
‘จุลพันธ์’ ควง ‘ขวัญจิรา’ เดินหาเสียงตลาดเมืองมีน ชูเสนอ ‘พ.ร.บ.การกู้ภัยแห่งชาติ’ ยกระดับสวัสดิการเจ้าหน้าที่กู้ภัย อยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
4 ม.ค.2569-นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อม น.ส.ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 และคณะพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ณ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ โดยจุดแรกเดินทางถึงมูลนิธิร่มไทร พูดคุยประเด็นปัญหากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย
นายจุลพันธ์ ได้กล่าวกับพี่น้องกลุ่มอาสากู้ภัยว่า กลุ่มกู้ภัยเป็นกลุ่มอาสามัครที่เราจะพบเห็นบ่อยครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดอุทกภัยใหญ่ กลุ่มอาสากู้ภัยจะเป็นกลุ่มที่ลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยจิตอาสา แต่ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่ถูกละเลยทางด้านสวัสดิการและยังไม่มีกฎหมายรองรับการทำงานให้กับพี่น้องกลุ่มนี้
“พรรคเพื่อไทยจะเป็นจะเป็นผู้นำเสนอกฎหมาย พ.ร.บ.การกู้ภัยแห่งชาติ เพื่อให้กู้ภัยอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีกลไกในเรื่องสวัสดิการ การจัดทำมาตรฐาน กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก มาตรฐานการปฏิบัติการ มาตรฐานทางจรรยาบรรณ จะได้ทำงานเพื่อให้ประชาชน อุทิศตนเพื่อประชาชนได้อย่างสมความภาคภูมิใจ”
ต่อมาเวลา 10.30 น. นายจุลพันธ์พร้อมคณะ เดินทางถึงตลาดจตุจักร 2 (เมืองมีน) เดินตลาดทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด พร้อมปราศรัยหาเสียงนโยบายของพรรคเพื่อไทย และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ถึงนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ได้เสนอกฎหมายเกี่ยวกับขนส่งทางรางทั้ง 3 ฉบับ เพื่อรองรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทุกวันนี้คนกรุงเทพต้องเสียค่าเดินทางประมาณ 30-40% ของค่าจ้างขั้นต่ำ รวมถึงต่อจากนี้ยังจะมีรถเมล์แอร์ไฟฟ้าในราคา 10 บาทต่อสาย เพื่อให้การเดินทางครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และเมื่อค่าโดยสารรถสาธารณะถูกลง จะทำให้ประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยในตลาดมากขึ้น มีคนมาเดินตลาดมากขึ้น เพราะมีเงินเหลือในกระเป๋าจากค่าเดินทางดังกล่าว
สำหรับนโยบายบ้านเพื่อนคนไทย ซึ่งจะสร้างโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โดยไม่ต้องย้ายออกไปอยู่ชานเมือง แต่อยู่ใจกลางเมือง อยู่ติดกับขนส่งสาธารณะ และเมื่อเสียค่าเดินทางโดยรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์แอร์ 10 บาทตลอดสาย ค่าใช้จ่ายคนกรุงเทพจะลดลงมาก สามารถนำเงินไปทำอย่างอื่นได้
ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้ทั้งระบบนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตอนนี้ประชาชนมีตัวเลขหนี้ครัวเรือนอยู่เกือบ 90% ของจีดีพี พรรคจึงมีนโยบายล้างหนี้ประชาชน 1. ล้างหนี้ประชาชน : หนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ยอดต่ำกว่า 200,000 บาท ทั้งสถาบันการเงินเอกชนและรัฐ จ่าย 10% ปิดจบ ล้างหนี้ 2. ล้างหนี้วัยเกษียณ : หนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ของผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยอดต่ำกว่า 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ ไม่ต้องจ่าย ปิดจบ ล้างหนี้ 3. พักหนี้เกษตรกร : พักต้นและดอก 3 ปี วงเงิน 500,000 บาท ระหว่างพัก ดอกเบี้ยหยุดนิ่ง เพราะรัฐจ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่พักหนี้แทนเกษตรกร ช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ราว 3.5 ล้านบัญชี มูลหนี้กว่า 500,000 ล้านบาท 4. ล้างหนี้นอกระบบ : สถาบันการเงินรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท เพื่อปิดหนี้นอกระบบ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ 2 ล้านบัญชี 5. ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด : ไม่เกิน 5,000 บาท ยอดหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท ในสถาบันการเงินรัฐ เป็นเงินรางวัลแก่ผู้ผ่อนดี สนับสนุนวินัยทางการเงิน
