เคาะกะลาแตก! นักวิชาการ ชี้แถลงการณ์พรรคส้มตีความหลักประชาธิปไตยแบบแข็งทื่อ คับแคบ

21 พฤษภาคม 2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "เมื่อความหวาดระแวงถูกยกให้เป็นหลักประชาธิปไตย" มีเนื้อหาดังนี้

การที่พรรคประชาชนแถลงกล่าวหาว่าการเข้าร่วมประชุมขององคมนตรีหลายท่านในประเด็นการรับมือภัยแล้งกับรัฐบาล เป็นการ “เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” นั้น แม้จะอธิบายว่าทำในนามของ “หลักการประชาธิปไตย” แต่เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว จะพบว่าแถลงการณ์ดังกล่าวกำลังตีความระบอบรัฐธรรมนูญอย่างแข็งทื่อ คับแคบ และให้ความสำคัญกับความหวาดระแวงเชิงทฤษฎี มากกว่าบริบทการปฏิบัติของรัฐในโลกความเป็นจริง

คำถามที่ควรมีอย่างรับผิดชอบ มิใช่ว่า “องคมนตรีควรเข้าร่วมประชุมหรือไม่” หากแต่อยู่ที่ว่า เหตุใดความร่วมมือหรือการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างสถาบันต่าง ๆ จึงถูกตีความอย่างรวดเร็วว่าเป็นภัยต่อประชาธิปไตย ทั้งที่ความสัมพันธ์เชิงปรึกษาหารือระหว่างรัฐบาลกับสถาบันพระมหากษัตริย์มิใช่เรื่องที่ผิดหลักการแต่ประการใด

ในหลายประเทศซึ่งมีพระมหากษัตริย์ เช่น สวีเดน หรือสหราชอาณาจักร ความสัมพันธ์เชิงปรึกษาหารือระหว่างรัฐบาลกับสถาบันพระมหากษัตริย์ มีอยู่มีอยู่โดยเปิดเผย และได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสถียรภาพทางรัฐธรรมนูญ มิใช่การคุกคามระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่อำนาจตัดสินใจทางการบริหารยังคงอยู่กับรัฐบาล

การพยายามตีความว่า “ความเป็นกลางทางการเมือง” หมายถึง “การไม่มีบทบาท หรือไม่มีความเห็นใดเลย” นั้น เป็นการลดทอนความหมายของสถาบันให้เหลือเพียงความนิ่งเฉย ทั้งที่ในระบอบประชาธิปไตย ความเป็นกลางมิได้หมายถึงการตัดขาดจากปัญหาของประเทศ หากแต่หมายถึงการไม่เข้าไปแข่งขันแย่งชิงอำนาจทางการเมือง หรือเลือกข้างในความขัดแย้งทางพรรคการเมืองต่างหาก

ตรรกะในการแถลง ยังมีแนวโน้มนำไปสู่ข้อสรุปที่เกินเลยไปอีกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรมีพระราชดำริ ไม่ควรมีข้อห่วงใย หรือไม่ควรมีพระราชดำรัสใด ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศ เพราะอาจ “มีอิทธิพล” ต่อรัฐบาลได้ ซึ่งเป็นการตีความที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของรัฐไทย และไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญในหลายประเทศทั่วโลก

ในความเป็นจริง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แนวพระราชดำริด้านน้ำ การเกษตร การจัดการทรัพยากร และการพัฒนาชนบท ได้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของนโยบายสาธารณะจำนวนมาก และได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ การมีข้อเสนอแนะหรือความห่วงใยต่อประชาชนจึงไม่ใช่การแทรกแซงอำนาจบริหารโดยอัตโนมัติ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของความต่อเนื่องและความมั่นคงของรัฐ

