โฆษก กมธ.ทหาร หนุนมาตรการเข้มล่าผู้ก่อเหตุ วอนใช้กฎอัยการศึกอย่างรอบคอบ

โฆษกคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้กฎอัยการศึกอย่างรอบคอบ ไม่กระทบวิถีชีวิตประชาชน พร้อมเห็นด้วยกับมาตรการเข้มข้นในการติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุใน จ.นราธิวาส

25 กรกฎาคม 2569 - นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล กรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทหารและอาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) ทั้ง 5 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุโจมตีบริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นการปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธที่ทางการระบุว่าเป็นกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น

นายไชยยงค์กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในการตรวจค้น จับกุม และติดตามผู้ก่อเหตุ ซึ่งหลังลงมือก่อเหตุได้หลบหนีไปเผารถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุในพื้นที่ ต.กาลิซา อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อทำลายหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้กฎอัยการศึกอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน จึงขอให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการตรวจค้น การจับกุม การใช้อาวุธ การสัญจรของประชาชน รวมถึงการประกอบอาชีพ เช่น การกรีดยางพารา การเก็บเกี่ยวทุเรียน และการประกอบศาสนกิจของชาวไทยมุสลิมในช่วงเวลากลางคืน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์รายละเอียดของมาตรการตามกฎอัยการศึก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงรับทราบแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจน

โฆษกคณะกรรมาธิการยังเสนอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของกำลังพลประจำจุดตรวจ โดยเน้นการปฏิบัติตามยุทธวิธีอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่รวมกำลังอยู่ในจุดเดียวกัน เพื่อลดความสูญเสียหากถูกโจมตี รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมของการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในพื้นที่ชุมชน ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายเมื่อเกิดเหตุปะทะ

พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้ทุกหน่วยปรับปรุงงานด้านมวลชนและการข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุ โดยตั้งข้อสังเกตว่า หลังเหตุโจมตีล่าสุด ผู้ก่อเหตุสามารถขับรถหลบหนีเป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ก่อนเผาทำลายรถยนต์ โดยไม่ถูกสกัดจับ จึงเห็นว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงควรชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน เพื่อลดข้อสงสัยของประชาชนและไม่เปิดช่องให้เกิดการบิดเบือนข้อมูล

นายไชยยงค์กล่าวด้วยว่า เห็นด้วยกับการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้มาตรการเข้มข้นในการติดตามกลุ่มติดอาวุธที่ก่อเหตุใน จ.นราธิวาส เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน แต่ขอให้เฝ้าระวังไม่ให้สถานการณ์ขยายวงไปยัง จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของสถานที่สำคัญ อาทิ ปั๊มน้ำมัน โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ร้านสะดวกซื้อ และสถานประกอบการต่าง ๆ ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุรุนแรง จึงขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น.

 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลิกวาทกรรม 'ผู้เห็นต่าง' ถึงเวลาถอนรากถอนโคนโจรก่อการร้าย!

ความสูญเสียอันน่าสะเทือนใจที่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส จากเหตุกราดยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์

ทบ. ซัดแนวร่วม BRN ใช้ AI แต่งภาพ ปั่นกระแสเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีการแชร์ภาพรอยสักที่แขนคนร้าย ที่ก่อเหตุยิงฐานพรานที่จุดตรวจ จ.นราธิวาส พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าเป็นมุสลิมจะไม่มีรอยสัก

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เชิญตัว 'ผู้ต้องสงสัย' เข้ากระบวนการซักถาม

หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านจือแรตาดง

'เลขาฯ สมช.' ยันดับไฟใต้ คุยสันติสุขควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น

'เลขาฯ สมช.' ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุย ควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น บอกตอบโต้รุนแรงยิ่งวุ่นวายขึ้น เชื่อมีผู้เห็นต่างมากกว่าครึ่งพร้อมเข้ากระบวนการ รับมาเลเซียสำคัญทำให้สงบได้

'บิ๊กราญ' เผยรู้ตัวคนร้ายก่อเหตุป่วนใต้ เตรียมออกหมายจับ เชื่อ 3 เหตุการณ์โยงกลุ่มเดียวกัน

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งล่าสุดเกิดเหตุที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ยิงหัวหน้าคนงานก่อสร้างถนนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเหตุคาร์บอมโรงพักเก่าที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส และคนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 คน ที่ด่านระแงะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส