ลุ้น!ชี้ขาดคดีฮั้วสว. ‘กกต.’แถลงมติบ่ายสาม ม็อบบี้ส่ง229ชื่อให้ศาล

จับตา กกต.นัดแถลงมติปิดคดีฮั้ว  สว.บ่ายสามโมง 229 ชื่อ-บิ๊กเนมการเมืองวัดใจ ลุ้น 7 อรหันต์ เอาผิดยกแผง-ปล่อยผียกพวงหรือฟันแต่น้ำเงินอ่อน ขณะที่ภาค ปชช.เคลื่อนไหวหนัก “ดร.อาทิตย์-วิชา-เจิมศักดิ์-อ.ยักษ์” นำทีมรุ่นใหญ่รวม 73 คน ลงชื่อแถลงบี้ส่งคำร้องไปศาลฎีกา-เอาผิดคดีอาญาขบวนการบล็อกโหวต  "ไอลอว์" นำเดินขบวนกดดัน "ยิ่งชีพ" ขู่มีเอกสารหลักฐานเพียบ หากสั่งไม่ฟ้องพร้อมแฉหมดเปลือก ยื่นคำขาดหากไม่อยากให้ขัดแย้งไม่รู้จบ  "กกต." ต้องสั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่ รธน.ใหม่ "เท้ง-ไอติม" ร่วมม็อบด้วย อ้างมาในฐานะ  ปชช. ลั่นหากไม่ส่งฟ้องไม่จบแน่ นายกฯ สะกิด "เท้ง" ต้องเคารพ กม. "ศุภชัย” ย้ำกระแสไม่ใช่หลักฐาน กกต.ต้องตอบตามกฎหมาย ไม่ใช่แรงกดดัน 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งสื่อมวลชนว่า กกต.จะมีการแถลงข่าวผลการประชุมลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ในเวลา 15.00 น. วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยก่อนหน้านั้น นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. นัดประชุม กกต.ลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ในเวลา 10.00 น. ซึ่งที่ประชุมจะไม่มีการพิจารณารายละเอียดสำนวนการไต่สวนในคดีแล้ว เพราะ กกต.ได้มีการประชุมพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว.มาร่วม 3 เดือนก่อนหน้านี้ โดยนัดประชุมครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.  และเว้นช่วงไว้ 2 สัปดาห์เพื่อให้ กกต.แต่ละคนไปใช้ดุลยพินิจว่าจะลงมติอย่างไร 

การแถลงข่าวมติ กกต.ครั้งนี้ มีการให้สื่อมวลชนลงทะเบียนแจ้งชื่อและสังกัดภายในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. โดยให้สื่อเข้าฟังการแถลงข่าว ถ่ายภาพ และไลฟ์สดได้ไม่เกินสำนักข่าวละ 3 คน

สำหรับคำร้องคดีดังกล่าว มีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 รายชื่อ โดยคำร้องคดีดังกล่าว มีข้อกล่าวหา 7 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย 1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 2.ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส.  สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง หรือไม่  3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด คือ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว.2567 ที่ออกตามมาตรา 70 และมาตรา 36 หรือไม่ 4.มีการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1) หรือไม่ 5.มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3) หรือไม่ 6.มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครตามมาตรา 79 หรือไม่ 7.ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนคำร้องคดีนี้ 229 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 136-138 คน ที่มีตั้งแต่ระดับประธานวุฒิสภา นายมงคล สุระสัจจะ, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และคีย์แมน สว.สีน้ำเงินอีกหลายคน  อาทิ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ปธ.กมธ.การคมนาคม วุฒิสภา และเลขานุการวิปวุฒิสภา,  นายพรเพิ่ม ทองศรี ปธ.กมธ.การพลังงาน วุฒิสภา พี่ชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ปธ.กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบฯ วุฒิสภา อดีต ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ มือกฎหมายคนสำคัญของ สว.น้ำเงินเข้ม เป็นต้น 

และอีกส่วนหนึ่ง เป็นกลุ่มนักการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่มีทั้งรัฐมนตรี, สส., กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในช่วงที่มีการเลือก สว.เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 รวม 21คน เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มากบารมีพรรคภูมิใจไทย กลุ่มรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เช่น สี่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล และอีกหลายคน เช่น นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวฯ, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ยังมีบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน เช่นพวกเลขาฯ หรือทีมงานส่วนตัวของรัฐมนตรีและแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ตามสำนวนคือเป็นผู้ประสานงานในการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เช่น นัดหมายกลุ่มผู้สมัคร สว.ให้ไปเจอที่ใด รวมถึงมีเส้นเงินโยงเครือข่ายผู้สมัคร สว. เป็นต้น และอีก 50 คน เป็นพวกกลุ่ม สว.สำรองและผู้สมัคร สว.ที่ไม่ได้เข้าไปเป็น สว.ชุดปัจจุบัน

โดยมติ กกต.จะออกมาได้ 3 แนวทางคือ หนึ่ง กกต.มีมติให้ส่งคำร้องไปศาลฎีกา เพื่อให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลที่ปรากฏในคำร้องรวม 229 ชื่อ ตามสำนวนการสืบสวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของสำนักงาน กกต. โดยเมื่อศาลฎีการับคำร้องไว้ไต่สวน จะมีคำสั่งให้ สว.ที่มีชื่อตามคำร้องหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน  โดยหาก สว. 138 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด จะทำให้เกิดสภาพสุญญากาศของวุฒิสภาทันที ส่วนกลุ่มนักการเมืองเช่นรัฐมนตรี สส. ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 62 ไม่ได้บัญญัติไว้ว่าให้ศาลฎีกาต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย จึงอยู่ที่ดุลยพินิจขององค์คณะศาลฎีกาที่ไต่สวนสำนวนคำร้องคดีดังกล่าวว่าจะมีความเห็นอย่างไร แต่โดยหลักเมื่อกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ ศาลก็จะไม่มีคำสั่งนอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติ 

สอง กกต.มีมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ไม่ส่งคำร้องไปศาลฎีกา โดยให้เหตุผล เช่น ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก สว. หรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น อันทําให้การเลือก สว.เมื่อปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งหากมติ กกต.ออกสูตรนี้ ฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ประกาศแล้วว่า ไม่ยอมแน่ จะมีการไล่เช็กบิลเอาผิด กกต.เพื่อเอาเข้าคุก

สาม คือ กกต.มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกา แต่ส่งไม่ครบ 229 รายชื่อ โดยจะไม่มีพวก “น้ำเงินเข้ม” ระดับรัฐมนตรี-แกนนำและ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึงไม่มีบิ๊ก สว.สีน้ำเงินในวุฒิสภาชุดปัจจุบันอยู่ในสำนวนที่ส่งไปศาลฎีกา โดยหากมติ กกต.ออกมาทางนี้ ทำให้ย่อมเกิดเสียงวิจารณ์ต่อ กกต.ว่า เป็นมติ กกต.เพื่อตัดตอนปิดคดีช่วยน้ำเงินเข้ม เอาผิดเฉพาะพวกน้ำเงินอ่อน

รุ่นใหญ่ 73 คนร่วมบี้ กกต.

 วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจาก 4 เครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมลงชื่อออกแถลงการณ์ ขอ กกต.ส่งสำนวนคดีทุจริตการเลือก สว.การพิจารณาของศาลฎีกา  ระบุว่า ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ที่มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตเชิงระบบ การจัดตั้ง สมยอมคะแนน และการ "บล็อกโหวต" (Block Vote) ในทุกระดับ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงในหลักนิติธรรมของประเทศอย่างร้ายแรง เครือข่ายภาคประชาสังคมและกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ 4 องค์กร ประกอบด้วย กลุ่มอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.ร.50), กลุ่มอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), กลุ่มนักวิชาการอาวุโส และกลุ่มพี่น้องมหิดล ออกแถลงการณ์เพื่อยื่นข้อเรียกร้องเด็ดขาดต่อ กกต. โดยมีเนื้อหา จุดยืน อุดมการณ์สอดคล้องกัน ดังนี้

1.เร่งรัดให้ส่งสำนวนคดีบล็อกโหวตสู่ศาลฎีกา: ให้นำสำนวนการสืบสวนและหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลที่ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีพฤติการณ์ทุจริตหรือสมยอมคะแนน รวมทั้งผู้วางแผน สนับสนุน แบ่งงานกันทำเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดการทุจริต ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสั่งให้ผู้กระทำผิดพ้นจากตำแหน่งโดยเร็วที่สุด เพราะหน้าที่ในการวินิจฉัยตัดสินเป็นของศาลฎีกา กกต.จึงไม่ควรเป็นผู้ตัดสินคดีแทนศาลฎีกาซึ่งอาจถูกกล่าวหาได้ว่าเป็นผู้ตัดตอนกระบวนการยุติธรรม

2.ดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดกับขบวนการทุจริต: เร่งรัดเอาผิดทางอาญากับผู้สมัคร ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฮั้วเลือกตั้งทุกคนอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อมิให้เกิดการครอบงำอำนาจนิติบัญญัติและองค์กรอิสระ ซึ่งเป็น "ต้นน้ำ" ของการตรวจสอบถ่วงดุลของรัฐ วุฒิสภาต้องเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเป็นอิสระ และปราศจากการครอบงำของพรรคการเมือง  การปล่อยให้ผู้ที่มาจากการทุจริตทำหน้าที่ในวุฒิสภา เลือกกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

"ถือเป็นการทำลายระบบการตรวจสอบถ่วงดุลในระบอบประชาธิปไตย กกต.ต้องไม่ปล่อยให้พรรคการเมืองที่หวังผูกขาดอำนาจรัฐ ร่วมกับส่วนหนึ่งของ สว.และองค์กรอิสระผูกขาดบริหารประเทศ ซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขอให้ กกต.บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและกล้าหาญ ก่อนที่ระบบรัฐสภาและประเทศชาติจะเสียหายเกินกว่าจะกอบกู้ได้" 

โดยท้ายแถลงการณ์ดังกล่าวลงชื่อ 73 คน ประกอบด้วย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานรัฐสภา, ศ.วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. อดีต ส.ส.ร. 2550, ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ อดีต รมช.เกษตรฯ  อดีต สปช., นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ อดีต สปช., รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สว. อดีต ส.ส.ร. 2550 อดีต สปช., น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต สว.กทม., นายมานิจ สุขสมจิตร อาวุโสแห่งวงการสื่อมวลชน อดีต ส.ส.ร. 2550 อดีต สปช., ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ TDRI, นายคุรุจิต นาครทรรพ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน อดีต สปช., ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการเพื่อแผ่นดินเรียนรู้, นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต สว. อดีต สปช., นายบุญเลิศ คชายุทธเดช นักวิชาการสื่อมวลชน อดีต สปช., นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ อดีต สปช. เป็นต้น

'ไอลอว์' นำม็อบกดดัน

  นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้หลังการลงมติ กกต.ทั้ง 7 คนตั้งโต๊ะแถลงด้วยตัวเองว่าแต่ละคนลงมติอย่างไร และมีเหตุผลประกอบการตัดสินใจอย่างไร และเรียกร้องให้เร่งรัดสำนักงาน กกต.จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อให้กรรมการลงนามและส่งต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากปล่อยให้ดำเนินการตามปกติ คดีทั่วไปอาจใช้เวลาถึง 3-4 เดือน และหากเป็นคดีซับซ้อนอาจกินเวลาถึง 5-6 เดือนกว่าจะส่งถึงศาล

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้าอาคาร ALL RISE (iLaw) ลาดพร้าว 25 กทม. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ให้สัมภาษณ์ก่อนการจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง สว. 229" ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ ก่อนที่ในวัน 14 ก.ย. กกต.จะลงมติสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องคดีต่อการเลือก สว.ที่มีที่มาอันแปลกประหลาด ฉ้อฉล และเครือข่ายผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการโกงการเลือก สว. รวมทั้งคณะกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี และ สส.หลายคนของพรรคภูมิใจไทย เราอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ กกต. 4 ใน 7 คน ไม่ได้เป็นองค์กรที่เป็นอิสระ  แต่เป็นองค์กรที่มาจากการเลือกของ สว.ชุดนี้

นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า คนที่ถูกกล่าวหาเลือกคนมาวินิจฉัยเรื่องของตัวเองว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง นี่เป็นระบบที่รับไม่ได้ และทำให้ประชาชนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เชื่อว่าถ้าประชาชนไม่ช่วยกันแสดงออก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กกต.ที่เขาเลือกมาจะสั่งไม่ฟ้องพวกเขา ระบบตรวจสอบความยุติธรรมในประเทศนี้ก็ไม่มีเลย ดังนั้นวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะต้องส่งเสียงถึง กกต. ข้อเรียกร้องของเราชัดเจน ในวันที่ 14 ก.ย. เราต้องการให้ส่งคดีนี้ถึงมือศาลฎีกา ผู้ต้องหาทั้ง 229 คนต้องถูกสั่งฟ้องทั้งหมด เรามีเอกสารหลักฐานการโกงในคดีนี้จำนวนมาก ถ้าสั่งไม่ฟ้องส่วนของคนไหน เราก็จะเอาหลักฐานส่วนของคนนั้นมาเปิดเผย ถ้าสั่งไม่ฟ้องทั้งหมดก็เปิดเผยทั้งหมด

จากนั้นในเวลา 10.30 น. กลุ่มไอลอว์ พร้อมด้วยประชาชนส่วนหนึ่ง ได้ตั้งขบวนออกเดินเท้าจากหน้าออฟฟิศไอลอว์ ก่อนเริ่มเดินขบวน ทางกลุ่มได้นำป้ายผ้าที่มีข้อความระบุว่า "สั่งฟ้อง 229" ขึงลงมาที่บริเวณหน้าออฟฟิศไอลอว์ โดยเส้นทางขบวนเดิน รวมถึงขบวนปั่นจักรยาน มุ่งหน้าไปตามถนนลาดพร้าว ถึงห้าแยกลาดพร้าว ข้ามไปทางถนนพหลโยธิน แล้วเดินตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ถึงจุดแวะพักแรกที่บิ๊กซี สะพานควาย ปลายทางของขบวนจะอยู่ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ระยะทางรวมประมาณ 12 กิโลเมตร

สำหรับบรรยากาศการเดินขบวน มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.), นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรค และ สส.พรรคประชาชน ร่วมเดินขบวนด้วย โดยมี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ รวมถึงนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ามาร่วมสมทบด้วย

สำหรับการเดินทางในวันนี้ มีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายพื้นที่รับผิดชอบ ทาง สน.พหลโยธิน สุทธิสาร บางซื่อ พญาไท ดินแดง ลุมพินี ปทุมวัน จราจรกลาง และสายตรวจ 191 เข้ามาดูแลความปลอดภัย และอำนวยการจราจร

'เท้ง-ไอติม' มาในนาม ปชช.

ที่หอศิลปฯ นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนและเพื่อน สส.ที่มาวันนี้ในฐานะประชาชนเช่นเดียวกัน ไม่ได้มาในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง สิ่งที่ประชาชนต้องการเรียกร้องในตอนนี้คืออยากให้องค์กรอิสระอย่าง กกต.ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา เปิดเผยข้อมูลที่มีความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น ดังนั้นคำวินิจฉัยของ กกต.จะออกมาเช่นไร คิดว่าความโปร่งใสเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกวันนี้หลักฐานที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะทุกคนเห็นแล้วว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าขบวนการฮั้ว สว.มันมีการโกง ดังนั้นสิ่งที่ กกต.เหลือและทำได้คือส่งทั้ง 229 รายชื่อไปให้ศาลเป็นคนตัดสินว่าใครถูกใครผิด ประชาชนมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะออกมาแสดงพลังของตัวเองในการส่งเสียงเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่ตัวเองตรงไปตรงมามากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่าคดีฮั้ว สว. มีความจงใจล้มพรรคภูมิใจไทย และจะมีการเอาผิดกับคนที่ปล่อยข้อมูลคดี นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พื้นที่ในการพิสูจน์ตัวเองให้ดีที่สุด  องค์กรที่จะมีอำนาจชี้ขาดว่าใครถูกหรือใครผิดคือศาล ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร กำลังจะบอกว่ามีการกล่าวหาว่าเขาไม่ได้ทำแบบนั้นจริง วิธีการเดียวคือการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ออกมาแสดงจุดยืนว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ศาลเป็นคนตัดสิน จะสิ้นข้อสงสัยมากที่สุด

เมื่อถามว่า หาก กกต.ไม่ส่งรายชื่อทั้ง 229 คนไปยังศาล จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า อยากให้ประชาชนทุกคนมารวมตัวกัน มาแสดงพลังกันใช้สิทธิเสรีภาพของตัวเองที่ได้รับรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ในการเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมามากที่สุด อย่าปล่อยให้วิธีการโกงที่ใหญ่มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สามารถถูกเป่าออกไปได้ โดยที่ไม่ต้องมีใครถูกรับผิดชอบในเรื่องนี้

ด้านนายพริษฐ์กล่าวว่า มาร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ต้องการเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในคดีโกง สว. กกต.ควรจะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน เพื่อให้ศาลทำหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างสิ้นสงสัย หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการโกง สว. มีความชัดเจนกว่าหลักฐานในคดีก่อนหน้านี้ที่ กกต. เคยสั่งฟ้องไปที่ศาลด้วยซ้ำ กกต.อย่างน้อย 4 ใน 7 คน อยู่ในสถานะที่มีการขัดกันของผลประโยชน์ เนื่องจากเป็น กกต.ได้ก็เพราะได้รับการรับรองจาก สว.ชุดเดียวกับผู้ถูกกล่าวหา ดังนั้น กกต. 4 คนนี้ไม่ควรใช้ดุลพินิจของตัวเองในลักษณะที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา

เมื่อถามว่า หาก กกต.ไม่สั่งฟ้องใครเลย จะเดินหน้าอย่างไรต่อ นายพริษฐ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่จบแน่นอน แต่ในช่วงเวลาที่เหลืออีกประมาณ 20 กว่าชั่วโมง ยังไม่อยากให้คิดไกลเกินวันที่ 14 ก.ย.นี้ ในเวลานี้อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกันส่งเสียง รวมพลังกันเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา หากมีการยกคำร้องหรือตัดทอนไม่ให้เรื่องของใครไปถึงศาล ทั้งที่หลักฐานชัดเจนเพียงพอ เรื่องนี้ไม่จบแน่นอน

"สิ่งที่กังวลคือประเทศไทยจะกลายเป็นสถานการณ์ที่มีระบบการเมืองที่เสื้อสีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับอนาคตประเทศ" นายพริษฐ์กล่าว

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ซึ่งมาร่วมกิจกรรมด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนของ ปชป.คือเชื่อว่าประเทศไทยต้องขับเคลื่อนด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง กกต.เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ  แต่วันนี้เราเห็นกันแล้วว่าการทำงานของ กกต.ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของประชาชน 14 ก.ย.นี้ จะเป็นวันสำคัญที่ กกต.จะต้องฟื้นฟูความศรัทธาจากประชาชนต่อตัวองค์กรให้ได้ เมื่อประชาชนมารวมตัวกันแสดงออกถึงเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ กกต.จะไม่ส่งเรื่องเข้าสู่ศาล หากการตัดสินใจของ กกต. ยังคงยืนยันที่จะไม่ส่งเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ศาล มาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา ในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็คงจะรอ กกต.อยู่ จึงขอให้ กกต.ตัดสินใจให้ดี เพราะพวกเราและประชาชนคนไทยกำลังรออยู่

เวลา 17.30 น. นายยิ่งชีพกล่าวปราศรัยว่า  วันที่ 14 ก.ย. เป็นวันสำคัญ กกต.จะมีมติว่าสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง สว. เนื่องจาก กกต.เองก็มาจาก สว.ที่ถูกกล่าวหา จึงอาจต้องคิดว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องดีกับลูกพี่ที่เลือกเขามา ระบบแบบนี้ตนเรียกว่า "แ-ง ทุเรศ-หาย" ถ้า สว.ชุดนี้อยู่ยาวต่อไป อยู่แบบสบายใจ ใครทำอะไรก็ไม่ได้ วันหน้าก็จะเลือกกกต.และองค์กรอิสระอื่นๆ มาเพิ่มอีก และทำให้การตรวจสอบอำนาจใดๆ ในประเทศนี้ การตรวจสอบการทุจริตฉ้อฉล ระบบแบบนี้ขอเรียกว่า "แ-ง ทุเรศ-หาย"

ขู่ไม่ฟ้อง 229 รายไม่จบ

"เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ประชาชน 21 ล้านเสียงลงมติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เราต้องเดินหน้าจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้ วันที่ 14 ก.ย.นี้ สิ่งที่ กกต.จะตัดสิน คือต้องเลือกระหว่างประตู 2 บาน บานที่ 1 ถ้าเลือกสั่งไม่ฟ้องใครเลยนั่นแปลว่าเขาเลือกแล้วว่าจะเอาระบบแบบนี้จะเอา สว.สีน้ำเงินคุมการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไปข้างหน้า เป็นรัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียว เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงิน ถ้า กกต.เลือกเส้นทางนี้ เลือกเปิดประตูบานนี้ คือเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบที่พวกเราต้องเป็นศัตรูกันตลอดทาง"

นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า มีประตูบานที่ 2 ให้ กกต.เลือก ถ้าสั่งฟ้องไป เมื่อศาลรับฟ้อง สว.เสียงส่วนใหญ่หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเท่านั้น ระหว่างนี้ใครไม่ผิดก็ไปสู้คดีที่ศาล ใครเชื่อมั่นว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็เอาหลักฐานไปเสนอ แล้วเราจะได้เปิดประตูไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้ปักหมุดหมายนี้ไว้ ไม่ถึงไม่เลิก ไม่ถึงไม่หยุด กกต.จึงมีทางเลือกว่าจะเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบไหน แบบเปิดประตูสู่อนาคตของประเทศ หรือแบบเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้ง แล้วต้องทะเลาะกันรอบใหม่แบบไม่รู้จักจบจักสิ้น ขอย้ำถ้า กกต.สั่งไม่ฟ้องทั้งหมด หรือไม่ฟ้องใครคนใดคนหนึ่ง เรามีข้อมูลเยอะมากในมือวันนี้จะต้องนำเสนอต่อสาธารณะ ให้ประชาชนทุกคนได้เห็นพร้อมกันว่าใครทำอะไรไว้บ้าง

"ขอเรียนไปยังนักการเมืองผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ต้องหาในคดีทั้งหลาย ถ้าท่านไม่อยากให้เราแฉ  คืนนี้โทร.บอก กกต.ว่าให้สั่งฟ้องไปเลย แล้วให้ข้อมูลทั้งหมดไปนำเสนอกันในกระบวนการของศาลฎีกา ถ้าท่านสั่งฟ้อง พวกเราจะรู้สึกยินดีและขอปรบมือให้ท่าน" นายยิ่งชีพกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกครั้งที่นายยิ่งชีพตะโกนว่า “ขอให้ กกต.สั่งฟ้อง" ประชาชนที่อยู่ในบริเวณปราศรัยก็จะพูดพร้อมกันว่า 229 ซึ่งหมายถึงจำนวนรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฮั้วเลือก สว.ที่มีการเปิดเผยในช่วงที่ผ่านมา

