'หมอเหรียญทอง' ยิ้มสู้! ลั่นไม่หวั่นคดี หากถึงศาลฎีกาแพ้ก็น้อมรับ

“หมอเหรียญทอง” ลั่นไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น แม้อำลาราชการทหารเกือบ 19 ปี แต่ยังเป็นทหารเต็มตัว หากคดีถึงที่สุดและศาลฎีกาเห็นว่าผิด ก็น้อมรับคำพิพากษาอย่างมีเกียรติ ก่อนทิ้งท้าย “คนอย่างผมไม่มีฟอร์มอะไรให้เสีย”

29 สิงหาคม 2569 - พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การบาดเจ็บและการสูญเสียจากการปกป้องเอกราช อธิปไตย ปกป้องจอมทัพ และรักษาความมั่นคงของชาติ เป็นเรื่องที่ทหารอย่างตนพร้อมเผชิญมาตลอดชีวิต

พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุว่า “ผมจึงไม่มีความหวาดกลัว ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่รู้สึกเสียใจต่อการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นทุกเมื่ออยู่แล้ว”

พร้อมระบุต่อว่า “ผมเป็นหมอที่เป็นทหารแท้ แม้จะแก่แล้ว และอำลาชีวิตราชการทหารมานานเกือบ 19 ปีแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังเป็นทหารแท้อยู่วันยังค่ำ”

พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุอีกว่า การปกป้องพระเจ้าแผ่นดินที่ตนกระทำนั้น หากศาลฎีกาซึ่งเป็นที่สุดเห็นว่าตนกระทำผิดอาญาแผ่นดินจริง ก็พร้อมน้อมรับอาญาแผ่นดินอย่างมีเกียรติศักดิ์ของการเป็นทหารแห่งองค์จอมทัพไทย เพราะคำพิพากษาได้กระทำภายใต้พระปรมาภิไธยพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นจอมทัพของทหารอย่างตน

“ผมไม่เสียใจหรอกครับ ต่อให้เป็นคำพิพากษาศาลฎีกา ผมก็ไม่เสียฟอร์มอะไรหรอก เพราะคนอย่างผมไม่มีฟอร์มอะไรให้เสีย ผมเป็นแค่ตาแป๊ะขายกล้วยทอดแห่ง รพ.มงกุฎวัฒนะเท่านั้นแหละครับ ...จอมทัพภูมิพลมหาราชทรงสอนไว้ให้ ‘ยิ้มสู้’ ครับ” พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุ

ก่อนหน้านี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ยังโพสต์ถึงคดีที่เรียกว่า “คดีบะหมี่” โดยระบุว่า คดีที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ตนชนะ และฝ่ายเจ้าของบะหมี่เป็นผู้ยื่นอุทธรณ์ แต่ไม่เห็นมีสำนักข่าวนำเสนอ ขณะที่คดีที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ตนแพ้ ซึ่งตนก็จะใช้สิทธิอุทธรณ์ แต่กลับมีการเผยแพร่ข่าวในลักษณะเสมือนคดีถึงที่สุดแล้ว

พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีหลายประเด็นที่ตนเห็นว่าไม่ถูกต้องและจะยื่นอุทธรณ์ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาอาจกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างกรณีถูกอดีต สส. เป็นโจทก์ฟ้องรวม 4 คดี โดย 3 คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกรวม 10 ปี ปรับรวม 600,000 บาท และให้ชำระค่าเสียหายอีก 300,000 บาท ก่อนที่ตนจะยื่นอุทธรณ์และฎีกาตามกระบวนการ

พล.ต.นพ.เหรียญทอง ระบุว่า ในจำนวนดังกล่าว 2 คดี มีการกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกฟ้องแล้ว ทำให้ไม่ต้องรับโทษจำคุก ได้รับเงินค่าปรับคืน 500,000 บาท และไม่ต้องชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ ส่วนอีก 1 คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ และหากผลออกมาแพ้ก็จะใช้สิทธิฎีกาต่อไป

“กระบวนการต่อสู้ในคดีต่างๆ บนศาล มันก็มีแพ้ มีชนะ หากผมหรือคู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาก็อุทธรณ์-ฎีกาสู้กันไป มันก็เหมือนกีฬานั่นแหละครับ”

พล.ต.นพ.เหรียญทอง เปรียบเทียบว่า หากแพ้ใน “ยก 1” ก็ยังต้องต่อสู้ในยก 2 และยก 3 จนกว่าคดีจะถึงที่สุด พร้อมทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าผลจะออกมาแพ้หรือชนะ ตนก็ยังเป็น “ตาแป๊ะหลักสี่ คนธรรมดาๆ” ที่ยังคงปฏิบัติตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลเหมือนเดิม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 3 ปี 'หมอเหรียญทอง' โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่แนวร่วมอริราชศัตรู เจ้าตัวลั่นขออุทธรณ์สู้มั่นใจชนะ

ศาลอาญาสั่งคุก "หมอเหรียญทอง" 3 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3 แสน ปมโพสต์กล่าวหาเจ้าของร้านบะหมี่ตั้งฮกกี่ เป็นแนวร่วมอริราชศัตรู

มาแล้ว ‘หมอเหรียญทอง’ ซูฮก ‘อนุทิน’ เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่าผมไม่ใช่ติ่งคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นะครับ แต่ผมชื่นชมในการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

อัยการยื่นฟ้อง 'หมอเหรียญทอง' ตบเด็ก 14 สูบบุหรี่ในโรงพยาบาล

พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 นำนายแพทย์หรือนายเหรียญทอง แน่นหนา ,นายแพทย์หรือนายเหรียญตรา แน่นหนา ,นางอรพรรณ ระหงษ์ ,นายวุฒิภัทร ทองพรม มายื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1-4 ต่อศาลในความผิดฐาน

ทนายหิวแสงสนใจมั้ย! 'หมอเหรียญทอง' ปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดต่อคนสูบบุหรี่ในรพ.อีกรายแล้ว

นพ.เหรียญทอง แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่า แชร์ให้ทราบทั่วกันว่าเมื่อเย็นวันที่ 9 ก.ค.67 มีผู้ป่วยชายอายุ 48 ปี ตามบัตรประชาชนที่แนบ ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในห้องสุขา หอผู้ป่วยสามัญชาย รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่มีผู้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่มากกว่า 30 เตียง