'โอฬาร' ชี้ 'อนุทิน' เยือนฝรั่งเศส คือการวางหมากใหม่ไทยบนเวทีโลก ดันสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ยุโรป

28 พ.ค.2569-รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงการเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ ว่า ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางการทูตที่มีนัยสำคัญต่อบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก เพราะสะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังกลับมาแสดงบทบาทเชิงรุกในการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจสำคัญของยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศแกนนำของสหภาพยุโรปที่มีอิทธิพลสูงทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคงระหว่างประเทศ

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า การพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีอนุทิน กับประธานาธิบดีเอมานูว์เอล มาครง มีความหมายทั้งในเชิงสัญลักษณ์และเชิงยุทธศาสตร์ เพราะสะท้อนว่าไทยยังคงมีความสำคัญในสายตาของยุโรป ในช่วงเวลาที่การเมืองโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี พลังงานสะอาด ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่ การที่ไทยสามารถเข้าไปอยู่ในวงสนทนาระดับผู้นำเช่นนี้ จึงถือเป็นสัญญาณบวกต่อสถานะของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ

การเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการวางตำแหน่งประเทศไทยใหม่ในเวทีโลก โดยเชื่อมโยงผลประโยชน์ภายในประเทศเข้ากับโอกาสจากความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี ความมั่นคง หรือการเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยในประชาคมโลก

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือ การเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมไทย–ฝรั่งเศส ปี 2026–2028 ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” โดยคำว่าหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นั้น มีความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ทางการทูตทั่วไป เพราะสะท้อนว่าทั้งสองประเทศมองเห็นความสำคัญของกันและกันในระดับโครงสร้าง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง เทคโนโลยี และบทบาทในภูมิภาค

ในมุมบทบาทผู้นำ รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า นายกรัฐมนตรีอนุทินกำลังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจต่อบริบทโลกยุคใหม่ เพราะประเทศขนาดกลางอย่างไทย จำเป็นต้องสร้างพันธมิตร สร้างเครือข่าย และเพิ่มอำนาจต่อรองของตนเองในระบบระหว่างประเทศ การเจรจากับฝรั่งเศสจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับยุโรป และเป็นฐานความร่วมมือในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นอกจากนี้ การผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป หรือ Thailand–EU FTA ยังถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้การทูตเพื่อสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพราะหากการเจรจาสำเร็จ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดยุโรป ลดอุปสรรคทางภาษี และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะภาคเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเศรษฐกิจฐานรากและรายได้ของประชาชนจำนวนมาก

รศ.ดร.โอฬาร ยังกล่าวด้วยว่า การหารือเรื่องอุตสาหกรรมอนาคต เช่น พลังงานสะอาด การบินและอวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ Data Center และความมั่นคงไซเบอร์ สะท้อนทิศทางการพัฒนาประเทศที่ต้องการขยับไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม หากรัฐบาลสามารถผลักดันความร่วมมือเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง ไทยจะมีโอกาสยกระดับขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ และเพิ่มบทบาทในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้มากขึ้น

ในด้านความมั่นคง เห็นว่า นายกรัฐมนตรีอนุทินกำลังมองความมั่นคงในมิติที่กว้างกว่าเดิม เพราะปัจจุบันความมั่นคงไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องชายแดน แต่รวมถึงความมั่นคงไซเบอร์ อาชญากรรมออนไลน์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งล้วนกระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรง การยกระดับความร่วมมือกับฝรั่งเศสจึงช่วยเพิ่มศักยภาพของรัฐไทยในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้อย่างทันสถานการณ์

สำหรับประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา และกรณี MOU 44 รศ.ดร.โอฬาร มองว่า การที่นายกรัฐมนตรีนำเรื่องดังกล่าวไปชี้แจงต่อผู้นำฝรั่งเศส ถือเป็นการใช้เวทีการทูตระดับสูงเพื่ออธิบายจุดยืนของไทยต่อประเทศสำคัญในยุโรป โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การปกป้องอธิปไตย และการรักษาสันติภาพ พร้อมทั้งชี้ว่า การที่ไทยอ้างอิงกรอบกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ หรือ UNCLOS ในประเด็นข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้จุดยืนของไทยในสายตานานาชาติ

“การที่ประธานาธิบดีมาครงเปิดพื้นที่หารือกับนายกรัฐมนตรีอนุทินในประเด็นเศรษฐกิจ ความมั่นคง เทคโนโลยี และความสัมพันธ์ไทย–ยุโรป สะท้อนว่าไทยยังมีความสำคัญในสายตาของประเทศมหาอำนาจยุโรป และกำลังถูกมองว่าเป็นหุ้นส่วนสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ยัน ภท. ไม่ใช่เอเจนท์ระบอบสีน้ำเงิน แต่เป็นผู้สร้างจิตสำนึกรัก 3 สถาบันหลัก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเอเจนท์ระบอบสีน้ำเงินว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นเอเจนท์

อนุทิน ลุยปารีส รุกกลับกัมพูชา พร้อม จับมือฝรั่งเศส Reposition ประเทศไทย ถ่วงดุลโลกใหม่ วางเกมไทยสู่ OECD

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์การเยือนฝรั่งเศสของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ไม่ใช่เพียงภารกิจด้านเศรษฐกิจและการลงทุน แต่เป็นส่วนหนึ่งของ

นายกฯร่วมชมนิทรรศการแห่งประวัติศาสตร์ ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ที่พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นาย

'แก้วตา' ตอก 'เท้ง' หน้าแหก! มโนระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย แค่พาตัวเองหนีจากอาชญากรรมทางการเมืองที่ตัวเองลงมือ

แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า การมโนว่า “ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าภูมิใจไทย