ซ้ำซ้อน! 'อดีตรมว.คลัง' ชี้ชัด 'บัตรคนจน-ไทยช่วยไทยพลัส' ใช้กระสุนพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น

8 มิ.ย.2569-นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก “Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” เรื่อง “ดราม่า บัตรคนจน” เนื้อหาระบุว่า ตามที่ผมเขียนในโพสต์ก่อนหน้าว่า ในหลักบริหารการคลังที่ถูกต้องนั้น การให้ความช่วยเหลือจากรัฐ ไม่ควรทำหลายโครงการที่ซ้ำซ้อนกัน เพราะนอกจากเป็นการใช้กระสุนการคลังพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็นแล้ว สำหรับบางคนที่ได้รับสิทธิจากสองหรือสามโครงการ ย่อมได้เปรียบมากกว่าคนที่ได้รับสิทธิจากโครงการเดียว

ผมลองคำนวนตัวเลข เพื่อเปรียบเทียบให้ผู้อ่านเข้าใจ ดังนี้

ภาระทางการคลังจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภาระสูงสุดต้องคำนวนจากผลประโยชน์: วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อเดือน = 3,600 บาท/ปี ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อเดือน = 9,000 บาท/ปี(เฉพาะสองรายการนี้รวมย่อย 12,600 บาท/ปี) ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อ 3 เดือน = 320 บาท/ปี ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน = 1,200 บาท/ปี ค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน = 3,780 บาท/ปี สูงอายุ/พิการ 200 บาทต่อเดือน = 2,400 บาท/ปี ดังนั้น กรณีมีการใช้สิทธิเต็มที่ จะเป็นเงินรวม 20,300 บาท/ปี/หนึ่งบัตรสวัสดิการ

ถามว่า เป็นภาระทางการคลังเท่าไหร่?

สมมุติตัวเลขการใช้สิทธิเฉลี่ย แต่นับเพียงหนึ่งในสาม คือ 6,766 บาท/ปี/หนึ่งบัตรสวัสดิการ จำนวนผู้ถือบัตร 13 ล้านคน คิดเป็นภาระการคลังตามสมมุติฐานนี้ 88,000 ล้านบาท แต่ข้อมูลในสำนักข่าวอิศรา งบประมาณตกปีละ 30,000 – 50,000 ล้านบาท ดังนั้น จะใช้ตัวเลขนี้เป็นหลัก

ภาระทางการคลังจากการหักค่าลดหย่อน ต้องคำนวนจากภาษีที่ลดลง: หักค่าลดหย่อนได้ 30,000 บาท/พ่อแม่หนึ่งคน

กรณีผู้ที่เสียภาษีในอัตราระดับกลาง รายได้ต่อปีสูงสุด 750,000 บาท/ ต่อเดือนสูงสุด 62,500 บาท จะเสียในอัตราสุดท้าย 15% ลดภาษีจากอัตราสุดท้ายได้ 4,500 บาท/พ่อแม่หนึ่งคน (30,000 คูณด้วย 15%) จำนวนผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดามีอยู่ 12 ล้านคน สมมุติหนึ่งในสาม คือ 4 ล้านคน ใช้สิทธิหักลดหย่อนสำหรับพ่อแม่ โดยสมมุติว่ามีพ่อแม่เฉลี่ย 2 คนต่อหนึ่งผู้เสียภาษี

กรณีนี้ จำนวนลดภาษีต่อคน 4,500 บาท/ผู้เสียภาษี/พ่อแม่แต่ละคน

4,500 บาท คูณด้วยจำนวนผู้เสียภาษีที่ใช้สิทธิหักลดหย่อน 4 ล้านคน คูณด้วยจำนวนพ่อแม่ 2 สิทธิต่อผู้เสียภาษีแต่ละคน จะเป็นภาระการคลังปีละ 36,000 ล้านบาท

กรณีจึงถือว่า ความช่วยเหลือที่รัฐจ่ายซ้ำซ้อน ตามสมมุติฐานข้างต้น ก็คือ ปีละ 36,000 ล้านบาทนั่นเอง

สรุปว่า ในความเห็นของผม สองโครงการนี้เป็นการช่วยเหลือที่ซ้ำซ้อนกัน ตามโมเดลที่แสดง อย่างน้อย 36,000 ล้านบาท/ปี

นี่เอง ที่ผมวิจารณ์ว่ากระทรวงคลังเริ่มโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ไม่ได้คิดให้รอบคอบ มาถึงวันนี้ คงจะเพิ่งรู้ตัวและหาทางแก้ไข

อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ที่ให้เงินแจกแก่คนมากมายถึง 30 ล้านสิทธิ โดยไม่สนใจว่ามีฐานะอย่างไร จะยากดีมีจนอย่างไร ก็สามารถลงทะเบียนขอสิทธิ์ได้ทั้งนั้น

ปัญหาการซ้ำซ้อนของโครงการบัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ กับโครงการหักค่าลดหย่อนเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการเทกระจาด ไทยช่วยไทยพลัส จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับรัฐบาลอนุทิน

หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ไทยพลัส’คึกคัก! มีสิทธิ30ล้านคน ยืนยันแล้ว22ล้าน

“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เทน้ำเทท่า! มีประชาชนผู้มีสิทธิในโครงการทั้งหมด 30.7 ล้านคน รายเดิมยืนยันสิทธิแล้วกว่า 22.3 ล้านราย แตะ 90% รัฐบาลย้ำผู้มีสิทธิที่เหลือกดยืนยันภายใน 15 ต.ค.

สศอ.เผยดัชนี MPI งวด ส.ค. ปรับตัวดีขึ้น 4.44% รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ

สศอ.เผยดัชนี MPI งวด ส.ค. ปรับตัวดีขึ้น 4.44% รับอัตราการใช้กำลังการผลิตโต แรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ชี้หลังปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณดัชนีดันคาดการณ์ปี 69 ขยายตัว 2.75 - 3.75% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดิมที่คาดไว้ 0 - 0.5%

คลังเคาะผ่านเกณฑ์รับบัตรคนจนรอบใหม่ 11.25ล้านราย

‘คลัง’ ประกาศผลบัตรคนจนปี 2569 เคาะผ่านเกณฑ์ทั้งสิ้น 11.25 ล้านราย เดินหน้ารับสิทธิรอบใหม่ 1 ต.ค. นี้ ส่วนกลุ่มตกเกณฑ์โยกใช้สิทธิไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 ผงะ! พบ 8 พันราย ถูกอ้างชื่อครอบครองรถ-นั่งกรรมการบริษัท เร่งประสานตำรวจสอบสวนกลาง-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการตามกฎหมาย