9 เดือน 'เมืองสแกมเมอร์' โอร์เสม็ด ซากเน่าฟ้องโลก! กต.ซัดรัฐไร้ความรับผิดชอบ

AOT ลงพื้นที่ “เมืองสแกมเมอร์” โอร์เสม็ด ก่อนครบ 9 เดือน พบซากอาคารทรุดโทรม-อาหารขึ้นรา กต.ชี้สะท้อนปัญหารัฐไม่บังคับใช้กฎหมาย เตรียมหารือเวทีเจนีวาแก้ออนไลน์สแกม

7 กันยายน 2569 - ที่พื้นที่โอร์เสม็ด ใกล้จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา นำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (AOT) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณฐานสแกมเมอร์ เมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ชายแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ เพราะจากการลงพื้นที่ครั้งก่อน ทำให้มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่จะนำไปสะท้อนต่อสื่อต่างประเทศโดยเฉพาะ รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ

นางมาระตีกล่าวว่า ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศมิได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ได้จัดการประชุมร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) รวมถึงมีการหารือกับประเทศและกลุ่มต่างๆ เช่น สหภาพยุโรป ตลอดจนหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นหารือในเวทีระหว่างประเทศหลายเวที

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติการของกลุ่มสแกมที่พบ เป็นสิ่งสะท้อนถึงการที่ฝ่ายรัฐไม่มีความรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ดังกล่าว โดยในเดือนกันยายนนี้ กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าว และคณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จะจัดกิจกรรมคู่ขนานเพื่อแลกเปลี่ยนประเด็นความรับผิดชอบของรัฐในการแก้ไขปัญหาออนไลน์สแกม

นางมาระตีย้ำว่า การหยุดยิงไม่ได้หมายความว่าแนวชายแดนจะมีความมั่นคง เพราะยังมีภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมถึงการต่อต้านออนไลน์สแกมตามถ้อยแถลงร่วม ขณะที่ยังมีอีกหลายข้อที่ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ส่วนกรณีกัมพูชาจะใช้เวทีที่ประเทศฝรั่งเศสกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นางมาระตีกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศสได้ออกมาปฏิเสธแล้วว่า ไทยไม่ได้ล็อบบี้ บังคับ หรือโน้มน้าวประเทศที่สาม ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (OIF) ไม่ให้หยิบยกประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นหารือบนเวทีดังกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผู้นำไทยและกัมพูชาพบกันในการประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ได้มีการพูดคุยกันถึงการหยุดการยั่วยุ รวมถึงการนำประเด็นไปกล่าวบนเวทีระหว่างประเทศที่ไม่ได้มีเรื่องดังกล่าวเป็นเป้าหมายหรือวาระของการประชุม ดังนั้น เอกอัครราชทูตไทยจึงไม่มีความจำเป็นต้องล็อบบี้ประเทศอื่น ขณะที่ไทยไม่ได้เป็นสมาชิก OIF แต่มีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ และจะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

“คนไทยไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเวทีใดก็ตามที่มีการกล่าวหาประเทศไทย หากไทยเป็นสมาชิกและสามารถใช้เวทีนั้นชี้แจงได้ ก็จะชี้แจงในตอนนั้น แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็จะออกเป็นข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง” นางมาระตีกล่าว

ด้าน พ.อ.โรเดอริก การ์เซีย (Col. Roderick Garcia) ผู้แทนจากประเทศฟิลิปปินส์ หนึ่งในคณะผู้สังเกตการณ์ AOT กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า การได้มาเห็นพื้นที่จริงถือเป็นข้อมูลที่จะนำไปรวบรวมและจัดทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชา แม้การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปตามหลักฐานหรือข้อมูลที่แต่ละฝ่ายกล่าวอ้างได้ แต่ถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ซึ่งจะต้องนำไปประเมินและวิเคราะห์ต่อไป

พ.อ.โรเดอริกกล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับก่อนเดินทางมากับสิ่งที่ได้เห็นในพื้นที่จริงแตกต่างกันพอสมควร เนื่องจากข้อมูลก่อนหน้านี้มาจากโซเชียลมีเดีย สื่อ และข่าวต่างๆ แต่เมื่อได้มาเห็นสถานที่จริง ทำให้เข้าใจสภาพพื้นที่และการปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงได้เห็นสถานีตำรวจจำลองและสถานที่ต่างๆ ซึ่งทำให้เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเมืองขนาดเล็กที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ยังเห็นว่าแต่ละฝ่ายยังยึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกัน โดยเฉพาะฝ่ายไทยที่ชี้แจงว่าไม่มีเจตนาเข้าไปยึดครองพื้นที่ แต่มีความจำเป็นต้องควบคุมเพื่อดูแลความปลอดภัย และหากมีการกำหนดเส้นเขตแดนที่ชัดเจนแล้ว ฝ่ายไทยพร้อมถอนกำลังออกจากพื้นที่ โดยให้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งยังต้องมีการหารือกันต่อไป ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังคงปฏิบัติตามข้อตกลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารไทยยังคงวางกำลังรักษาพื้นที่ควบคุม ซึ่งมีอาคารสแกมเมอร์ 29 หลัง จากกลุ่มอาคารทั้งหมด 157 หลัง บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ขณะที่ฝ่ายทหารกัมพูชาตั้งฐานบริเวณเนินสูงตรงข้ามประตูด่าน ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร และยังใช้กล้องตรวจการณ์กับโดรนลาดตระเวนติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนฝ่ายไทยได้นำผ้าใบสีดำมาขึงเพื่อป้องกันการสังเกตความเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ วันที่ 8 กันยายน จะครบ 9 เดือน ที่ทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่บางส่วน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายสิ่งของออกไปภายนอก สภาพอาคารที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทรุดโทรมลงอย่างมาก บางอาคารมีน้ำท่วมขัง ข้าวของเครื่องใช้เริ่มแตกหักเสียหาย ขณะที่อาหารซึ่งถูกทิ้งค้างไว้เริ่มขึ้นรา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฝน ศนันธฉัตร' ร้องตร.ไซเบอร์ ถูกมิจฉาชีพทักไลน์ติดต่องาน อ้างมีผู้ใหญ่สนใจ

นางสาวศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือ ฝน ดาราสาวชื่อดัง พร้อมด้วย นายฐานวัฒน์ ลิ้มสังกาศ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เพื่อให้ข้อมูลและพยานหลักฐาน กรณีถูกสาวปริศนาอ้างตัวทำงานให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทักไลน์ส่วนตัวติดต่ออ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจ

ดีอี เตือน เพจปลอม “Moving Forward For The Future” สวมรอย เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก “สแกมเมอร์” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ใสกริ๊บ! สื่อเขมรตีข่าว จ้าหน้าที่ไม่พบอะไรเลยหลังจากการบุกตรวจค้นคดีฉ้อโกงที่ปอยเปต

ขแมร์ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญของกัมพูชารายงานว่า ตำรวจจังหวัดบันเตียเมียนชัยได้ทำการบุกตรวจค้นหลายจุด แต่ไม่พบหลักฐานการหลอกลวงทางออนไลน์

ไทยตอกเขมรหน้าหงาย 'เขตแดน-สแกมเมอร์' คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่