'อีสานโพล' เผย 'พรรคประชาชน' นำอันดับ 1 ตามด้วยเพื่อไทย-ภูมิใจไทย

อีสานโพลเผยคนอีสาน เลือก ปชช.มาเป็นอันดับแรกตามด้วย พท.และ ภท. และอยากเห็นรัฐบาลใหม่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง พท.กับ ภท.เท่านั้น

24 มกราคม 2569 - เมือเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง คนอีสานกับการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ2569 พบว่า ภาพรวมของพรรคมีผลต่อการเลือก ส.ส. เขต มากกว่า ตัวผู้สมัคร พรรคที่มีนโยบายชัดเจนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะได้คะแนนนิยมเพิ่มสูง เกือบครึ่งตอบว่าจะไม่รับเงินซื้อเสียง ขณะที่คะแนนนิยมของ 3 พรรคใหญ่สูสีกันอยู่สูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยบวกภูมิใจไทย หรือ เพื่อไทยบวกประชาชน เป็นสูตรที่คนอีสานอยากเห็นมากกว่า สูตรภูมิใจไทยบวกประชาชน นอกจากนี้ เสียงคนเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่ถึงครึ่งแต่ยังคงสูงกว่าคนที่ไม่เห็นชอบ และยังมีคนไม่แน่ใจหรือตัดสินใจไม่ได้ในสัดส่วนที่สูง

รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลเปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานการเลือก ส.ส. และการออกเสียงประชามติในปีนี้โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,090 ราย ในเขตพื้นที่ ภาคอีสาน 20 จังหวัด

โดยสอบถามว่า ปัจจัยใดที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ท่านตัดสินใจเลือก ผู้สมัคร ส.ส. เขต พบว่าอันดับ1 ร้อยละ 55.8 พึงพอใจพรรค นโยบาย แคนดิเดตนายกและทีมรัฐมนตรีของพรรค รองลงมาร้อยละ 37.1 พึงพอใจผู้สมัคร ขณะที่ ร้อยละ 6.9 ระบุว่า ขึ้นกับเงินที่จะได้รับ และร้อยละ 0.2 เป็นเหตุผลอื่นๆ

"เมื่อสอบถามว่า ท่านคาดหวังอะไรจาก ส.ส. เขต ของท่าน มากที่สุด พบว่า อันดับ1 ร้อยละ21.4 ช่วยเหลือเมื่อร้องขอ รองลงมา ร้อยละ 21.1 ผลักดันโครงการ/งบที่พื้นที่ต้องการ และอันดับ3 ร้อยละ 19.4 ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ อันดับ 4 ร้อยละ 18.1 ประสานหน่วยงานรัฐให้บริการประชาชนได้เร็วขึ้น อันดับห้า ร้อยละ 12.8 เป็นปากเสียงในสภา อันดับหก ร้อยเมื่อสอบถามว่า ท่านจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อให้พรรคที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องใดมากที่สุด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 45.2 เรื่องเศรษฐกิจ รองลงมา ร้อยละ 28.2 เรื่องความมั่นคง/แก้ปัญหาชายแดน อันดับ3 ร้อยละ 17.8 เรื่องทุจริต/สแกมเมอร์/ทุนเทา อันดับ4ร้อยละ7.5 เรื่องรัฐธรรมนูญ และร้อยละ 1.3 อื่นๆ"

รศ.ดร.สุทิน กล่าวต่อว่า เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.3 พรรคประชาชน อันดับ 2 ตามมาติดๆ ร้อยละ 30.1 พรรคเพื่อไทยอันดับ 3 ร้อยละ 27.2 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 4 ร้อยละ 3.4 พรรคประชาธิปัตย์อันดับ 5 ร้อยละ 2.8 พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 6พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 2.6 อันดับ 7 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.1 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 2.6

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน ในการเลือกตั้ง ปี 2566 จะพบว่า พรรคประชาชนมีความนิยมลดลงเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 30.3 ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 30.1 ส่วนพรรคภูมิใจไทยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 27.2

"เมื่อสอบถามว่า ท่านต้องการให้พรรคการเมืองหลักคู่ใดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่าสูตรที่ 1 เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 35.3 สูตรที่ 2 ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 30.6 และสูตรที่ 3 ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 20.8 ขณะที่กว่าร้อยละ 13.3 อยากได้สูตรอื่นๆ ที่ เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคใหญ่

