
30 ต.ค. 2569 – นายเชาว์ มีขวด ทนายความ และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “นักบุญทุนชาวบ้าน” ถึงเวลา มท.1 และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ต้องงัดกฎหมายจัดการ
กรณีอื้อฉาวของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ที่มีข้อกังขาเรื่องการใช้จ่ายเงินบริจาคของประชาชนผิดวัตถุประสงค์มากถึงเกือบห้าสิบล้านบาท ไม่ใช่เรื่องที่จะจบลงแค่การให้ คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ยุติบทบาทประธานมูลนิธิชั่วคราวแล้วให้รองประธานมารับช่วงต่อ การกระทำดังกล่าวเป็นเพียงการจัดการภายในที่ไม่สามารถลบล้างความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อสาธารณชนได้
สิ่งที่สังคมต้องตั้งคำถามดัง ๆ ไปถึง “มท.1” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิประจำท้องที่ คือ พวกท่านกำลังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอยู่หรือไม่?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) หมวดมูลนิธิ ได้มอบดาบอาญาสิทธิ์ให้นายทะเบียนไว้จัดการกับมูลนิธิที่ออกนอกลู่นอกทางอย่างชัดเจน โดยกำหนดไว้ใน มาตรา 128 ว่า “ให้นายทะเบียนมีอำนาจตรวจตราควบคุมการดำเนินกิจการของมูลนิธิให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับของมูลนิธิ”
ซึ่งนายทะเบียนมูลนิธิองค์กรทำดี คือผู้ว่าฯ ปทุมธานี มีอำนาจสั่งให้กรรมการมูลนิธิชี้แจง แสดงสมุดบัญชี หรือเข้ามาตรวจสอบกิจการได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้กระแสโซเชียลสืบสวนจนจบก่อนถึงจะขยับตัว
รวมทั้ง มาตรา 129 ระบุด้วยว่า หากพบว่ากรรมการมูลนิธิบริหารงานผิดพลาด เสื่อมเสีย หรือดำเนินกิจการผิดวัตถุประสงค์ กฎหมายให้อำนาจนายทะเบียนในการ “ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการผู้นั้นได้” ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนตัวประธานมูลนิธิจึงต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของรัฐ ไม่ใช่ให้สลับเก้าอี้กันเองเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังมีมาตรา 131 (3) ระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าการดำเนินกิจการของมูลนิธิขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรมอันดี หรือเป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย นายทะเบียนมีอำนาจและหน้าที่ต้อง “ร้องขอต่อศาลให้สั่งเลิกมูลนิธิ” เพื่ออายัดและชำระบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด
“ท่านมท.1 และท่านผู้ว่าฯ ปทุมธานี ต้องตระหนักว่า เงินบริจาคหลายสิบล้านคือศรัทธาของประชาชนที่กฎหมายต้องคุ้มครอง การนิ่งเฉยไม่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ลุยตรวจบัญชีและเส้นทางการเงินตามอำนาจในทันหน้าที่ในทันที อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อำนาจมีอยู่ในมือ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนทุกบรรทัด ถึงเวลาใช้กฎหมายจัดการให้เด็ดขาด หากพบการทุจริตหรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จริง ต้องงัดกฎหมายมาบังคับใช้ รัฐต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย การปล่อยให้ชาวเน็ตต้องมานั่งสืบสวนกันเองคือความล้มเหลวของระบบราชการ ท่าน มท.1 และท่านผู้ว่าฯ ปทุมธานีครับ ประชาชนเขาผิดหวังกับ “นักบุญทุนชาวบ้าน” มามากแล้วอย่าให้เขาต้องหมดศรัทธากับ ‘ผู้รักษากฎหมายที่เอาแต่เกียร์ว่างเลยครับ” ทนายเชาว์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปกรณ์' แนะ เปิดเผยบัญชีบริจาคทุกมูลนิธิ จ่อวางแนวทางปิดช่อง คนในเอาเงินไปใช้โดยมิชอบ
'ปกรณ์' แนะ เปิดเผยบัญชีรายรับ รายจ่าย ทุกมูลนิธิสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ เพราะเป็นเงินจากศรัทธา เปรียบเหมือนเงินวัดคนอยากรู้เอาไปทำอะไร เชื่อสภาวิชาชีพบัญชี-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จ่อวางแนวทางปิดช่อง คนในเอาเงินบริจาคไปใช้โดยมิชอบ
อบอุ่น-แน่นแฟ้น! 'นายกฯ ภูฏาน' ต้อนรับ 'อนุทิน' ก่อนหารือทวิภาคี
บรรยากาศอบอุ่น! 'อนุทิน' พร้อมคณะถึงภูฏาน 'นายกฯภูฏาน' ให้การต้อนรับด้วยตนเอง เตรียมหารือทวิภาคี ต่อยอดความร่วมมือ 2 ประเทศ
นานสุด! 'หญิงหน่อย' ค้นสถิติ ยื่นญัตติ 60 วัน ถึงได้ซักฟอก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 60 วัน กว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ
สะกิดฝ่ายค้าน! ปล่อยหมัดน็อกซักฟอกต้น ธ.ค. ดีกว่าชกพร่ำเพรื่อ ม.152
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152
นายกฯ จ่อยกระดับป้องกันชายแดนไทย หลังเหตุสู้รบเมียนมาเดือด
นายกฯ พร้อมยกระดับป้องกัน เหตุสู้รบชายแดนเมียนมา เผยคุยผู้นำประเทศเพื่อนบ้านตลอด ยันดูแลความปลอดภัยประชาชนเต็มที่
CSI LA เปิดแผนประทุษกรรม 4 ขั้นตอน 'บุ๋ม ปนัดดา' ตกเป็น 'เหยื่อ' อาชญากรรมรูปแบบ Romance Scam
เพจ CSI LA วิเคราะห์ ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 'บุ๋ม ปนัดดา' โอนเงินมูลนิธิองค์กรทำดีให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง ระบุเป็นแผนประทุษกรรมที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบผ่าน 4 ขั้นตอน บ่งชี้ว่าตกเป็น 'เหยื่อ'ของอาชญากรรมรูปแบบ Romance Scam โดยสมบูรณ์

