รองโฆษกรัฐบาล แจง 'การดี' ปม TH AI Passport ย้ำสัญญามีผลผูกพันแล้วตามกฎหมาย ชี้ถึงเวลาบริหารสัญญา ไม่ใช่ย้อนกลับไปถกเถียงเรื่อง TOR รับฟังทุกความเห็นเพื่อเพิ่มประโยชน์ให้ประชาชน
11 มิ.ย.2569 - นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นางการดี เลียวไพโรจน์ ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH AI Passport โดยระบุว่ายังสามารถทบทวนหรือปรับ TOR ได้ ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในบางประเด็นอาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของโครงการและกระบวนการบริหารสัญญาภาครัฐ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการ TH AI Passport ได้ลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการครบถ้วนตามกฎหมายทุกขั้นตอน ดังนั้น ประเด็นที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องการจัดทำ TOR หรือการกลับไปแก้ไข TOR อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องการบริหารสัญญาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศ
“เมื่อสัญญามีผลผูกพันแล้ว สิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องทำคือบริหารสัญญาให้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่ย้อนกลับไปถกเถียงในขั้นตอนที่ผ่านพ้นไปแล้ว หากใครยังมองว่าทางออกของทุกเรื่องคือการกลับไปแก้ TOR ก็อาจสะท้อนความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับกระบวนการทำงานหลังการลงนามสัญญาของภาครัฐ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า หลักการที่รัฐบาลยึดถืออย่างชัดเจน คือแก้สัญญาไม่ได้ แต่ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และประโยชน์ที่รัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
“รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นข้อเสนอแนะ ตรงกันข้าม เรากำลังเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปหารือกับคู่สัญญาและพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่สามารถทำได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ ประโยชน์ที่ประชาชนและรัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง จะเพิ่มขึ้นได้ แต่ลดลงไม่ได้” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่ายังไม่มีการจ่ายเงินงวดแรก จึงยังสามารถทบทวนโครงการได้นั้น ขอชี้แจงว่าการจ่ายเงินไม่ใช่ตัวกำหนดสถานะทางกฎหมายของสัญญา เพราะสัญญามีผลผูกพันตั้งแต่วันที่ลงนาม ส่วนการตรวจรับงานงวดแรกเป็นเพียงขั้นตอนปกติของการบริหารสัญญา ทั้งนี้การจ่ายเงินไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสัญญา และการยังไม่จ่ายเงินไม่ได้หมายความว่าสามารถยกเลิกหรือรื้อโครงการได้ตามต้องการ การบริหารโครงการภาครัฐต้องยึดตามข้อกฎหมายและข้อผูกพันที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ยึดตามความรู้สึกหรือกระแสทางการเมือง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในส่วนของเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH AI Passport ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ยืนยันว่าเป็นเวทีที่จัดขึ้นด้วยเจตนาที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง พร้อมเชิญผู้รับจ้างเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะโดยตรง เพื่อให้สามารถนำความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปหารือร่วมกันและพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้การตัดสินล่วงหน้าว่าเวทีดังกล่าวเป็นเพียงการฟอกขาว ทั้งที่เวทียังไม่เกิดขึ้น เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะอาจทำให้ประชาชนที่ต้องการเข้ามาแสดงความคิดเห็นรู้สึกไม่กล้าหรือกังวล ทั้งที่ทุกความคิดเห็นมีคุณค่า และรัฐบาลพร้อมนำไปใช้ประโยชน์จริง
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้ยึดติดกับวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่ยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบและเสนอแนะ ซึ่งรัฐบาลยินดีรับฟังเสมอ แต่ขอให้การวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ครบถ้วน เพราะเป้าหมายสูงสุดของทุกฝ่ายควรเป็นประโยชน์ของประชาชนและอนาคตของประเทศ หากมีข้อเสนอที่ช่วยให้โครงการดีขึ้น คุ้มค่าขึ้น และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากขึ้น รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกประการ แต่หากยังวนอยู่กับประเด็นที่พ้นจากขั้นตอนการดำเนินงานไปแล้ว ก็อาจไม่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญในวันนี้คือการทำให้โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อคนไทย ไม่ใช่การย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ในทุกครั้งที่มีข้อถกเถียงทางการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลตีปี๊บรีดภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ 11 เดือนกว่า 4 พันล้าน
รัฐบาลเผยผลเก็บอากรสินค้านำเข้าออนไลน์ 'ตั้งแต่บาทแรก' 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท ลดความได้เปรียบด้านภาษีร้านต่างประเทศ–เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand
เอาแล้ว! รัฐบาลเข้มขอสัญชาติต้องตรวจสอบย้อนหลัง 1 ปี
รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบสังคม สั่งทบทวนระบบขอสัญชาติ–ตรวจสอบย้อนหลัง 1 ปี หวังปิดช่องโหว่ เข้มสกัดนอมินีต่างชาติ
เปิด 'One Map น้ำ' รวมคลังข้อมูลวิเคราะห์ภัยพิบัติล่วงหน้า
รัฐบาลเปิด 'One Map น้ำ' รวมคลังข้อมูลวิเคราะห์ภัยพิบัติล่วงหน้า แม่นยำ รวดเร็ว ป้องกันน้ำท่วม-แล้ง เป็นเอกภาพ
รัฐบาลลุยอัปสกิลแรงงานด้านขนส่ง-โลจิสติกส์
รัฐบาลลุยต่อ อัปสกิลแรงงานด้านขนส่ง-โลจิสติกส์ ตรงโจทย์ตลาดแรงงาน ผู้ผ่านฝึกอบรมได้งานทันที สร้างรายได้รวมกว่า 47 ล้านต่อปี
ชง ครม.ปลายปีนี้สร้างทางด่วนภูเก็ตเฟส1 'กะทู้-ป่าตอง'
รัฐบาลเผยเดินหน้าสร้างทางด่วนภูเก็ต เฟส 1 กะทู้-ป่าตอง ช่วยลดเวลาเดินทางเหลือ 5 นาที เตรียมเสนอ ครม.พิจารณาปลายปี 2569 คาดเปิดใช้งานจริงปี 2574
ข่าวดี! ตั้งระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพแจ้งครั้งเดียวตามเงินทันอายัดเร็วได้เงินคืน
รัฐบาลเร่งตั้ง 4 ระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพ เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน 'แจ้งครั้งเดียว–ตามเงินทัน–อายัดเร็ว' เพิ่มโอกาสผู้เสียหายได้เงินคืน

