กลุ่มสปช. จี้กกต.เร่งส่งสำนวนคดีฮั้วเลือกสว.ให้ศาลฎีกา ย้ำข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าส่อทุจริต

กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 33 คน ออกแถลงการณ์ เรียกร้องกกต. เร่งรัดส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกสว.สู่การพิจารณาของศาลฎีกาเพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ ยันมีข้อเท็จจริงและหลักฐานเชิงประจักษ์ล้วนบ่งชี้ว่ากระบวนการได้มา ซึ่ง สว.ส่อทุจริตในวงกว้าง

3 ก.ค.2569 - กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ออกแถลงการณ์ ถึง พี่น้องประชาชนชาวไทย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดส่งสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสู่การพิจารณาของศาลฎีกา เพื่อยับยั้งการครอบงำกลไกนิติบัญญัติและองค์กรอิสระอย่างเบ็ดเสร็จ

สืบเนื่องจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน ๒๐๐ คน เมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งถือเป็นกลไกกลางอันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยและการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐ ทว่า ตลอดกระบวนการเลือกกันเองในระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ กลับปรากฏพฤติการณ์ ข้อบ่งชี้ และพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เกิดการทุจริตเชิงระบบที่ไร้ความสมบูรณ์ชอบธรรม มีลักษณะการตกลงร่วมมือและสมยอมคะแนนในลักษณะกระบวนการ จัดตั้ง (Block Vote) หรือ "การฮั้วเลือกตั้ง" อย่างกว้างขวาง ดังที่ปรากฏเป็นข้อเท็จจริงสะเทือนวิชาชีพสื่อสารมวลชนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสองปี ที่ผ่านมา

ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งก่อกำเนิดและปฏิบัติหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และวางรากฐานการปฏิรูปประเทศให้ตั้งมั่นอยู่บนความโปร่งใส เที่ยงธรรม และหลักธรรมาภิบาล มีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อสภาวการณ์ปัจจุบันที่กำลังกัดเซาะความมั่นคงของสถาบันการเมือง จึงขอแถลงการณ์เรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสังคมไทย ดังต่อไปนี้

๑. วิกฤตการณ์แทรกแซงและยึดครององค์กรตรวจสอบต้นน้ำ
การปล่อยให้กระบวนการเลือกตั้ง สว. ดำเนินไปจนเสร็จสิ้นและมีการรับรองผล โดยปราศจากการกลั่นกรองและคัดแยกผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง ส่งผลให้สภาสูง ซึ่งเป็น "ต้นน้ำ" ของอำนาจนิติบัญญัติและมีหน้าที่สรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ ถูกยึดครองโดยตัวแทนแฝงเร้นของกลุ่มการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มทุนอิทธิพล การปล่อยปละละเลยพฤติการณ์ดังกล่าวให้ล่วงเลยมากว่าสองปี ได้เปิดโอกาสให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐถูกแทรกแซงจนบิดเบือน นำไปสู่ วิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระและความสั่นคลอนของระบบนิติรัฐที่ยากจะเยียวยา

๒. พยานหลักฐานเชิงประจักษ์ล่วงเลยเวลาที่ควรนิ่งเฉย
กกต. ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มิอาจเพิกเฉยหรือประวิงเวลาให้กระบวนการอันมิชอบด้วยกฎหมายนี้ บ่อนทำลายรากฐานของชาติ ได้อีกต่อไป บัดนี้ ระยะเวลาได้พิสูจน์แล้วว่า ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงลึก และหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ปรากฏต่อสาธารณะ ล้วนบ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่ากระบวนการได้มา ซึ่ง สว. ชุดนี้ มีความด่างพร้อยและส่อทุจริตในวงกว้าง

๓. มาตรการเร่งด่วนที่ต้องปฏิบัติทันที
เราขอเรียกร้องให้ กกต. แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเท่าเทียม โดยดำเนินการในทันที ดังนี้

เร่งรัดส่งสำนวนคดีสู่ศาลฎีกา : นำสำนวนการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับบุคคลที่มีพฤติการณ์บล็อกโหวต (Block Vote) หรือสมยอมคะแนนที่มีความชัดเจน ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิ และให้พ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด

ดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด : ดำเนินคดีทางอาญากับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตเลือกตั้ง สว. ทุกรายอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและสร้าง บรรทัดฐานที่ถูกต้องมิให้เกิดการลอกเลียนแบบในอนาคต

