ระทึกทั้งคืน! ไฟเผาคลองถมเซ็นเตอร์วอด 90% พื้นถล่ม-รถกว่า 20 คันเสียหาย

ประมวลเหตุไฟไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” กลางกรุง เพลิงโหมนานหลายชั่วโมง ลามจากชั้นล่างขึ้นชั้น 2-3 จนพื้นพังถล่ม รถกว่า 20 คันเสียหาย อาคารวอดราว 90% เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครบาดเจ็บ 3 ราย ก่อนสกัดไฟลามอาคารข้างเคียงไว้ได้ เร่งพิสูจน์ต้นเพลิงหาสาเหตุ

29 สิงหาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคม โดยเพลิงโหมลุกไหม้นานหลายชั่วโมง สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อตัวอาคาร ร้านค้า และรถยนต์ที่จอดอยู่ภายใน ขณะที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 20.42 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยจากหลายสถานีจึงระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 3 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ชั้นล่างแบ่งเป็นล็อกจำหน่ายสินค้า ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า อะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ และกล้องวงจรปิด รวมประมาณ 700-800 ล็อก ชั้น 2 เป็นลานจอดรถและบางส่วนใช้เป็นโกดังเก็บสินค้า ส่วนชั้น 3 เป็นลานจอดรถ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีรถยนต์จอดอยู่กว่า 20 คัน

เบื้องต้นพบว่าเพลิงเกิดขึ้นบริเวณชั้น 1 โซนด้านใน ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก ทั้งพลาสติก อุปกรณ์ไฟฟ้า และแผงโซลาร์เซลล์ โดยมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ

ระหว่างเกิดเหตุ เจ้าของร้านและลูกจ้างต่างเร่งขนย้ายสินค้าออกจากพื้นที่กันอย่างโกลาหล เจ้าหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนระดมฉีดน้ำสกัด แต่การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเพลิงลุกลามขึ้นสู่ชั้น 2 และชั้น 3 อย่างรวดเร็ว ขณะที่พื้นซึ่งมีส่วนประกอบของยางมะตอยถูกความร้อนจนหลอมละลายหยดลงมา ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานด้านในได้

เวลา 21.51 น. กันสาดของอาคารเริ่มทรุดตัว เบื้องต้นมีรายงานอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และถูกนำส่งโรงพยาบาลกลาง

ต่อมาเวลา 22.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ โดยมีนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานความคืบหน้าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

กระทั่งเวลา 22.16 น. โครงสร้างอาคารบางส่วนเริ่มทรุดตัว เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และเร่งฉีดน้ำจากภายนอกเพื่อสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง

เวลา 22.41 น. มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 3 ราย ประกอบด้วยอาสาสมัครกู้ภัย เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสวนมะลิ และเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน ทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลกลาง

จากนั้นเวลา 22.48 น. เพลิงลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียงฝั่งถนนยมราชสุขุม ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเสียงและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งอุปกรณ์บลูทูธ แบตเตอรี่ ตู้ลำโพง และสายไฟ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัด

เพลิงยังลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์ที่ปลูกติดอยู่ด้านหลังคลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งมีทั้งหมด 8 คูหา โดยจุดที่ได้รับผลกระทบเป็นอาคารสูง 5 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้า ส่วนด้านบนใช้เป็นหอพักและพื้นที่เก็บสินค้า พบเพลิงบริเวณชั้น 5 ก่อนลุกลามลงมายังชั้น 3-4

เจ้าหน้าที่ต้องลำเลียงสายฉีดน้ำผ่านอาคารข้างเคียงเพื่อเข้าสกัดเพลิง ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามไปยังคูหาที่อยู่ติดกันได้

ความรุนแรงของเพลิงที่โหมอยู่นานหลายชั่วโมง ส่งผลให้พื้นชั้น 2 และชั้น 3 ของคลองถมเซ็นเตอร์พังถล่มลงมา รถยนต์กว่า 20 คันที่จอดอยู่ภายในถูกเพลิงไหม้และได้รับความเสียหายจากการพังถล่มของโครงสร้าง ขณะที่มีการประเมินเบื้องต้นว่าอาคารได้รับความเสียหายประมาณ 90%

นายชัชชาติเปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวมีโครงสร้างเหล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการยุบตัวหรือสูญเสียกำลังเมื่อได้รับความร้อนสูง โดยหลังคาและโครงสร้างบางส่วนเริ่มทรุดตัวลง ขณะที่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ติดค้างภายในอาคาร

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก จึงยังไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานภายในอาคารได้ และต้องเน้นฉีดน้ำจากภายนอกเพื่อควบคุมไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังตึกแถวข้างเคียง อย่างไรก็ตาม การฉีดน้ำทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีผนังกั้น ทำให้น้ำเข้าถึงด้านในอาคารได้ยาก

นายชัชชาติยังกล่าวว่า ภายในอาคารมีการติดตั้งระบบสปริงเกอร์ แต่คาดว่าอาจไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด ขณะที่บริเวณโดยรอบมีประปาหัวแดงหลายจุด ซึ่งสามารถนำมาใช้สนับสนุนภารกิจดับเพลิงได้

ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งลงพื้นที่พร้อมนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมเครื่องจักร อุปกรณ์ ตลอดจนกำลังจากหลายฝ่ายเข้าควบคุมเพลิงอย่างเต็มที่ โดยสามารถควบคุมบริเวณที่เป็นจุดความร้อนได้บางส่วน และกำลังเร่งจัดการจุดที่เข้าถึงยาก

นายเจเศรษฐ์ขอให้ประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงและได้รับผลกระทบจากกลิ่นควัน มีอาการแสบจมูกหรือแสบตา ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ และหากมีอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์

เวลา 23.13 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รายงานว่าสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงต้องดำเนินการกับจุดความร้อนภายในและพื้นที่ที่เข้าถึงยากอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภายในอาคารมีวัสดุและสินค้าที่ติดไฟได้จำนวนมาก

สำหรับสาเหตุของเพลิง มีรายงานเบื้องต้นว่าจุดต้นเพลิงอาจอยู่บริเวณตอนกลางโซนด้านในฝั่งขวาของตลาด ใกล้ร้านจำหน่ายลำโพงและเครื่องเสียง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นต้นเหตุของเพลิงครั้งนี้ โดยพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 1 เตรียมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาจุดต้นเพลิงและสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟป่าพรุควนเคร็งไหม้พร้อมกัน 3 จุด เสียหาย 200 ไร่ สกัดลามสวนปาล์ม

สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ ป่าพรุควนเคร็ง บริเวณหมู่ 1 หมู่ 6 และหมู่ 9 ต.ควนเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช หลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าเสม็ดขาวอย่างรุนแรง

หนีตายจ้าละหวั่น! ไฟไหม้แคมป์คนงานกลางดึก วอด 7 คูหา

เกิดเหตุไฟไหม้แคมป์คนงานก่อสร้าง ใกล้กับบิ๊กซี มินิมาร์ท บ้านบางโจ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา ต่างพากันอพยพออกมาจากที่เกิดเหตุ

ไฟไหม้! โรงแรมพัทยา ลูกค้าเต็มทุกห้อง หนีตายจ้าละหวั่น

ศูนย์วิทยุหน่วยบรรเทาสาธารณภัยทางบกเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.10 ค.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ปิดภารกิจ 34 ชั่วโมง! ดับไฟไหม้บ่อขยะสะพานหินสำเร็จ

นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะสะพานหิน เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต สะพานหิน ทางเทศบาลนครภูเก็ต