1 สิงหาคม 2569 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง
ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า การพูดคุย การล็อบบี้ หรือการนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนคะแนน จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของระบบ และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มการเมืองใดกลุ่มหนึ่ง แต่มีความพยายามประสานและจัดตั้งกันในแทบทุกเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสีน้ำเงิน สีส้ม หรือสีแดง
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าพฤติการณ์ใดเข้าข่ายการฮั้วหรือกระทำผิดกฎหมาย จะต้องแยกออกจากการพูดคุยแนะนำตัวตามปกติ โดยจำเป็นต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงถึงการสั่งการหรือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ที่ชัดเจน เช่น เอกสาร คลิปเสียง ภาพถ่าย ข้อมูลการเดินทาง หรือเส้นทางการเงินที่สอดคล้องกับช่วงเวลาการลงคะแนน และเงินนั้น เป็นไปเพื่อกำหนดผลโหวต
“ถ้ามีเพียงคำบอกเล่าของบุคคล หรือการนำเหตุการณ์หลายอย่างมาเชื่อมโยงกันตามข้อสันนิษฐาน น้ำหนักในกระบวนการยุติธรรมอาจยังไม่เพียงพอ เพราะพยานบุคคลบางส่วนอาจเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือก จึงต้องมีพยานหลักฐานแวดล้อมมาสนับสนุนให้เห็นถึงพฤติการณ์การทุจริตอย่างเป็นระบบ” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุด้วยว่า การพบเอกสารรายชื่อหรือข้อมูลตัวเลขผู้สมัครเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นหลักฐานของการฮั้ว เนื่องจากขาดเส้นเงินเชื่อมโยง และผู้สมัครอาจจัดทำรายชื่อเพื่อใช้จดจำผู้สมัครคนอื่น หรือใช้วางแนวทางการลงคะแนนภายใต้ระบบที่ต้องเลือกกันเอง
ส่วนกรณีการโอนเงินระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว. ต้องพิจารณารายละเอียดของความสัมพันธ์และวัตถุประสงค์ในการโอนเป็นรายกรณี หากเป็นการโอนเงินตามปกติ เช่น ค่าเดินทาง ค่าดำเนินการ หรือค่าใช้จ่ายระหว่างทีมงาน ย่อมยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นการซื้อเสียง แต่หากพบว่าเป็นการโอนเงินในช่วงก่อนหรือหลังลงคะแนนไม่นาน ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการทำงานรองรับ และมีหลักฐานระบุชัดว่าเป็นค่าตอบแทนในการเลือก สว. ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ก็จะมีน้ำหนักแตกต่างออกไป
ผศ.ดร.วันวิชิต เห็นว่า ปัญหาสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากการออกแบบระบบเลือก สว. ที่ต้องการเปิดพื้นที่ให้บุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้ามามีส่วนร่วม และให้ผู้สมัครเลือกกันเอง แต่ประเทศไทยยังไม่มีประสบการณ์กับระบบลักษณะนี้มากนัก จึงทำให้เกิดข้อสงสัยและการตีความแตกต่างกัน
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ควรกำหนดแนวทางให้ชัดเจนว่า การกระทำลักษณะใดสามารถทำได้ และพฤติการณ์แบบใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สมัครและประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
“เมื่อระบบกำหนดให้ผู้สมัครต้องเลือกกันเอง การแนะนำตัวและพูดคุยกันย่อมหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สิ่งที่จะเอาผิดได้ต้องมากกว่าความรู้สึกหรือข้อสงสัย ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการสั่งการ จ่ายผลประโยชน์ และควบคุมการลงคะแนนอย่างเป็นขบวนการ โดยมีเส้นเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มติ กกต.14 ก.ย. คดีฮั้ว สว.จบแบบไหน?
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประชุมลงมติในคำร้อง"คดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา"หรือ"คดีฮั้วสว."ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก และคาดว่ามติของกกต.ไม่ว่าจะออกมาอย่างใด จะมีผลทางการเมืองและต่อองค์กรอิสระอย่างกกต.ตามมาแน่นอน
'ไอติม' ติดใจเอาเป็นเอาตายคนปล่อยเอกสารมากกว่าตามล่าคนผิด!
'ไอติม' เข้าแจง 'กมธ.ตำรวจ' ยัน พร้อมร่วมมือคดีฮั้ว สว. เต็มที่ ตั้งข้อสังเกต กมธ.เร่งไล่ล่าคนปล่อยเอกสารมากกว่าหาตัวคนผิด เตือนสติรัฐบาลปมปล่อยข่าวเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ เข้าข่ายย้ายข้าราชการเพื่อเป็นคุณหรือไม่
'ไอติม' เผยโดน สส.ภูมิใจไทย ใช้อำนาจประธานกมธ.ตำรวจ เรียกไปชี้แจงนำสำนวนคดีฮั้ว สว. มาเผยแพร่
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ระบุว่า วันที่ 3 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น. สภาผู้แทนราษฎร ทางคณะกรรมาธิการตำรวจนำโดย
'ยิ่งชีพ' ดีเดย์ 13 ก.ย.ปลุกปชช.ร่วมทำกิจกรรม เดินหน้าลุย กกต.ให้สั่งฟ้องคดีฮั้วสว.
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชน (iLaw) โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในระหว่างที่ผมยังคิดไม่ออกว่าจะชวนกันทำอะไรเพื่อเรียกร้องให้กกต. #สั่งฟ้องสว
'สมชัย' เปิดเอกสารอนุฯ 36 วิธีการประชุมวินิจฉัย ทีมเลขาอ่านสำนวน ร้อยละ 95 ไม่มีการซักถาม
'สมชัย' เปิดเอกสารอนุฯ 36 ตอนที่ 2 วิธีการในการประชุมวินิจฉัย ทีมเลขา ผลัดกันอ่านสำนวนทีละคดี สรุปความเห็นคณะที่ 26 ร้อยละ 95 ไม่มีการซักถาม ประชุม 2ชั่วโมงครึ่ง เบี้ยประชุมแต่ละคน เฉลี่ย 2 หมื่นบาทต่อเดือน
'นพ.ตุลย์' ชี้อนุชุดที่ 26 มีเอกสาร 9 หมื่นหน้าเสนอฟ้อง 229 คน ตั้งแต่มีค.69 ย้ำ 14กย.ต้องส่งศาลฎีกา
'นพ.ตุลย์' ชี้อนุชุดที่ 26 มีเอกสาร 9 หมื่นหน้า เสนอฟ้อง 229 คน ตั้งแต่ มี.ค. 69 การที่กกต.ตั้งอนุวินิจฉัยชี้ขาดจึงไม่มีเหตุอันควร ยิ่งมีผลออกมาว่าไม่สั่งฟ้องแม้แต่คนเดียว ย้ำ 14ก.ย.ต้องส่งฟ้องต่อศาลฎีกา

