'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-พท.' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอก กระตุก 'เต้น' แจง 'นายใหญ่' มีสิทธิ์หรือ

'จตุพร' อ่านไต๋ 'ทักษิณ-เพื่อไทย' ยื่นล้างมลทินช่วงศึกซักฟอกส่อเกมป่วนแปร่งๆ ลั่นนิรโทษฯ คนละเรื่องกับล้างมลทิน ระบุ กก.ไร้อำนาจทำให้ ขืนทำเกินหน้าที่ เข้าข่ายผิด ม.157 กระตุก 'เต้น' แจง พรบ.สันติสุข ล้างมลทินได้หรือไม่

14 ต.ค.2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การเคลื่อนไหวของทักษิณ ชินวัตร ยื่นขอคณะกรรมการ พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือ การนิโทษกรรม พิจารณาล้างมลทินให้ในช่วงฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รมต.พรรคภูมิใจไทยจึงเป็นท่าทีทางการเมืองแบบแปร่งๆ ชอบกล

"ต้องพิจารณาเบื้องต้นก่อนว่า ทักษิณ ต้องคดีในศาลเหลือเพียง ม.112 แต่คดีถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองคือ การกระทำความผิดโดยทุจริตต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ดังนั้น จะมีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับการยกเว้นตาม พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขหรือไม่"

นายจตุพร กล่าวว่า พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ คือ ต้องไม่เป็นคดีทุจริต ไม่ใช้คดี ม. 112 และต้องไม่ใช่คดีใช้ความรุนแรงต่อร่างกายผู้อื่นหรือฆ่าคนตาย ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้จะไม่ได้รับการยกเว้นตามบัญชีแนบท้ายของ พรบ.ฉบับนี้

ดังนั้น เมื่อพิจารณาคดีของทักษิณ มีทั้งหมด 4 คดีมีโทษรวมกัน 10 ปีแล้วได้รับพระราชทานอภัยลดโทษตามการยื่นถวายฎีกาเหลือโทษติดคุก 1 ปี ซึ่งทักษิณ ยอมรับว่าได้กระทำความผิดจริง อีกอย่างยอมรับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และได้สำนึกแห่งการกระทำแล้ว

เมื่ออ้างเหตุผลไปยื่นขอล้างมลทินกับคณะกรรมการ พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เมื่อ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา แล้วอ้างเหตุทักษิณ ถูกกระทำจากคณะรัฐประหาร สิ่งสำคัญ พรบ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข เป็นการหลีกคำไม่ใช้ พรบ.นิรโทษกรรมเช่นในอดีต ซึ่งหาความสำเร็จในปัจจุบันนี้ยาก

“เมื่อนายก่อแก้ว (พิกุลทอง อดีต สส.พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง) อธิบายคดีของทักษิณนั้น ควรถามนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในฐานะกรรมการ พรบ.ฉบับนี้ (สร้างเสริมสังคมสันติสุข) ว่า ทักษิณ มีสิทธิ์หรือไม่ และทำไมไม่เขียนไปให้ถึงทักษิณ (ได้ประโยชน์) แต่คนรู้เรื่องกลับไม่ออกมาพูด”

นายจตุพร กล่าวว่า การที่ฝ่ายกฎหมายของทักษิณ ยื่นเพื่อใช้ พรบ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขมาการล้างมลทินให้ทักษิณ โดยอ้างจะไม่เล่นการเมืองอีกแล้ว เพราะต้องการใช้ชีวิตทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ปัญหาคือว่า ถ้าต้องการใช้ชีวิตปกติก็ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่เงื่อนไขตามคณะกรรมการของ พรบ.นี้ โดยทักษิณไม่มีสิทธิ์ตั้งแต่ต้น เพราะถูกคดีทุจริต ได้รับโทษไปแล้ว ถ้าไม่เข้าสู่ทางการเมืองใครก็ทำอะไรไม่ได้ สิ่งสำคัญคณะกรรมการชุดนี้ ไม่มีใครมีอำนาจทำเกินหน้าที่

ส่วนคำว่าล้างมลทินกับนิรโทษกรรมนั้นเป็นคนละเรื่องกัน โดยศาลฎีกาเคยชี้ว่า พรบ.ล้างมลทินไม่ครอบคลุมสิทธิทางการเมือง การกระทำความผิด ทุจริตต่อหน้าที่ยังอยูู่และเป็นคุณสมบัติต้องห้าม แต่ พรบ.เสริมสร้างสังคมฯ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธานคณะกรรมการ และไม่มีหน้าที่ล้างมลทินให้กับใคร

การอ้างว่าเป็นผลพวงจากการยึดอำนาจซึ่งอธิบายได้ แต่ทักษิณ จะมีสิทธิ์หรือไม่ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อคือทุจริต คดี 112 และการทำอันตรายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ดังนั้นจึงไม่เข้าเงื่อนไข อีกอย่างเงื่อนไข ม.157 ยังไม่มีในบัญชีแนบท้ายให้ยกเว้น ส่วนการนิรโทษกรรมพวกยึดสนามบินเป็นคดีก่อการร้าย แต่เป็นเงื่อนไขในบัญชีแนบท้าย และคนยึดอำนาจได้นิรโทษกรรมตัวเองแล้ว

"ที่อ้างว่าคนอื่นได้ แต่ทักษิณไม่ได้ เพราะกฎหมายร่างมาแบบนี้และประธานคณะกรรมาธิการชื่อณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ดังนั้นก่อแก้ว ต้องไปสะกิดให้ณัฐวุฒิมาแถลงว่าทำ (ให้ทักษิณ) ได้หรือเปล่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐาน คุณทักษิณ ถ้าอยากได้ต้องเสนอมายังคณะกรรมาธิการช่วงพิจารณาในสภา”

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เมื่อทักษิณ มาเสนอขณะนี้ แม้เป็นคนมีบารมียิ่งใหญ่ทางการเมือง เป็นนายกฯ มาสองครั้งย่อมอ่าน พรบ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขแตกฉาน และฝ่ายกฎหมายก็เช่นเดียวกัน ดังนั้นต้องเรียกนายณัฐวุฒิ มาอธิบายความเพื่อหาช่องทางเข้าไปสู่เงื่อนไขแนบท้ายของ พรบ.ฉบับนี้

“ทักษิณ มีสิทธิ์ยื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ แต่จะได้ตามที่ขอหรือไม่ ถ้าได้คณะกรรมการอาจถูกเล่นงานด้วย ม.157 เสียเอง เพราะพิจารณาเกินข้อกฎหมายกำหนดไว้ และเมื่อทักษิณ ยอมรับในฎีกายื่นต่อพระเจ้าแผ่นดินว่าได้กระทำทุจริตจริง จึงอ้างได้รับผลพวงจากการยึดอำนาจไม่ได้อีกแล้ว”

นายจตุพร กล่าวว่า เป้าหมายแท้จริงกับการยื่นล้างมลทินนั้นคืออะไร เพราะรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นรัฐบาลผสมกับพรรคเพื่อไทย ในจำนวนเสียงแล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ยกมือให้ รัฐบาลก็ล้ม ประกอบกับมีการเสนอซื้อเครื่องเกี่ยวข้าว 8 พันกว่าล้านบาทยังถูกวิจารณ์มากมาย

ขณะเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ปัญหาต้องคิดว่า ทำไมทักษิณ ต้องยื่นขอล้างมลทิน และพรรคเพื่อไทยเสนอซื้อเครื่องเกี่ยวข้าว ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ และคณะกรรมการตาม พรบ.สันติสุข ส่วนใหญ่เป็นคนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะพิจารณากันอย่างไร เพราะตามข้อกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ แล้ว ไม่มีช่องทางใดให้ล้างมลทินได้เลย

“ถ้าได้ตามทักษิณขอแล้ว คณะกรรมการย่อมถูกดำเนินคดี แต่หากไม่ได้ต้องไม่ลืมว่าทักษิณคือผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดของพรรคเพื่อไทย ดังนั้น การเสนอแปลกๆ ตั้งแต่รถเกี่ยวข้าว และการยื่นล้างมลทินให้คณะกรรมการ พรบ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข พิจารณาจึงเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะกฎหมายไม่เกี่ยวกัน แต่จะเกี่ยวโยงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองต้องพิจารณาว่า ทักษิณ เคยขยับเกมในช่วงจะเอาพรรคภูมิใจไทยออกจากคุมกระทรวงมหาดไทย ด้วยการกอดคอ โอบไหล่นายอนุทิน กันดี แต่ถัดมาอีกสัปดาห์พรรคเพื่อไทยจัดการยึดกระทรวงมหาดไทยคืน จนเกิดคลิปเสียงหลุด พรรคภูมิใจไทยจึงฉวยโอกาสถอดตัวจากรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ทันที

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เกิดกระแส "แดงควบเขียว" มาแรงมาก แต่ขณะนี้ เป็นเรื่อง "แดง-ฟ้า-ส้ม" (พท.-ปชป.-ปชน.) เราอาจประเมินว่าผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า รอเสียบ เพราะมีความสัมพันธ์กับทักษิณ มากกว่ากับอนุทินเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อตั้งรัฐบาลอนุทิน ไม่มีใครคิดเลยว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมด้วย

ดังนั้น เรื่องแดงควบเขียวอย่าประมาท ขณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีแปร่งๆ แล้วจะเอาพรรคกล้าธรรมจะเข้ามาเสียบเพิ่มอีก เกมจะโอละพ่อ เพราะอำนาจต่อรองตั้งรัฐบาลใหม่จะเปลี่ยนแปลงโควต้ารัฐมนตรี ถ้าควบรวมเฉพาะกิจก็ไม่มีเขียวแล้ว มีแต่ แดง ฟ้า ส้ม

“ในทางการเมืองนั้น เมื่อเกิดสงสัยท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าคิดว่าดีกัน (แดงกับส้ม) ก็ต้องมาทะเลาะให้เห็น นายภูมิธรรม (เวชชยชัย) เริ่มออกมาวิจารณ์ธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ)แล้ว ราวกับแสดงกลบข้อสงสัยว่า เขาดีกัน แต่การเมืองต้องมองหลายชั้น ไม่มีอะไรจัดการการเมืองได้ดีกว่าการสร้างความเชื่อและทำตัวให้แนบเนียน”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทรงศักดิ์' เหน็บญัตติซักฟอกบอกหัวใจผุพังคงต้องไปโรงพยาบาลก่อน

'ทรงศักดิ์' บอกศึกซักฟอกแค่วาทกรรม เผยต้องไปหาหมอ หลังญัตติฝ่ายค้านบอกหัวใจผุพัง ชี้ปมน้ำท่วม เรื่องฟ้าฝนเป็นเรื่องธรรมชาติ

'อดีตสว.' กระตุก 'ทักษิณ' การใดไม่สมควร ไม่พึงกระทำ ได้คืบอย่าเอาศอก

'อดีตสว.' ยัน พรบ.สร้างเสริมสันติสุข มีข้อยกเว้นหลักหนักแน่น 3ประการ ไม่ให้นิรโทษกรรมคดี ทุจริต คดี112 คดีฆ่าคนตายและอาชญากรรมร้ายแรง ชี้ 'ทักษิณ' ขอใช้สิทธิด้วยไม่เข้าข้อกฎหมาย ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษให้แล้ว การใดไม่สมควร ไม่พึงกระทำ ได้คืบอย่าเอาศอก

'จตุพร' ประเมิน ปชน.จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด เกมตื้นๆ หวังให้ พท.โหวตสวน เชื่อยากจะสำเร็จ

'จตุพร' ประเมิน ปชน.เล่นแทคติกปกติ จับ 18 รมต.สีน้ำเงินเชือด วางเกมตื้นๆ หวังให้ พท.สะใจโหวตสวน รัฐบาล เชื่อยากจะสำเร็จ คาดโอกาสเปลี่ยนแปลงการเมืองน้อยมาก แนะสามีสส.สุชาดา แถลงข่าวก่อนศึกซักฟอก ตำหนิ มท.พลาดปล่อยนายกฯ เปลืองตัวจัดการนายอำเภอ

'ปกรณ์' ปลุกข้าราชการทลายไซโลภาครัฐ!

'ปกรณ์' ปลุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง เปิดใจก่อนเปิดระบบ อย่าทำงานแบบตัวใครตัวมัน ต่างคนต่างเป็นเจ้าพ่อ สั่ง ทลายไซโลภาครัฐ ดึงเอกชน-ประชาสังคมกู้วิกฤตความเชื่อมั่น

'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้