เมื่อสอบถามว่า หากมีผู้สมัคร/ทีมงานเสนอเงินหรือสิ่งของเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนให้ท่านมีแนวโน้มจะทำอย่างไร พบว่า อันดับ1 ร้อยละ 45.5 ตอบว่า ไม่รับ อันดับ 2 ร้อยละ44.7 ตอบว่า รับ แต่จะเลือกคนที่ชอบ โดยเงินไม่มีผลต่อการเลือก อันดับ 3ร้อยละ 7.0 ตอบว่า รับและมีแนวโน้มเลือกผู้ที่ให้และอันดับ 4 ร้อยละ 2.8 ตอบว่า รับ และจะเลือกผู้ที่ให้มากที่สุด

และสุดท้ายเมื่อสอบถามว่า นโยบายหรือแนวทางใดที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจภาคอีสานให้คนอีสานอยู่ดีกินดีได้ดีที่สุด หากทำอย่างจริงจัง พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 16.0 ตอบว่า กระจายอำนาจทางเศรษฐกิจให้จังหวัด อันดับ 2 ร้อยละ 15.5 กองทุนแก้หนี้+สินเชื่อเพิ่มผลิตภาพ อันดับ 3 ร้อยละ12.1 ดึงดูดการลงทุนและการจ้างงาน อันดับ 4 ร้อยละ 11.1 ยกระดับ SMEs/สินค้าชุมชน อันดับ 5 ร้อยละ 9.3 เกษตรมูลค่าสูง/แปรรูป อันดับ 6 ร้อยละ 8.8 อุตสาหกรรมบริการสุขภาพ/ผู้สูงอายุอันดับ 7ร้อยละ 7.5 โลจิสติกส์+คมนาคม อันดับ 8 ร้อยละ 7.4 ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร/สหกรณ์อันดับ 9 ร้อยละ 5.3 อาหารสัตว์ถูก+ปุ๋ยถูก อันดับ 10 ร้อยละ 4.2 บริหารจัดการน้ำ+ชลประทาน และอันดับ 11 ร้อยละ 2.7 อุตสาหกรรมชีวภาพ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฎีกา พิพากษากลับ จำคุก 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดีข่มขืน

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) เปิดเผยคำพิพากษาศาลฎีกา คดีข่มขืนกระทำชำเราที่มี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ตกเป็นจำเลย โดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา "กลับ" คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษ จำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน

จบเห่! พรรคส้ม ปรับหน้าเว็บไม่ต้องกรอก เลเซอร์ไอดี จนกว่าจะได้รับอนุญาต

เพจเฟซบุ๊ก Fact Check-พรรคประชาชน แจ้งว่า ได้มีการปรับหน้าเพจสำหรับสมัครสมาชิกไม่ให้ต้องกรอก Laser ID แล้วจนกว่าจะได้รับการอนุญาตในส่วนของบริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนผ่าน API ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน

'เรืองไกร' เตือน 'ช่อ' พูดมากระวังย้อนเข้าตัว ลุยเก็บข้อมูลฟันยุบพรรคส้ม เจ้าของบริษัทสื่อ 'สเปกเตอร์ ซี'

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วถ้าพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย

เลเซอร์ไอดี ความลับประชาชน และความคลุมเครือของพรรคส้ม

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องมีฐาน

'ปวิน' ร่ายยาว IO จะมาจากฝั่ง 'กองทัพ' หรือ 'พรรคส้ม' คือการใช้บัญชีนิรนามข่มขู่-ปิดปากผู้เห็นต่าง

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์เฟซบุ๊กกรณีพรรคประชาชนถูกเปิดโปงทำปฏิบัติการไอโอ ว่า

'ทนายอั๋น' อึกอักปมพรรคส้มเก็บ Laser ID

ทนายอั๋นไปไม่เป็น ตอบปม ปชน.เก็บ Laser ID บอกห่วงข้อมูลรั่วน้อยกว่าบัตรเลือกตั้ง ปัดตอบเหมาะสมหรือไม่ ออกตัวไม่มีความรู้ไอที โยนสมาชิกพรรค ไปขอให้ชี้แจงเองจนสิ้นสงสัย