
'รสนา' ชี้น้ำท่วมกทม.พบเหตุ'แก้มลิงตะวันออก' ถูกยกเลิก กลุ่มอสังหาที่ปรึกษาผู้ว่าฯชัชชาติ เอาไปทำหมู่บ้านจัดสรร จับตาร่างผังเมืองรวมกทม. 2569 เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนอสังหาฯหรือไม่ ชี้มีการตัดพื้นที่สีเขียวและเขียวลาย เพื่อลดพื้นที่รับน้ำที่เป็นแก้มลิงจำนวนมาก เรียกว่าเป็น'ผังเมืองจมบาดาล' ปลุกคนกรุง ร่วมกันคัดค้าน ก่อนสายเกินแก้
16 ต.ค.2569 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านอเฟซบุ๊ก เชิญชวนชาว กทม.มาร่วมกันคัดค้านร่างผังเมืองจมบาดาล มีเนื้อหาดังนี้
กรณีน้ำท่วมใหญ่ใน กทม.ช่วง 24–27 กันยายน 2569 ที่มีฝนตกหนักรุนแรงต่อเนื่องกัน 48 ชั่วโมงแรก ทำให้มีน้ำท่วมหนักฉับพลัน ส่งผลกระทบให้การจราจรบนถนนสายหลักถูกตัดขาดรวม 37 จุด โดยจุดสำคัญที่มีน้ำท่วมขังสูง ระดับ 5–20 ซม. ไปจนถึง 40–50 ซม. ซึ่งทำให้รถยนต์ผ่านไปไม่ได้ และมีรถยนต์จมน้ำกว่าพันคัน บ้านเรือนชาวบ้านจมน้ำจำนวนมาก นับได้ หลายหมื่นครอบครัว เฉพาะพื้นที่บริเวณ แฟลตเคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง น้ำท่วมสูง 1-1.8 เมตร เป็นน้ำท่วมระดับเดียวกับมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 ก็ว่าได้
ต่างกันที่น้ำท่วมกรุงเทพครั้งนี้เกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง 48 ช้่วโมง เกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยทั้งกทม.และรัฐบาลไม่มีการเตือนภัยอย่างทันท่วงที และไม่มีการเตรียมการป้องกัน ลดผลกระทบให้กับคนกรุงเทพได้เลย
อาจกล่าวได้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ คือแผ่นฟ้าส่งน้ำมาตรวจสอบผู้ว่ากทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าสามารถทำตามที่หาเสียงได้ จริงหรือไม่ ไม่ต่างจากแผ่นดินส่งแผ่นดินไหวมาตรวจสอบสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเมื่อต้นปี 2568 ขนาดตึก สตง.ที่กำลังก่อสร้างพังทลายทั้งตึกจากแผ่นดินไหว เพราะไม่มีใครสามารถตรวจสอบทั้ง สตง. และกทม. ใช่หรือไม่
ผู้ว่าชัชชาติเคยหาเสียงว่า ได้ศึกษาปัญหา กทม. มา2ปีก่อนมาสมัครรับเลือกตั้ง และกล่าวว่าการแก้ไขน้ำท่วมไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์แต่เป็นวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาต้อง ลดจุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมในถนนสายหลักทั่วกรุงเทพมหานคร จะขุดลอกคูคลองและทำความสะอาดท่อระบายน้ำระยะทางรวมกว่า 3,000 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำและจุดท่วมซ้ำซาก ยกระดับถนนในพื้นที่ต่ำ เสริมความแข็งแกร่งของแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเร่งรัดโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ บลา บลา บลา
ปรากฎการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ จึงเป็นการตรวจสอบคำหาเสียงของผู้ว่าชัชชาติ ว่าเป็นแค่ราคาคุยหรือไม่ เพราะกทม.ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมใดๆ ก่อนหน้าฝนมาถึง ไม่ว่าการขุดลอกคูคลอง ท่อระบายน้ำ ที่สำคัญคือ เครื่องสูบน้ำของกทม.จำนวนกว่าครึ่งหนึ่งพัง ใช้งานไม่ได้ และไม่มีการจัดการขยะ ซึ่งเป็นเป็นสิ่งกีดขวางการไหลของน้ำ ดังที่ขนะที่พบจำนวนมหาศาลหลังน้ำท่วมที่ชุมชนร่มเกล้า
ยิ่งเมื่อมีการตรวจสอบลึกลงไปโดย ส.ส อรรถวิทย์ สุวรรณภักดี ก็พบว่าโครงการแก้มลิงหรือบึงรับน้ำฝั่งตะวันออกที่หายไปหรือไม่ได้ทำตามแผนเดิม เช่น"บึงรับน้ำคู้บอน" ซึ่งมีขนาดพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ มีความจุรองรับน้ำได้สูงถึง 870,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออก หากไม่ถูกสั่งทบทวนและยกเลิกไปในยุคของผู้ว่าฯ ชัชชาติ ก็จะสามารถรองรับน้ำฝนและลดความเสียหายได้ แต่ปรากฎว่าพื้นที่บริเวณนี้มีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซึ่งว่ากันว่าเป็นที่ปรึกษาของผู้ว่าชัชชาติด้วยที่เข้าไปซื้อที่ดินเพื่อสร้างโครงการบ้านจัดสรร ใช่หรือไม่
เมื่อเกิดกรณีน้ำท่วมใหญ่ กทม. ทำให้ประชาชนต้องหันมาให้ความสนใจใน “ร่างผังเมืองรวมกทม. 2569 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4)“ มากขึ้น
เมื่อมีการนำมาเปรียบเทียบกับผังเมืองรวมกทม.พ.ศ 2556 ที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน จะพบว่าร่างผังเมืองรวมกทม. 2569 พื้นที่เขียวลายที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ลดลงฮวบฮาบเกือบ 80% พื้นที่เขียวลายกลายเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว พื้นที่สีเขียวก็ลดลง ยิ่งกว่านั้น มีการแทรกเงื่อนไขเฉพาะที่ให้พื้นที่เหล่านี้สามารถทำหมู่บ้านจัดสรรได้ ที่ร้ายแรงที่สุด ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่ตั้งโรงงานกำจัดวัตถุอันตรายได้อีกด้วย ซึ่งรายละเอียดหมกเม็ดเหล่านี้ ยากที่ประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสรับรู้ เพราะกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ไม่ได้ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้จริงจังว่าผังเมืองรวม กทม.ประชาชนจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
ร่างผังเมืองรวมกทม. 2569 เป็นร่างผังเมืองที่เอื้อผลประโยชน์มหาศาลให้กับกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ ใช่หรือไม่
แต่ไม่เป็นประโยชน์ใดๆต่อสวัสดิภาพของผู้อยู่อาศัยชาว กทม.ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่แออัดยัดเยียดมากขึ้น ปัญหาสุขอนามัย และพื้นที่กรุงเทพฯในอนาคตภายใต้ร่างผังเมืองรวม กทม. ฉบับนี้ต้องจมบาดาลแทบทุกครั้งที่ฝนตกหนัก เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงสุดขั้ว จะเกิดบ่อยครั้งขึ้นทุกปี
นอกจากนี้ พื้นที่รับน้ำ ฟลัดเวย์ตามแนวประราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ไม่มีการบรรจุไว้ใน ร่างผังเมืองรวม กทม. 2569 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ) นี้แต่ประการใด
คนร่างผังเมืองเปลี่ยนสีในร่างผังเมืองรวมกทม. ตามใจชอบ กำหนดทิศทางว่าผังเมืองรวมกทม.จะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก มากกว่าการเป็นเมืองที่น่าอยู่ ให้คนกทม.เป็นอยู่ดีขึ้น ใช่หรือไม่
การเปิดรับฟังความเห็นประชาชนชาวกทมที่มีทะเบียนบ้านอยู่จำนวน 5.4 ล้านคน แต่มีจำนวนคนรับฟังความเห็นสูงสุดประมาณ 32,000 คน เทียบเป็นเปอร์เซ็นได้แค่ 0.5-0.6% เท่านั้น จำนวนเพียงแค่นี้ สมควรจะประกาศใช้เป็นผังเมืองรวม กทม. แล้วหรือ โดยที่ประชาชนชาว กทม. ไม่ได้รับรู้ว่าจะมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองอะไรบ้าง ชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือกับจำนวนชาวกทม. ที่รับฟังความเห็น
ชาวกทม.เคยร่วมกันคัดค้านร่างผังเมืองรวมกทม. 2562 สำเร็จมาแล้ว จนมาถึงร่างผังเมืองรวมกทม. 2569 ที่จะดันผ่านให้ได้ในการรับฟังความเห็นครั้งสุดท้าย ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569
หากร่างผังเมืองรวม
กทม.2569 ผ่านออกมาใช้ แทนผังเมืองรวมกทม.ปี 2556 จะเป็นการฟอกผิดให้กับโครงการบ้านจัดสรรทั้งหลายที่มาสร้างในพื้นที่สีเขียว และพื้นที่เขียวลาย ที่ทำก่อนที่ ร่างผังเมืองรวม กทม. 2569 จะประกาศใช้ ใช่หรือไม่
การตัดพื้นที่สีเขียว และเขียวลาย เพื่อลดพื้นที่รับน้ำที่เป็นแก้มลิงจำนวนมากในฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกของ กทม.นั้น ต้องเรียกว่าเป็นผังเมืองจมบาดาล หรือปล่อยให้บ้านเรือนชาวบ้านรอบโครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่กลายเป็นแก้มคิงคองให้กับบ้านจัดสรรขนาดใหญ่เหล่านั้นที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ใช่หรือไม่ ?
