรี วันนี้มีหลายท่านเสนอตัวเป็นนายกฯ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ เพราะท่านเหมาะสมเข้าใจการบริหารงานภาครัฐ เป็นรองนายกฯ แก้ปัญหาโควิด – 19 ซึ่งในวัย 56 ปี ถือว่ากำลังหนุ่มมีความเหมาะสม จึงขอฝากพี่น้องทั้งเขตและพรรค” นายศุภชัย ระบุ
ด้าน น.ส.มนัญญา กล่าวว่า เราไม่ได้เป็นผู้รู้ แต่เป็นผู้ใฝ่หาความรู้ ว่าทำอย่างไรมุสลิมจะได้ประโยชน์ในสิ่งที่เป็นข้อจำกัดของมุสลิม ซึ่งการทำงานของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยแบ่งแยกว่ามุสลิมห้ามเป็นรัฐมนตรี แต่พรรคภูมิใจไทยต่อสู้ที่จะได้มุสลิมมาเป็นรัฐมนตรี
ขณะที่ นายมณฑล กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งของตน คือ เขตประเวศ – สวนหลวง ซึ่งมีพี่น้องชาวไทยมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ว่าจากการรับฟังความเห็นพบว่า ประชาชนเข้าใจนโยบายของพรรคที่สนับสนุนเพื่อใช้กัญชาทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ โดยไม่ได้มีปัญหาหลังมีฝ่ายการเมืองพยายามบิดเบือนว่าสนับสนุนให้ใช้กัญชาเสรี นอกจากนี้ ชาวบ้านยังมั่นใจนโยบายต่างๆ ของพรรค หลังจากตนลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่องมาตลอด 4 ปี โดยเฉพาะช่วงโควิด – 19 ที่ตนทำงานตลอด 7 วัน 24 ชม. จึงมั่นใจว่าคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการทำงานมากกว่ากระแสซึ่งจับต้องไม่ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
ประชาธิปัตย์ ลุยทุกสนามกทม. ครบ 50 เขต พร้อมเปิดตัวชิงผู้ว่าฯกทม.เร็วๆ นี้
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากระบวนการคัดเลือก สมาชิกสภากรุงเทพมหานครของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วงเวลาบ่ายวันนี้ (16.00 น. ) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะอนุมัติอีก 5 เขตที่เหลือได้แก่ เขตดุสิต เขตบางนา เขตหนองแขม เขตสายไหม และเขตบางเขน โดยก่อนนี้ได้รับรองไปแล้ว 45 เขต
ปชป. เนื้อหอม! '20 สก. เพื่อไทย' แตกรังแห่ซบ 'เฮียล้าน' จ่อลงอิสระ
'20 สก. เพื่อไทย' แตกรัง! วิ่งซบประชาธิปัตย์ 'เฮียล้าน' สก.ห้าสมัย พร้อมครอบครัว จ่อตั้งกลุ่มพัฒนาฝั่งธนบุรี
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
“ธนพร” อ่านโพล ชี้การเมืองไทย “อนุรักษ์นิยม” ยังโดดเด่น “อนุทิน” ขึ้นเป็นแกนหลัก ส่วนแลนด์บริดจ์ เชื่อ ชาวใต้ ไม่ขวาง เป็นโอกาสรัฐบาลเดินหน้า แต่ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน
วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยของสวนดุสิตโพล ประจำเดือนเมษายน รวมถึงผลสำรวจของนิด้าโพลในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนทิศทางการเมืองไทยที่น่าสนใจในหลายมิติ

