
16 มิ.ย.2569-ทนายฝน วาริษา ปฐมชัยรุ่งเรือง โพสต์ข้อความว่า ทนายเหม่อเลย หลังจากลูกความเปลี่ยนจากให้การปฏิเสธ เป็นรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
คดีนี้ลูกความยืนยันมาตลอดว่า ยาบ้า 6 เม็ดที่พบในตัวเป็นของเขาจริง เขารับว่าเสพ แต่ยาบ้ากว่าร้อยเม็ดและยาไอซ์ที่พบในกระเป๋าภายหลังนั้น ที่ตำรวจอ้างว่าพบเจอที่หลัง ที่ตกอยู่ข้างทาง เป็นของเขา ซึ่งลุกความเขายืนยันมาตลอดว่าไม่ใช่ของเขาตั้งแต่ชั้นสอบสวน และคนที่เจอก็ไม่ได้เห็นว่าจำเลยเป็นคนโยน แค่เจอกระเป๋าและโทรแจ้งตำรวจเท่านั้น
ระหว่างเตรียมคดี เราพบว่าคดียังมีประเด็นให้ต่อสู้ มีข้อสงสัยหลายอย่างที่ยังต้องพิสูจน์ในชั้นศาล
วันนี้เจอท่านอัยการเอง ท่านอัยการยังบอกว่าคดีนี้ 50:50 เพราะทนายดูแล้ว หลักฐานของโจทก์ ไม่มีกล้องวงจรปิดที่ชัดเจน กล้อบันทึกขณะจับกุมก็ไม่มี ทั้งๆที่ตำรวจขับไล่ตาม ถ้าเขาโยนก็ต้องมีบันทึกไว้ แถมที่กระเป๋าก็ไม่มีลายนิ้วมือ และไม่มีการตรวจด้วย
วันนี้ศาลตรวจพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ในฐานะทนายจำเลย ก็ยอมรับเพียงพยานผู้เชียวชาญ ที่ตรวจปัสสาวะเท่านั้น สอบถามพยานบุคคลที่จะนำสืบเรียบร้อย กำลังจะกำหนดวันนัดสืบพยาน
นั่งรออยู่นาน จนคดีอื่นออกไปหมด ศาลได้ถามลูกความอีกครั้งว่า
“จะสู้คดีเรื่องอะไร ยืนยันจะสู้แน่นะ”
ลูกความตอบว่า
“สู้ครับ เพราะผมไม่ได้จำหน่าย ผมแค่เสพเฉยๆ ยาที่เจอในตัว 6 เม็ด ผมรับครับว่าเป็นของผม แต่ยากว่าร้อยเม็ดกับยาไอซ์ในกระเป๋านั้นไม่ใช่ของผมครับท่าน”
ศาลจึงอธิบายถึงสิทธิของเขาอีกครั้ง และบอกว่าหากรับสารภาพ ศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่งนะ แต่ถ้าสู้ ศาลไม่มีลดโทษให้นะ
ลูกความเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนถามกลับว่า
“ถ้ารับ จะเหลือประมาณกี่ปีครับท่าน โทษผมเท่าไหร่ครับ”
ศาลตอบว่า
“ศาลไม่แน่ใจ ต้องดูจำนวนสารบริสุทธิ์ของยาอีกที แต่จากประสบการณ์พิจารณาแล้ว ประมาณ 3 ปี”
จากนั้นลูกความก็นิ่งไปอีกพักใหญ่
แล้วพูดประโยคหนึ่งออกมาว่า
“งั้นผมรับครับ”
ทนายตกใจเลย หันไปมองหน้าลูกความ เพราะเขาจะสู้มาตลอด
ศาลบอก “งั้นเดี๋ยวศาลขอขึ้นไปเขียนคำพิพากษา 20-25 นาทีครับ”
ลูกความพูดต่อว่า “ผมไม่ได้รับสารภาพเพราะผมทำผิด แต่ผมนับสารภาพเพราะผมกลัวสู้แล้วผมแพ้”
คือไม่ใช่เพราะเขาบอกว่าของทั้งหมดเป็นของเขา
ไม่ใช่เพราะเขาเลิกยืนยันในสิ่งที่เคยพูด
แต่เพราะเขากลัว…
กลัวว่าหากสู้ต่อไปแล้วแพ้ จะต้องสูญเสียเวลาไปมากกว่านี้
บางครั้งในห้องพิจารณา สิ่งที่หนักที่สุดไม่ใช่ข้อกฎหมาย
แต่คือความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่ถูกคุมขังมานาน ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว สูญเสียพ่อระหว่างถูกคุมขัง มีแม่สูงอายุที่กำลังลำบาก และมีลูกตัวเล็ก ๆ รออยู่ข้างนอก ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในเรือนจำมาเกือบปีแล้ว
ในฐานะทนาย เรามีหน้าที่มองหาช่องทางต่อสู้ให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายแล้ว คนที่ต้องตัดสินใจว่าจะสู้หรือจะยุติ คือเจ้าของชีวิตของเขาเอง
สรุปศาลลง 2 ปี 16 เดือน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัก ๓ เส้า ‘จีน-สหรัฐ-ไทย’
“สงครามโลก” มันจะเกิดมั้ยเนี่ย? เพราะ “ทรัมป์” จงใจเล่นแรงกะ “อิหร่าน” เหลือเกินช่วงนี้ แรงจน “รัสเซีย-จีน”
ไทย ‘ในเกมโลก’
สถานการณ์โลกขณะนี้ ต้องบอกว่า ประเทศไหนมัวแต่หลับใหล จะ “หลงทาง” เอาได้ง่ายๆ! มันเป็นโลก “ยุคสลายขั้ว”
'ตำรวจ-ทหาร-ปืน'
เรื่อง “ตำรวจทางหลวง” จับ “ทหารพราน” ข้อหาพกพาปืนไปในที่สาธารณะ แม้หลายวันแล้ว แต่กระแสยังกระดกขึ้น!
'ลูกจีน' นายกฯ ไทย
ไม่ผิดอย่างที่ผมคาด ว่า ซักวัน..... และวันนั้นก็มาถึง! เมื่อวาน (๑๓ ก.ค.๖๙) “สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” เผยแพร่ข่าวด้วยข้อความว่า
'หอกข้างแคร่' อนุทิน
เมื่อวันเสาร์ ทัวร์ลงจนล้นปลายซอยทะลักไปถึงถนนใหญ่ แค่ผมบอกว่า “Bloomberg” ยกให้ไทยเป็น "ดาวรุ่งดวงใหม่" ของเศรษฐกิจโลก

