ดร.ปณิธาน สะกิดเตือน หากประกาศ BRN เป็นกลุ่มก่อการร้าย มีทั้งผลดี-ผลเสีย

นักวิชาการชี้หากประกาศBRNเป็นกลุ่มก่อการร้าย มีทั้งผลดี-ผลเสีย ฝ่ายผู้ก่อเหตุได้มวลชนเพิ่มขึ้น เป็นทางเลือกที่มีอยู่บนโต๊ะ ย้ำกลุ่มสุดโต่ง ต้องการแบ่งแยกดินแดน  

30 ส.ค.2569-รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง และการต่างประเทศ-อดีตอาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงเกิดเหตุต่อเนื่อง และมีรายงานว่าฝ่ายการข่าวความมั่นคงประเมินเป็นฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็นใหม่ว่า บีอาร์เอ็นรุ่นเก่าจบไปแล้วพร้อมกับพูโล -มูจาฮีดีน เพราะอดีตแกนนำตอนนี้หลายคนเสียชีวิตเช่น นายสะแปอิง บาซอ อดีตประธานกลุ่มบีอาร์เอ็น,มะแซ อุเซ็ง ส่วนแกนนำบางคนตอนนี้ก็อายุมาก เช่น นายดูนเลาะ แวมะนอ ที่ขยับขึ้นมาเป็นสภาองค์กรนำ หรือดีพีพี

บีอาร์เอ็น เป็นองค์กรลับที่มีหกส่วนที่ไม่เปิดเผยเหมือนพวกกลุ่มอย่างกลุ่มฮามาส-ฮิซบอลเลาะห์เพราะหากเปิดเผยจะโดนไล่ล่าแบบฮามาส-ฮิซบอลเลาะห์ รวมถึงหากเปิดเผยก็ผิดกฎหมาย ทำให้บีอาร์เอ็นไม่โดนขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย    สำหรับโครงสร้างหกส่วนที่กล่าวข้างต้น ประกอบด้วย ศูนย์การนำหรือสภาผู้นำ ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกกลุ่มครูบาอาจารย์ นักคิด นักยุทธศาสตร์ เป็นพวกที่มีความเข้าใจดีถึงความเป็นมาของเรื่องอาณาจักรปัตตานี สอง คือพวก”แนวร่วมปฏิวัติ”ที่มีสองส่วน คือแนวร่วมปฏิวัติผู้สั่งการกองกำลัง กับสองกลุ่มผู้ดำเนินการ ซึ่งเป็นพวกอยู่ในพื้นที่ พวกหน่วยจรยุทธ์พวกอาร์เคเค กลุ่มสมทบต่างๆ

กลุ่มที่สามคือพวก  แนวร่วมในพื้นที่ เช่นแนวร่วมทางการเมือง แนวร่วมทางเศรษฐกิจ แนวร่วมทางการศึกษา และที่สำคัญคือพวกแนวร่วมของขบวนการผิดกฎหมายทั้งหลายที่เป็นพวกกลุ่มท่อน้ำเลี้ยง แล้วก็ยังมีพวกกลุ่มแนวร่วมมุมกลับ เช่นพวกอดีตเจ้าหน้าที่ซึ่งถูกปลดอย่างไม่เป็นธรรม เกิดความผิดหวัง คนกลุ่มนี้จะกลับไปช่วยอีกฝั่งหรือไม่ก็เป็นลักษณะขายความลับไปให้อีกฝั่ง เอาความลับไปขายเพื่อต้องการเงิน ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ผมไม่ได้พูด แต่เป็นข้อมูลจากกลุ่มคนที่ผมกับคณะที่เคยทำวิจัยเรื่องปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ฯ ที่ทำให้กับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งคณะฯ ได้ไปพูดคุยระหว่างทำงานวิจัย นอกจากนี้ก็ยังมีแนวร่วมทางศาสนา ซึ่งก็ไปว่าเขาไม่ได้เพราะว่าจิตวิญญาณเขาเช่นเรื่องการสอน

และสุดท้ายคือแนวร่วมใหม่ เป็นแนวร่วมด้านต่างประเทศ ซึ่งมาตั้งสำนักงานอยู่ในพื้นที่เช่น กาชาดสากล มีสำนักงานส่วนหน้า ซึ่งที่มาขณะนี้มานั่งพูดคุยที่โต๊ะพูดคุยสันติสุข

“แนวร่วมทั้งหมดทั้งแนวร่วมทางเศรษฐกิจ ทางการศึกษา ศาสนา แนวร่วมมุมกลับ แนวร่วมต่างประเทศ ที่ก็จะมีซับซ้อน แต่ว่าทุกแนวร่วม  เดินไปบนจุดมุ่งหมายจุดเดียวกัน ปลายทางกลุ่มที่สุดโต่งที่สุดคือ ต้องการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งกลุ่มสุดโต่ง ขวาจัด ใช้กำลัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุยยาก”

ดร.ปณิธานกล่าวว่า สำหรับกลุ่มสุดโต่งมีจำนวนเท่าใดนั้น ตัวเลขไม่ถูกเปิดเผย แต่ว่ารวมๆ ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่หลายร้อยคน และที่กำลังดึงเข้ามามีเป็นพัน กำลังฝึก แต่ก็มีที่ออกมาจากกลุ่มนี้เหมือนกัน ซึ่งคนที่ถูกดึงเข้ากลุ่มสุดโต่งก็มีจำนวนหนึ่งที่พ่อแม่เขาโดนความรุนแรงจากเหตุกรือเซะ ตากใบ การปฏิบัติการต่างๆ พวกนี้ก็ถูกดึงเข้าไป(กลุ่มสุดโต่ง) แล้วก็บ่มเพาะในสถานศึกษา ให้ความคิดที่เบี่ยงเบน คนเหล่านี้คุยยาก

ถามว่าหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าการข่าวล้มเหลวหรือไม่ รศ.ดร.ปณิธาน มองว่าคงไม่ แต่ว่าการข่าวมันไม่เร็วพอ ไม่มีการสั่งการเพื่อเอาไปใช้ให้ทันเวลา ซึ่งตรงนี้ปรับได้ เคยปรับมาแล้ว และอาจจะต้องปรับอีก ผบ.ทบ.พูดเองว่าจะปรับ ส่วนการจะปรับควรปรับอย่างไร ก็ต้องปรับโดยให้วงรอบมันแคบลง พอได้ข่าวก็รีบจัดให้มีการประชุมเลย ประชุมฝ่ายข่าวกรองของแม่ทัพ(แม่ทัพภาคที่4)  -ข่าวกรองของแม่ทัพน้อย -ข่าวกรองของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า -ข่าวกรองกอ.รมน.-ข่าวกรองของกองทัพบก -ข่าวกรองของสมช.-ข่าวกรองของฝ่ายพลเรือนเช่นพรรคการเมือง เป็นต้น ก็มีร่วมๆ 15 หน่วย ก็มานั่งประชุมแบบประชาคมข่าว มีศูนย์ประสานงานข่าว โดยให้มีผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นั่งเป็นหัว แต่ปัญหาอย่างหนึ่งคือ ศักดิ์ศรีบารมี มันใกล้เคียงกันหมด บางทีข่าวย้อนแย้งกัน แล้วหากย้อนแย้ง แม่ทัพจะเชื่อใคร ก็ต้องเชื่อตัวเอง เพราะว่าแม่ทัพอยู่หน้างานเกรงจะไม่ปลอดภัย ก็คือต้องทำให้กระชับ แล้วตัดสินใจให้ได้ว่า ข้อมูลที่เข้ามา 70-80 เปอร์เซ็นต์ หากดูว่าใช้งานได้แล้วก็ใช้เลย โดยส่งขึ้นมาที่คนซึ่งควบคุมนโยบายสูงสุด ที่ก็คือ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้ท่านรับผิดชอบเพราะต้องสั่งการ

เรื่องการข่าวต้องปรับวงรอบให้มันสั้นลง ส่วนข่าวที่มันย้อนแย้งกัน ก็ใช้AI ช่วย ง่ายๆเลย เอาระบบAI สมัยใหม่ เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เรื่องนี้ไม่ได้พูดเล่น รั้วไทย-มาเลเซีย ตอนที่เราเริ่มเมื่อสิบห้าปีก่อนแพงมาก กล้องวงจรปิดแพงมาก โดรนแทบไม่ต้องพูดถึง แต่ปัจจุบันราคาถูกลงมากแทบไม่ต้องใช้รั้วแบบเดิม กล้องวงจรปิดโซล่าเซลล์สมัยใหม่ที่ดีที่สุดตอนนี้ตัวละไม่กี่พันบาท เมื่อวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป การกระชับวงให้เร็วขึ้นสามารถทำได้ เสร็จแล้วก็กลับมาที่เดิมคือ พอข้อมูลอยู่ในมือของคนที่ต้องสั่งการ จะกล้าสั่งหรือไม่ จะมีประสบการณ์พอหรือไม่ จะมีบารมีหรือไม่ จะมีสัญชาติญาณ ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง ซึ่งบางทีมันไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เรื่องการข่าว  