น่าสังเกตด้วยว่า คำแถลงของพรรคประชาชนพยายามสร้างข้อกังวลว่า รัฐบาลหรือข้าราชการจะ “กล้าปฏิเสธ” คำแนะนำขององคมนตรีหรือไม่ ซึ่งแม้จะอ้างว่าเป็นการอธิบายในนามของหลักความรับผิดชอบทางการเมืองก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สะท้อนการมองระบบราชการและรัฐบาลไทยราวกับไร้วุฒิภาวะ ไร้ความสามารถในการใช้ดุลพินิจ และพร้อมคล้อยตามทุกข้อเสนอโดยอัตโนมัติ ทั้งที่ในข้อเท็จจริง อำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ที่รัฐบาล คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย มิได้มีองคมนตรีคนใดสามารถใช้อำนาจบริหารแทนรัฐบาลได้

ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งคำถามว่า “หากคำแนะนำผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบ” ก็จำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่าง “ผู้ให้คำแนะนำ” กับ “ผู้ใช้อำนาจตัดสินใจ” เพราะรัฐบาลต่างรับฟังข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ นักวิชาการ คณะที่ปรึกษา หรือองค์กรต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองยังคงเป็นของฝ่ายบริหาร ที่ตัดสินใจนำข้อเสนอเหล่านั้นไปปฏิบัติ มิใช่บุคคลหรือสถาบันที่เพียงแสดงความเห็นต่อรัฐ ต้องร่วมรับผิดชอบทางการเมืองไปด้วย

ที่สำคัญ คำแถลงดังกล่าวดูจะให้ความสำคัญกับ “ความบริสุทธิ์ของหลักการในทางทฤษฎี” มากกว่าความจำเป็นของการบริหารประเทศ ทั้งที่ในภาวะภัยพิบัติ สิ่งที่ประชาชนต้องการคือประสิทธิภาพ ความร่วมมือ และการระดมประสบการณ์จากทุกฝ่าย มิใช่การทำให้สถาบันต่าง ๆ ของรัฐต้องหวาดระแวงกันเองเพียงเพื่อรักษาการตีความหลักการแบบตายตัวแข็งทื่อ

ประชาธิปไตยมิได้เข้มแข็งขึ้นจากการทำให้ทุกสถาบันของรัฐหวาดระแวงซึ่งกันและกัน หากแต่จะเข้มแข็งขึ้น จากการที่ทุกสถาบันสามารถทำงานร่วมกันได้ในกรอบของกฎหมาย ด้วยความระมัดระวัง ความรับผิดชอบ และด้วยเป้าหมายในการดูแลประชาชน

อันตรายต่อประชาธิปไตยอาจมิใช่การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน หากแต่อยู่ที่ “การตีความ” ว่าทุกความสัมพันธ์เช่นนั้นเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยโดยอัตโนมัติ เพราะที่สุดแล้ว ความหวาดระแวงที่ขยายตัวเกินความเป็นจริง ย่อมทำให้พื้นที่ของความร่วมมือเพื่อประโยชน์สาธารณะค่อย ๆ ถูกทำลายลง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พระราชวงศ์และองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

พระราชวงศ์และองคมนตรีบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’ ประโคมย่ำยาม 6 ช่วงเวลา ประกอบพระอิสริยยศ

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

ในหลวง พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนประสบอัคคีภัยชุมชนริมคลองนางหงส์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปภัมภ์

สนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออก เพิ่มประสิทธิภาพสนามบินและการผลิตน้ำแข็งแห้ง

เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพสนามบินฝนหลวง สร้างถนนแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการสัญจรของประชาชน พร้อมก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำแข็งแห้งสำหรับปฏิบัติการฝนหลวง เผยภารกิจกว้างไกล ทั้งสร้างฝนเพื่อพื้นที่การเกษตรและลดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

นักวิชาการ อัดเอกสิทธิ์สภาฯกลายเป็นเกราะกำบังของ ‘ทุนเทา'

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร. สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เขียนข้อความ เมื่อเอกสิทธิ์สภา กลายเป็นเกราะกำบังของ “ทุนเทา”