นายกฯ ร่วมประชาสัมพันธ์ “ไทยช่วยไทย พลัส” สั่งอาหารเดลิเวอรี ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 4 แสนล้าน ในสกุลเงินบาททั้งหมด อัตราดอกเบี้ย 1.2%ต่อปี ต่ำกว่าข้อเสนอเดิมที่ไม่เกิน 3% ยันไม่มีการออกนโยบายที่เป็นภาระกับประชาชนเพิ่ม ชูความสำเร็จไทยช่วยไทย ดันยอดขายพุ่ง 5 – 10 เท่า ช่วงมีโครงการ และเพิ่มขึ้น 2 เท่าอย่างยั่งยืน
15 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นำตัวแทนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส มาจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การให้บริการระบบขนส่งอาหาร มีนายพิศาล อำนวยเจริญกุล รองผู้อำนวยการฝ่าย Marketing Strategy ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) นำนายกฯ เดินชมบูธต่างๆ อาทิ บูธของธนาคารกรุงไทย ที่นำเสนอ AI นกกระซิบ บนแอปพลิเคชั่นถุงเงินที่จะมาเป็นที่ปรึกษาพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่ร่วมโครงการ
จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชม บูธ GrabFood โดยมีน้องเกล–แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ ในฐานะ “Friend of Grab” และชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่มาร่วมประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้นายกฯ ยังเยี่ยมชมบูธ Line man บูธ Robinhood และบูธ ShopeeFood ระหว่างชมกิจกรรมนายกฯ ได้ร่วม ชงชาชัก สร้างสีสันในงานด้วย
ต่อมาเวลา 12.30 น. นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดงานและเยี่ยมชมกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส ว่า รัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้มีเครือข่ายเดลิเวอรี Line Man, Grab Food, Robinhood และ Shopee ซึ่งเข้ามาช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้นโยบายไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลได้มีการกระจายตัวเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่สำคัญคือทำให้พี่น้องประชาชนเข้าโครงการนี้เกิดความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยและเป็นการเพิ่ม รีสกิล อัพสกิล ทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายได้เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปเพิ่มยอดขาย และเพิ่มขนาดของกิจการ
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ได้เห็นผลอย่างชัดเจนคือ ทุกครั้งที่มีการทำโครงการเช่นนี้ขึ้นมา จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถซื้อของได้ถูกลง ผู้ขายสามารถขายของได้มากขึ้น ถึงเรียกว่าไทยช่วยไทย ถ้าภาษาสั้นๆ คือวินวิน ชนะกันทุกฝ่าย ไม่ใช่เป็นการมาทำให้มีคนร่วมจ่าย รัฐจ่ายให้ 60% ประชาชนจ่าย 40% ตรงนั้นเป็นพื้นฐาน แต่สิ่งที่ได้นอกเหนือจากนั้นคือการเพิ่มยอดขายให้กับผู้ประกอบการ และเท่าที่ทราบมาทุกๆรายมียอดขายเพิ่มมากขึ้น ถ้าผลิตภัณฑ์ของเขามีมาตรฐาน และมีสิ่งที่ดึงดูดความรู้สึกของผู้ซื้อ ทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 5 เท่าในระหว่างที่มีโครงการ แต่บางรายทำสินค้าได้ดีก็ขึ้นไปถึง 9-10 เท่าก็มี สิ่งที่สำคัญคือการปรับฐาน เมื่อมียอดขายเพิ่มมากขึ้น มีช่องทางให้ผู้คนเข้าถึงสินค้าของเขามากขึ้น ก็ทำให้เมื่อโครงการจบลง ก็จะมีการปรับฐานรายได้ของพวกเขาขึ้นมาอย่างน้อย 2 เท่ากว่าๆแน่นอน ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องความยั่งยืน
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจะพยายามให้มีโครงการกระตุ้นให้ประชาชนได้เข้าถึงเทคโนโลยี ได้อัพสกิล รีสกิล ได้เพิ่มยอดขาย และมีส่วนร่วมในการทำให้เศรษฐกิจของชาติมีความมั่นคงเพิ่มเม็ดเงินเข้ามาในระบบ ที่สำคัญต้องขอชื่นชมกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง ประชาชนทุกคนในการช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งระดมเงินทุนมาเพื่อใช้ในโครงการนี้ เงินทุนที่ได้ไประดมมาให้พี่น้องประชาชนใช้ในโครงการนี้ แม้จะเรียกว่าเป็นเงินกู้ แต่เราถือว่าวัตถุประสงค์การดำเนินการนี้คือให้มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ รัฐไม่ได้เอาเงินมาจ่ายให้ประชาชนเฉยๆ แต่เป็นการร่วมกัน พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาในระบบมากมายมหาศาล
นายอนุทิน กล่าวว่า เงินกู้นี้ปลอดภัย เพราะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน กู้มาเท่าไหร่ก็เป็นเงินบาท อีกกี่ปีชำระหนี้ก็เป็นเงินบาท ที่สำคัญดอกเบี้ย ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% ตอนที่นายเอกนิติ นำเข้ามาเสนอ บอกว่าไม่เกิน 3% ซึ่งรัฐก็เอา เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงไปในระบบ แต่ด้วยความตั้งใจของพวกเรา และด้วยสภาพคล่อง และจำนวนเงินฝากที่มีอยู่ในระบบ เราสามารถใช้กลไกต่างๆ รูปแบบต่างๆ ในการระดมเงินนี้เข้ามา และส่งต่อให้พี่น้องประชาชนด้วยต้นทุนเงินเพียง 1.2% ต่อปี นี่ไม่ใช่ภาระของพี่น้องประชาชนอย่างที่คนเข้าใจ
“รัฐมีหน้าที่ทำทุกอย่าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และพวกผม รัฐบาลมีหน้าที่จะต้องไปชำระดอกเบี้ย ไปผ่อนจ่ายเงินกู้ที่เราได้กู้มาให้พี่น้องประชาชนด้วยตัวรัฐบาล ไม่มีการไปรบกวนพี่น้องประชาชน ไม่มีการออกมาตรการใดๆ ที่จะทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชนเพิ่มมากขึ้น เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะต้องดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ ถ้าเรายังสามารถระดมเงินเหล่านี้มาให้ประชาชน โดยต้นทุนทางการเงินอยู่ในสภาพที่รัฐสามารถรับภาระได้ เราจะทำทุกวิธีทางที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีการจับจ่ายใช้สอย มีสภาพเศรษฐกิจมียอดขาย มีการเข้าถึงแหล่งเงินที่ดีขึ้นกว่านี้ยิ่งๆ ขึ้นไป“ นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่เกี่ยวข้องจริงๆ และขอให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงความปรารถนาดีและเจตนารมณ์ของรัฐบาลที่มีต่อพี่น้องประชาชนในช่วงที่เรามีภาวะวิกฤตการณ์จากภายนอกประเทศ ภาวะสงครามที่ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจมากมาย รัฐบาลของท่าน พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างท่าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้ลดน้อยถอยลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไชยชนก' ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพมั่นคง ไม่จำเป็นต้องดึง 'สส.กล้าธรรม' เข้ามาเพิ่ม
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมี สส.พรรคกล้าธรรม (กธ.) 10 คน ในกลุ่มนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรค กธ. จะย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเพื่อเติมเสียงให้รัฐบาล ว่า รัฐบาลมีเสถียรภาพและมีความมั่นคงมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงพรรคเรา แต่เรายังมีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นพันธมิตร เพราะฉะนั้นในเรื่องเสถียรภาพตนคิดว่ามี ส่วนที่มีการถามเมื่อสักครู่ว่ามีการเติมเสียงนั้นตนไม่ได้ยิน
'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้าบอร์ดเศรษฐกิจ หาข้อสรุปแหล่งเงิน
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส หลังนำเสนอเป็นวาระเพื่อทราบต่อคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้เสนอแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ห
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง
'อนุทิน' เดินงานโอทอปศิลปาชีพ บอกจะพยายามสานต่อ 'ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม
โฆษกรัฐบาล ชูมาตรการลดค่าครองชีพ ตรึง LPG 423 บาท ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ดันเงินหมุนแสนล้าน
โฆษกรัฐบาลเผยกำลังซื้อเริ่มฟื้น หลังดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคขยับขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เดินหน้าตรึงก๊าซหุงต้มถัง 15 กก. ที่ 423 บาท ควบคู่ “ไทยช่วยไทย พลัส” กระจายเม็ดเงินสู่ฐานราก พร้อมจับตาฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 7.1 หมื่นล้านบาท
'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'
'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'