บทสรุปและคำมั่นสัญญา
กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มุ่งหวังที่จะเห็นกลไกของวุฒิสภาเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นกลาง มีเกียรติภูมิ และปราศจากการครอบงำจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่ชี้นำทิศทางประเทศยาวนานถึงสองปี ถือเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการปฏิรูปประเทศและทรยศต่อความหวังของประชาชนอย่างร้ายแรง
พวกเราขอเร่งเร้าให้ กกต. ใช้อำนาจตามกฎหมายส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของศาลฎีกาโดยพลัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และคืนความชอบธรรมให้แก่สถาบันนิติบัญญัติ ก่อนที่ระบบรัฐสภาของไทยจะเสียหายจนเกินกว่าจะกอบกู้

“ร่วมกันปฏิรูปประเทศ และปกป้องระบบรัฐสภา เพื่อประชาธิปไตยที่สุจริตและเที่ยงธรรม”

กลุ่มสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

ประกาศ ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. ดร. วิวัฒน์ ศัลยกำธร
๒. ธรรมรักษ์ การพิศิษฏ์
๓. ศ. ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่
๔. รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน
๕. เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
๖. รสนา โตสิตระกูล
๗. คุรุจิต นาครทรรพ
๘. อลงกรณ์ พลบุตร
๙. มานิจ สุขสมจิตร
๑๐. รศ. ประภาภัทร นิยม
๑๑. ประชา เตรัตน์
๑๒. หาญณรงค์ เยาวเลิศ
๑๓. รศ. จุมพล รอดคำดี
๑๔. ธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์
๑๕. ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
๑๖. นพ. พลเดช ปิ่นประทีป
๑๗. บุญเลิศ คชายุทธเดช
๑๘. พลเอกประสูติ รัศมีแพทย์
๑๙. เทียนชัย ปิ่นวิเศษ
๒๐. สรณะ เทพเนาว์
๒๑. สมสุข บุญญะบัญชา
๒๒. ดร. อุทัย สอนหลักทรัพย์
๒๓. ผศ. ดร. ณรงค์ พุทธิชีวิน
๒๔. ดร. โกวิทย์ ทรงคุณ
๒๕. สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์
๒๖. ธวัช สุวุฒิกุล
๒๗. ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์
๒๘. รศ. ดร. สุชาติ นวกวงษ์
๒๙. ดร.อรพินท์ สพโชคชัย
๓๐. ศักดา ศรีวิริยะไพบูลย์
๓๑. ประสาร มฤคพิทักษ์
๓๒. รศ. ดร. สืบพงศ์ ธรรมชาติ
๓๓. กาศพล แก้วประพาฬ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปฏิรูปประเทศต้องเริ่มที่สภา! 'หมอวรงค์' โชว์ตั้งผู้ช่วย สส.แค่ 3 คน

'หมอวรงค์' โชว์สปิริต ตั้งผู้ช่วย สส. แค่ 3 คน ลั่น หากสภาร่วมใจลดโควตาตามช่วยชาติประหยัดงบฯได้มหาศาลกว่า 2,500 ล้านบาทใน 4 ปี พร้อมโต้ข่าวโซเชียล ย้ำปฏิรูปประเทศต้องเริ่มที่สภา

ชำแหละ วิกฤตอัตลักษณ์ของ 'พรรคส้ม' คือ วิกฤตจิตวิญญาณ จบลงด้วยการไม่ได้อะไรเลย

รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง วิกฤตอัตลักษณ์ของพรรคส้ม มีเนื้อหาดังนี้

'ดร.สุวิทย์' ชู เศรษฐกิจพอเพียงเชิงนวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศด้วยรากแห่งจารีต ปีกแห่งนวัตกรรม

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียงเชิงนวัตกรรม” (Sufficiency Innovation Economy): ขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยรากแห่งจารีต × ปีกแห่งนวัตกรรม มีเนื้อหาดังนี้

'ดร.ปิติ' เตือนอย่านิ่งนอนใจ อัตราภาษี 19% แนะ 4 ข้อ รับมือระยะยาว

รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ว่าด้วยสงครามการค้า ณ​ 1 สิงหาคม 2025 มีเนื้อหาดังนี้