วันเดียว นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความแจกแจง 7 ประเด็นสำคัญ สรุปว่า  14 กันยายน สิ่งที่ กกต.ต้องรับผิดชอบจึงไม่ใช่การตัดสินใจให้ถูกใจฝ่ายใด แต่คือการตอบคำถามตามรัฐธรรมนูญอย่างตรงไปตรงมาว่าพยานหลักฐานในสำนวน เมื่อผ่านการตรวจสอบทั้งความชอบด้วยกฎหมาย ความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมโยงถึงผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนแล้ว ถึงระดับ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ “ถึง-ก็ส่งศาล” “ไม่ถึง-ก็ยุติเรื่อง” นี่คือ Accountability ที่แท้จริง เพราะความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมไม่ได้วัดจากจำนวนคนที่ถูกส่งขึ้นศาล แต่วัดจากการที่เมื่อพยานหลักฐานถึง กฎหมายต้องเดิน และเมื่อพยานหลักฐานไม่ถึง กฎหมายก็ต้องคุ้มครอง และไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และในขณะเดียวกัน ก็ไม่มีใครควรถูกวางไว้ใต้กระแส จนกฎหมายหมดความหมาย 

ที่บางพลี จ.สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร่วมกิจกรรมกับกลุ่มไอลอว์ว่า มองว่าเป็นสิทธิของทุกคนในความเป็นประชาชนหรือในบทบาทอะไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้เคารพ และอยู่ภายใต้กฎหมาย แบบนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนมองว่าแปลกหรือไม่ที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ ลงถนนเองโดยที่ไม่ใช้เวทีสภา นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เป็นวันหยุดราชการ แต่ละคนอาจจะมีอุดมการณ์มีความคิดอะไรของตัวเอง ตรงนี้เราต้องยอมรับและรับฟัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาเหรดจี้‘รัฐ’ ใช้กม.คุมเข้ม ชาวยิวในไทย

อบต.เสม็ดใต้เผยมีแค่รายเดียวมาติดต่อร่างที่ฝังอยู่ในสุสานยิว “สว.” จี้รัฐเร่งจัดการปัญหาก่อนลามใหญ่ “นิด้าโพล” เผยคนส่วนใหญ่รับรู้ความกร่างของชาวอิสราเอล เสนอ รบ.ใช้กฎหมายให้เข้มงวด

คลังวางไทม์ไลน์3เดือน ต่ออายุเกษียณบิ๊ก‘รสก.’

“คลัง” จ่อแก้กฎหมายขยับเพดานอายุบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ขยายอายุจาก 65 ปีเป็น 70 ปี ส่วนซีอีโอ-เอ็มดีจ่อขยับจาก 60 เป็น 65 ปี   อ้างเอกชน ดึงผู้มีความรู้-ประสบการณ์ คาด 3 เดือนชง ครม.พิจารณาได้

รมต.ลูกเทพเฮ!หนูยกนิ้วชม

"อนุทิน" เปิดบ้านทำบุญฉลองแซยิด ปลื้ม "บิ๊กตู่-คุณหญิงอ้อ" ส่งแจกันดอกไม้อวยพร นายกฯ ย้ำทำหน้าที่เพื่อประเทศและ  ปชช.

'ยิ่งชีพ' ดีเดย์กกต.สั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่

'ยิ่งชีพ' ปราศรัยใหญ่ ยื่นคำขาด 'กกต.' สั่งฟ้อง 229 คดีฮั้ว สว. ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่ ลั่น ถ้าเป่าทิ้ง แม้คนเดียว ขู่แฉข้อมูลเพียบ

'สุดารัตน์' จับตา 14 ก.ย. 'กกต.' ชี้ฮั้วสว. เตือนสติใช้อำนาจโดยไม่สุจริต จะมีผลในวันข้างหน้า

คุณหญิงสุดารัตน์ จับตา 14 ก.ย. กกต. ชี้คดีฮั้วสว. บอกจะเลือกความถูกต้อง เที่ยงธรรมของประเทศไว้หรือจะเลือกอุ้มทุรชน