ขอเชิญชวนชาวกทม.ร่วมกันคัดค้านให้หยุด ร่างผังเมืองจมบาดาลกันเถิด ก่อนจะสายเกินแก้ไข
ชวนแสดงความคิดเห็นกับร่างผังเมืองรวม กทม. (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ถึงวันที่ 9 พ.ย. 69
👉 ที่เว็บ https://bmaplanning.bangkok.go.th/ (คลิก “ยื่นคำร้อง”)
รสนา โตสิตระกูล
15 ตุลาคม 2569
#หยุดร่างผังเมืองรวมกทม
#เอาแก้มลิงฟลัดเวย์คืนมา
#หยุดผังเมืองเอื้อทุนอสังหาฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศรี' ร้อง ป.ป.ช.สอบ 'ชัชชาติ' กับพวก รับมอบงานก่อสร้าง 'คลองตาหนัง' ก่อนงานเสร็จ
'ศรีสุวรรณ' ร้อง ป.ป.ช.ไต่สวนเอาผิด 'ชัชชาติ' กับพวก รับมอบงานก่อสร้าง 'คลองตาหนัง' เขตบางกะปิ ก่อนงานเสร็จ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้างเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่
'อรรถวิชช์' แฉอีก กรุงเทพตะวันออกระบายได้น้อย เหตุกทม.ดองงบฯปี 67 ไม่ปรับปรุงคลองหนองบอน
'อรรถวิชช์' แฉอีก กทม.ตะวันออก ระบายได้น้อยเพราะ ยุคผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่ดูแลคลองส่งน้ำหนองบอน ทั้งที่รัฐบาลให้งบตั้งแต่ปี 67 แล้ว จึงดึงน้ำจากเขตประเวศและเขตสะพานสูง มาได้น้อยมาก น้ำเลยท่วมหนักแถวหมู่บ้านกรุงเทพกรีฑา หมู่บ้านนักกีฬา เสียดาย เสียของ เสียเวลา
เปิดบันทึก 'รอยดินสอบนแผนที่ของในหลวง ร. 9' นำมาสู่การศึกษาโครงการ 6 บึงรับน้ำของกทม.
'ณัฏฐ์ มงคลนาวิน' เปิดบันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ 'รอยดินสอบนแผนที่ของในหลวง รัชกาลที่ 9' นำมาสู่การศึกษาโครงการ 6 บึงรับน้ำของกทม. ชี้การถอดโครงการออกโดยไม่มีพื้นที่รองรับ เป็นการสูญเสียแนวกันชนน้ำหลากทางยุทธศาสตร์ที่สืบทอดมาจากแนวพระราชดำริ ปลุกปชช.นำพื้นที่แก้มลิงกลับคืนสู่ผังเมืองรวมก่อนรับฟังความเห็นร่างผังเมือง 9 พ.ย.
'ดร.สนธิ' โอดกทม.ระทม แก้มลิง 6 แห่งฝั่งตะวันออก เก็บน้ำรวมกว่า 5-6 ล้านลบ.ม.เป็นที่เอกชน
'ดร.สนธิ' เผยบึงรับน้ำ-แก้มลิงสาธารณะ 6 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออก ปัจจุบันเป็นที่ของเอกชนทั้งหมดรวมกันแล้วสูญเสียศักยภาพในการกักเก็บน้ำรวมกว่า 5 -6 ล้านลูกบาศก์เมตร ชี้ การไม่ได้วางแผนล่วงหน้าแถมแจ้งเตือนช้าทำให้เกิดน้ำท่วมหนักประชาชนรับกรรม
'รมว.กห.' เสนอ 'ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต' ทั่วกทม. ฝ่ายเสธ.ทหารทำงานคู่ 50 ผอ.เขต
'รมว.กห.' เสนอ 'ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต' ทั่ว กทม. จัดฝ่ายเสนาธิการทหารทำงานคู่ ผอ.เขตทั้ง 50 เขต ย้ำ 'ขอให้ท่านอุ่นใจ ท่านไม่ได้เดินลำพัง'
'อรรถวิชช์' ลั่นสิ้นหวังนโยบายน้ำยุค 'ชัชชาติ' พื้นที่เตรียมทำแก้มลิงกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร
สิ้นหวังนโยบายน้ำ! อรรถวิชช์ แฉ กทม. ยุคชัชชาติ ตัดโครงการ 'บึงรับน้ำคลองคู้บอน' ทิ้ง ทั้งที่เคยผ่านประชาพิจารณ์และมีงบเวนคืนพร้อม ปล่อยพื้นที่แก้มลิง 130 ไร่ เปลี่ยนเป็นหมู่บ้านจัดสรร กังขาเกรงใจทุนอสังหาริมทรัพย์หรือไม่?

