แบบนี้ต้องชม!นักรัฐศาสตร์ชี้ รัฐบาลทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ สะท้อนภาวะผู้นำยุคใหม่ รับฟังเสียงประชาชน

9 มิ.ย.2569-ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มองว่า การที่รัฐบาลตัดสินใจทบทวนหลักเกณฑ์การตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษี ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการบริหารประเทศในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และสะท้อนภาวะผู้นำที่พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคม

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า ในทางการเมืองมักมีความเข้าใจว่าการยืนหยัดในจุดยืนเดิมคือความเข้มแข็ง ขณะที่การปรับเปลี่ยนท่าทีถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ แต่ในความเป็นจริง ภาวะผู้นำสมัยใหม่กลับให้ความสำคัญกับความสามารถในการรับฟัง ปรับตัว และเรียนรู้จากเสียงสะท้อนของสังคมมากกว่า

สำหรับกรณีดังกล่าว เดิมรัฐบาลมีเหตุผลในการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ และบริหารงบประมาณให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง แต่เมื่อมีการเผยแพร่รายละเอียดต่อสาธารณะ ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยประชาชนจำนวนมากเห็นว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัว และไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยที่บุตรจำนวนไม่น้อยยังคงช่วยเหลือดูแลบิดามารดา แม้ตนเองจะไม่ได้มีฐานะมั่นคงนัก

“ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลยกเลิกหรือปรับแก้เกณฑ์ดังกล่าวเท่านั้น แต่อยู่ที่การตัดสินใจรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพร้อมนำข้อกังวลเหล่านั้นมาทบทวนนโยบาย” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

นักรัฐศาสตร์รายนี้อธิบายว่า ในทางวิชาการมีแนวคิดเรื่อง Resilience หรือความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวจากแรงกดดัน ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติสำคัญของการบริหารภาครัฐยุคใหม่ การบริหารประเทศไม่ใช่การเดินหน้าตามแผนเดิมโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่คือการพร้อมปรับเปลี่ยนแนวทางเมื่อพบว่านโยบายอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้

“รัฐบาลที่มีความยืดหยุ่น ไม่ได้หมายถึงรัฐบาลที่ไม่เคยผิดพลาด แต่คือรัฐบาลที่พร้อมเรียนรู้และปรับแก้ข้อผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว” ผศ.ดร.เชษฐา ระบุ
นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนแนวคิดเรื่อง Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจประชาชน ซึ่งกำลังเป็นคุณลักษณะสำคัญของผู้นำในศตวรรษที่ 21 โดยการกำหนดนโยบายสาธารณะที่ดีไม่สามารถอาศัยเพียงข้อมูลเชิงสถิติ หลักวิชาการ หรือการคำนวณทางงบประมาณเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความรู้สึก ความสัมพันธ์ และบริบทการดำรงชีวิตของประชาชนด้วย

นักรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ยังเห็นว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไม่ใช่การยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง แต่เป็นการยอมรับว่าประชาชนคือเจ้าของประเทศ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของประชาชนก็เป็นข้อมูลสำคัญที่ภาครัฐต้องนำมาประกอบการตัดสินใจเช่นเดียวกับข้อมูลทางวิชาการ

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนแนวคิด People-Centric Governance หรือการบริหารที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของการบริหารภาครัฐในหลายประเทศทั่วโลก โดยการออกแบบนโยบายสาธารณะในปัจจุบันต้องเริ่มจากการพิจารณาว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงความสะดวกในการบริหารจัดการของระบบราชการ

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลตัดสินใจทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีบทบาทต่อกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะมากขึ้น

“ในทางการเมือง การยอมถอยหนึ่งก้าวอาจไม่ใช่ความพ่ายแพ้ หากเป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงกว่าเดิม เพราะผู้นำที่เข้มแข็งที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนใจ แต่คือผู้ที่กล้ารับฟังเสียงของประชาชน และพร้อมปรับเปลี่ยนเมื่อพบว่ามีทางเลือกที่ดีกว่า”

พร้อมย้ำว่า การรับฟังประชาชนไม่ใช่อุปสรรคของการบริหารประเทศ แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะความสำเร็จของนโยบายไม่ได้วัดจากการดำเนินการได้ตามที่ภาครัฐต้องการเท่านั้น หากยังต้องวัดจากการยอมรับของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายนั้นโดยตรงด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กด่วน! ปรับเกณฑ์ใหม่ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ย้ำ 5 ล้านคน รู้ผลพร้อมกัน 30 ก.ย.นี้

รัฐบาลทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ลดเงื่อนไขที่อาจทำคนเดือดร้อนหลุดสิทธิ ย้ำเกณฑ์ใหม่ใช้ตรวจผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 5.01 ล้านคน ก่อนประกาศผล 30 ก.ย. เริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค.

โรดโชว์ ! นายกฯอนุทิน จับมือสภาธุรกิจตลาดทุน–ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินสายโตเกียว นิวยอร์ก ลอนดอน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประ

'เจ๊ไหม' แซะ 'เสี่ยหนู' ขยันเล่นเฟซ แต่ไม่อ่านกฎหมายก่อนเซ็น ท้า ให้เข้าสภาฯตอบกระทู้

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมแนบรูปภาพที่นายอนุทิน ชาญวีรกู

นายกฯ ถึงโตเกียวเตรียมงานส่งเสริมลงทุน พร้อมเชียร์นักกีฬาไทย

นายกฯ ถึงโตเกียวแล้ว เตรียมคุย “ทีมประเทศไทย” กระชับการลงทุน ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น พร้อมส่งใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทย

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'

ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