นอกจากนี้ยังมีการเสริมสร้างความรู้ศักยภาพทางด้าน AI โดยเราจะพัฒนาให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง ซึ่งเป็นวิธีการเพิ่มความรู้ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับประชาชน ส่วนนโยบายความปลอดภัยมีความสำคัญ ทั้งยาเสพติด การปราบปรามสแกมเมอร์ ยืนยันไม่จบไม่เลิก รวมถึงนโยบาย AI for All ที่จะนำภาพจากกล้อง CCTV มาวิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของสังคม อีกทั้งยังมีนโยบายสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยการเพิ่มสกายวอล์คไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเพิ่มพื้นที่ค้าขายมากขึ้น เชื่อมต่อชุมชน ตลาดกับสถานีรถไฟฟ้า เพิ่มจำนวนคนเดิน ให้พ่อค้าแม่ค้าสามารถมีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยทางพรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งทั้งระบบ
“พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่สามารถทำได้ เพราะเป็นพรรคที่มีประสบการณ์ในการบริหารประเทศ และประสบความสำเร็จตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย เราทำสำเร็จมาหลายครั้ง เราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ลงมือจริง และทำจริงจังให้สำเร็จ”แคนดิเดตนายกฯพรรคพท.ระบุ
สำหรับคณะพรรคเพื่อไทยที่ร่วมลงพื้นที่ครั้งนี้ ประกอบด้วย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองเลขาธิการพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 15 6 นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ นายธงธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลประชามติ 8 ก.พ. เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ กับเดิมพันการเมืองไทย
วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็นเดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบเพื่อเลือก สส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว ก็ยังจะได้บัตรออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า
ระดมตร.1.2แสน คุมหน่วยเลือกตั้ง
สตช.ระดม ตร. 1.2 แสนนายดูแลความปลอดภัย แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาตรการรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน
สรุปคำสั่งศาล สอย49ผู้สมัคร
กกต.เปิดคำสั่งศาล สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขต 18 คน กล้าธรรมโดนไป 6 และบัญชีรายชื่อ 31 ราย ขอ ปชช.ตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ เน้นย้ำ
‘สมศักดิ์’ ปิดหาเสียง หนุน ‘จักรวาล’ เบอร์ 2 สุโขทัย
“สมศักดิ์” ลุยหาเสียงจนหยดสุดท้าย ขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ขอชาวสุโขทัย เขต 4 เลือก“จักรวาล” เบอร์ 2 เข้าไปสะท้อนปัญหา-ขับเคลื่อนนโยบาย แนะ ดูนโยบายแต่ละพรรคด้วย หลังบางพรรคแทบไม่มีนโยบาย
ทิ้งโค้งสุดท้าย! ‘เอกนิติ-ศุภจี-เอกนัฏ’ เดินสาย ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. ประเดิมชัย ทักทายประชาชนชื่นชอบปราศรัยดี และรับเรื่องร้องเรียน ไม่มีพื้นที่ทำกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัย
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 5 ห้วยขวาง, วังทองหลาง (ยกเว้น แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์)
'บู้ จเด็ศ' ขอพิษณุโลกไปต่อ เบอร์ 4 ชูทำงานต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มใหม่
“บู้ จเด็ศ” คนเดิมขอพิษณุโลกไปต่อ บอกไม่ต้องรอเริ่มใหม่ กาเบอร์ 4 เข้าสภาฯ ลั่นทำงาน ทำจริง ทำต่อจากสิ่งที่ทำค้างไว้ เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย

