เขต 4 สงขลาเดือด! 'อภิสิทธิ์' เปิดเกมรุกจุดไฟโค้งสุดท้าย ดัน 'ภู สิทธิพัฒน์' ไล่บี้ 'ชนนพัฒฐ์'

4 ก.พ. 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมรภูมิเลือกตั้ง สส.เขต 4 จ.สงขลา เข้าสู่ช่วงเดือดสุดขีด เมื่อชื่อของ นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม หรือ “ภู” ผู้สมัครเบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) คนหนุ่มรุ่นใหม่ วัย 27 ปี ถูกดันขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงเต็มตัว ไล่บี้แบบหายใจรดต้นคอ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว พรรคกล้าธรรม เจ้าของพื้นที่เดิม หลังการลงพื้นที่พร้อมกันของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายชวน หลีกภัย สองอดีตหัวหน้าพรรค ปลุกกระแสคาบสมุทรสทิงพระให้ลุกเป็นไฟ

จากเดิมที่สนามเขต 4 ถูกมองว่า มีตัวเต็งเพียงไม่กี่ราย แต่การเหยียบพื้นที่ของสองแกนนำระดับประเทศ กลับทำให้สมการการเมืองเปลี่ยนทันที กระแสประชาธิปัตย์ที่เคยถูกมองว่าแผ่ว เริ่มไหลแรงอย่างผิดคาด โดยเฉพาะเมื่อผนึกกำลังกับ นายถาวร เสนเนียม อดีต สส.คนดัง ลุงแท้ๆ ของ "ภู" -สิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร สส.เขต 4 ซึ่งยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองในพื้นที่อย่างเหนียวแน่น

บนเวทีปราศรัย เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เปิดเกมโจมตีอย่างตรงประเด็น ชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “ใครชนะ” แต่คือบททดสอบจุดยืนของคนสงขลาทั้งจังหวัดว่าจะยอมรับผู้สมัครที่มีชื่อพัวพันกับกระบวนการตรวจสอบของ อนุกรรมการ ป.ป.ง. หรือไม่ พร้อมตั้งคำถามถึงความเสี่ยงด้านคุณสมบัติ หากวันหนึ่งศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ ซึ่งอาจนำไปสู่การสิ้นสุดสถานะ สส.กลางสมัย พร้อมยิงคำถามกลับไปยังประชาชนว่า หากสังคมบอกว่า กลัวทุนเทา กลัวสแกมเมอร์ แล้วจะส่งสัญญาณอย่างไรให้ประเทศเห็นผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้

ขณะที่นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ประกาศจุดยืนอย่างตรงไปตรงมา ไม่เล่นการเมืองสีเทา ไม่ซื้อเสียง ไม่ยอมจำนนต่อทุนอิทธิพล พร้อมเดินหน้าการเมืองสุจริต ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกระดับ และผลักดันนโยบายแก้ปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้าง ผ่านการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้ประชาชน “อยู่ได้จริง ไม่ใช่แค่คำสัญญา”

ด้านนายสิทธิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระแสตอบรับในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน หลังเดินสายปราศรัยย่อยแทบทุกชุมชนในสทิงพระ สิงหนคร ระโนด และกระแสสินธุ์ โดยระบุว่า ประชาชนเริ่ม “ตื่นรู้” และตั้งคำถามกับรูปแบบการเมืองแบบเดิมมากขึ้น แม้จะมั่นใจในกระแส แต่ยังย้ำว่าไม่ประมาท เพราะคู่แข่งก็เร่งเกมหาเสียงเชิงรุกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การขยับขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงตัวจริงของ “ภู สิทธิพัฒน์” ทำให้สนามเขต 4 ไม่ใช่เกมผูกขาดอีกต่อไป และเมื่อแรงกดดันจากประเด็นคุณธรรมทางการเมืองถูกยกขึ้นมาเป็นแกนหลัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ใครจะชนะ แต่คือ การตัดสินใจครั้งสำคัญของประชาชน ว่า จะเลือกการเมืองแบบเดิม หรือเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ที่ชูธงการเมืองสุจริตเข้าไปทำงานในสภาฯ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เชาว์' ฟาดโฆษกรบ.โต้ 'อภิสิทธิ์' เบี่ยงเบน-บิดเบือน เหน็บออกจากปชป.ลืมหลักการความแม่นยำ

นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สแกนคำชี้แจงโฆษกรัฐบาล โต้ "อภิสิทธิ์" เบี่ยงเบน-บิดเบือน น่าผิดหวัง

'อภิสิทธิ์' ลั่นหาก 'วีระพงษ์' เลือกช่วยงาน 'ศุภจี' ต้องออกจาก 'รองหัวหน้า-สมาชิกพรรคปชป.'

อภิสิทธิ์ โพสต์กรณี 'วีระพงษ์' ที่กำลังเป็นประเด็นโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ลั่น 'ศุภจี' ไม่เคยติดต่อมาขอตัวไปช่วยงาน

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' ข้องใจไม่จับกุมเหตุบริษัทในเครือโยงรัฐบาล

'โรม' แฉ 'เสี่ยตือ' เอี่ยว 'สแกมเมอร์ - กักตุนน้ำมัน' แต่รัฐบาลยังไม่ขยายผลจับกุม เพราะบริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือเป็นลูกหนี้ของ 'พิพัฒน์' คนในครอบครัวยังบริจาคเงินให้ภท. 1 ล้านบาท ข้องใจวิกฤตมาจากการถอนทุนการเมือง บังเอิญคนที่จะติดสินบนรมว.ดีอี 40 ล้าน ก็เป็นลูกเสียตือ

ปชป. เติมพลังคนรุ่นใหม่ ตั้ง 2 รองโฆษกฯ เพิ่ม 'พศิน ปิตุเตชะ - วีร์ ศรีวราธนบูลย์'

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แต่งตั้งรองโฆษกพรรคเพิ่มเติมเพื่อเข้ามาเสริมทัพทีมสื่อสารให้เข้มแข็งและครอบคลุมทุกมิติมากยิ่งขึ้น ซึ่งการแต่งตั้งรองโฆษกเพิ่มเติมในครั้งนี้