ต่อข้อซักถามที่ว่า หากจะประกาศให้บีอาร์เอ็น เป็นองค์กรก่อการร้าย ได้หรือไม่ ดร.ปณิธาน กล่าวว่า ได้ ซึ่งก็มีทั้งดีและเสีย ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งหมด หากเราปักหมุดกองกำลังเรามีความเข้มแข็ง ก็ไม่เป็นไร แต่หากกองกำลังอ่อนแอ มวลชนเขาจะเพิ่มขึ้นเลย หากทำผิดจังหวะแล้วกองกำลังไม่เข้มแข็ง แล้วไปประกาศ จะยุ่งเลย         คนกลางๆ ก็จะกลัวว่าจะถูกเป็นผู้ก่อการร้ายไปด้วย ก็จะเทไปให้เป็นมัดใหญ่ๆ รวมกันไว้  แต่ต่างชาติเอาจะเอาก็ได้ โดยเฉพาะบางประเทศที่อยากจะเข้ามาแทรกแซงอยู่แล้ว ก็เข้าทางเขา แต่หากเราหมุดเราเข้มแข็ง ชุมชนเราตอบรับ อาจจะต้องประกาศขึ้นบัญชี ให้เขายิ่งหดตัวลง ซึ่งเขาหดตัวอยู่แล้ว ซึ่งคนที่ฉลาด เขาก็ออกมาหมด อันนั้นเป็นทางเลือกที่มีอยู่บนโต๊ะ แต่ว่าการตัดสินใจต้องดูจังหวะและเวลา และต้องบอกพวกเขาว่า หากพวกคุณไม่กลับมา ไม่มาพูดคุย ดีไม่ดี อาจจะบังคับให้เราต้องประกาศแขวนเขาไว้ แบบนั้นจะเดือดร้อนกันมาก แล้วมันจะพลิกสถานการณ์ มาเลเซีย ก็จะต้องเปิดหน้ามาร่วมมือกับเรามากขึ้น เพราะว่าขึ้นทะเบียนแล้ว แต่หากผิดพลาด ก็อาจจะอยู่เบื้องหลัง จะซับซ้อนหรือไม่ คนก็ตั้งข้อสังเกตุ  ก็ยังมีปัจจัยหลายอย่าง

ถามย้ำว่าเลขาธิการสมช.คนใหม่ที่จะเป็น พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกซึ่งอยู่ในตำแหน่งหนึ่งปี ดร.ปณิธาน มองว่าการเปลี่ยนตัวเลขาธิการสมช.บ่อยๆ ไม่ค่อยดีต่อขวัญกำลังใจและความต่อเนื่อง แต่ว่าหากเป็นเฉพาะช่วงเวลาที่จำเป็น อย่างเลขาธิการสมช.ในอดีตเช่นนต.ประสงค์ สุ่นศิริ พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา ทำสำเร็จจากการเข้าไปกุมสภาพ แล้วก็เดินหน้าซึ่งช่วยนายกฯสมัยนั้นๆได้มาก แต่ช่วงหลังๆ มีตำรวจ ทหาร บางกลุ่มเข้ามา ก็ทำได้ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ผสมกัน แต่ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเยอะ สุดท้ายทำให้คนในองค์กรเสียขวัญเสียกำลังใจมาก เพราะมันเป็นอาชีพของเขา แล้วไปเอาคนอื่นมานั่ง แล้วก็ทำให้เกิดความแตกแยกข้างใน

“ไปถามพลโทภราดร พัฒนถาบุตร ก็ได้ตอนที่เป็นเลขาธิการสมช. ที่ก็ทำได้หลายเรื่องแต่พอออกมาแล้ว ก็ยังบ่นเป็นห่วงลูกน้องจนถึงทุกวันนี้ เรื่องขวัญกำลังใจ การทำงานมันไม่ได้เป็นไปตามพัฒนาการที่ควรจะเป็น ก็เป็นบทเรียนที่ต้องแก้ว่าฝ่ายพลเรือนต้องสร้างความเข้มแข็งกว่านี้ ทหาร ตำรวจ หรือคนนอก หากจะเข้าไป ก็ต้องทำให้สำเร็จ”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุทธวิธี ดับไฟใต้ เตรียมรับมือกลุ่มสุดโต่ง

จากสถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส เมื่อช่วงวันที่ 22-23 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการก่อเหตุกันหลายสิบจุด ทำให้สถานการณ์ไฟใต้กลับมาปะทุอีกครั้ง

'น้ำเงิน'งัดกม.-'ส้ม'ปั่นการเมือง ปลายทาง'ฮั้วสว.'จบแบบไหน?

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังดำเนินไปภายใต้ฉากทัศน์ของสงครามตัวแทนระหว่างสองขั้วอำนาจ ที่มีแนวทางการขับเคลื่อนและยุทธวิธีในการต่อสู้ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

'อนุทิน' ร้องอุ๊ย! ไม่รู้เรื่อง 'รร.เพื่อน' ยกเลิกให้ฝ่ายค้านใช้จัดเสวนา

นายกฯ บอกไม่รู้เรื่อง หลังรร.พูลแมน ไม่ให้ฝ่ายค้านใช้จัดเสวนา ถามสื่อ ‘เขาไม่ให้ใช้แล้วหรอ’ ชี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

“วันวิชิต” ชี้รัฐบาล ยังแกร่ง พรรคร่วมเหนียวแน่น ชมผนึกกำลังทำงาน ผ่านปัญหาน้ำท่วมน่าน มองฝ่ายค้านยังไร้ “หมัดน็อก” เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์เสถียรภาพรัฐบาลว่า แม้รัฐบาลกำลังเผชิญโจทย์ท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งวิกฤติพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ปัญหาความมั่นคงตา