รศ.หริรักษ์ เล่าเจอสารพัดพฤติกรรมเห็นแก่ตัว ทั้งจอดรถขวางทาง ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ทิ้งขยะมั่วในถังหน้าบ้าน สะท้อนนิสัยไม่สนใจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ชี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เหน็บคนคิดเปลี่ยนประเทศ เปลี่ยนสถาบันหลัก ควรสำรวจนิสัยตัวเองก่อน
7 พฤศจิกายน 2569 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก เล่าประสบการณ์พบเห็นพฤติกรรมของผู้คนในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงการไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอุปนิสัยดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยยังไม่สามารถก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้
รศ.หริรักษ์เล่าว่า ขณะออกไปซื้อของสดและของแห้งที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งบริเวณปากซอย หลังจับจ่ายจนได้ของเกือบเต็มรถเข็น และกำลังนำของขึ้นรถ กลับพบว่ามีรถยนต์คันหนึ่งจอดขวางท้ายรถ โดยเจ้าของรถไม่อยู่ ทำให้ไม่สามารถนำของขึ้นรถหรือขับออกจากที่จอดได้ จึงต้องให้พนักงานไปตามเจ้าของรถมาเลื่อนรถ
เมื่อเจ้าของรถมาถึง กลับพูดว่า "เดี๋ยวขยับรถให้นะคะ" ด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังช่วยเหลือ ทั้งที่เป็นผู้จอดรถขวางทางเสียเอง ก่อนหันไปบอกพนักงานดูแลที่จอดรถว่า "ต้องทำที่จอดรถเพิ่มแล้วนะ" ซึ่ง รศ.หริรักษ์มองว่าเป็นการโยนความผิดให้ซูเปอร์มาร์เก็ต
จากนั้นระหว่างขับรถกลับบ้าน พบคนยืนรอข้ามถนนบริเวณทางม้าลาย จึงชะลอและหยุดรถให้ข้าม แต่รถยนต์อีก 2 คันในช่องทางข้างเคียงกลับไม่หยุด และเร่งความเร็วผ่านไป ทำให้คนที่กำลังข้ามถนนต้องหยุดกะทันหันจนเกือบถูกรถชน ขณะเดียวกันยังพบรถจักรยานยนต์ขับย้อนศรอีกด้วย
รศ.หริรักษ์เล่าต่อว่า เมื่อกลับถึงบ้านและเตรียมนำขยะออกไปทิ้งก่อนวันเก็บขยะ พบว่าถังขยะหน้าบ้านซึ่งแยกไว้ 3 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย ถูกบุคคลอื่นนำขยะสารพัดชนิดมาทิ้งปะปนกัน ทั้งขวดน้ำพลาสติก ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ใบตองห่อขนม และถ่านไฟฉาย จนต้องนำขยะออกมาแยกประเภทใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ ลูกชายยังเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เพื่อนคนหนึ่งจอดรถถอยท้ายจนชิดรถคันอื่น เมื่อถูกถามว่าเจ้าของรถคันนั้นจะนำรถออกลำบากหรือไม่ เพื่อนกลับตอบว่า "ไม่เป็นไร เป็นปัญหาของเขา ไม่ใช่ของเรา"
อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนอุปนิสัยของคนไทยบางส่วนที่ไม่สนใจว่าการกระทำของตนจะสร้างปัญหาหรือความเดือดร้อนให้ผู้อื่นหรือไม่ และเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศยังไม่สามารถพัฒนาไปได้เท่าที่ควร
"นี้คืออุปนิสัยของคนไทยเราที่ทำให้เรายังไม่สามารถเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ นั่นคืออุปนิสัยของการไม่สนใจว่าสิ่งที่เราทำจะไปสร้างปัญหาให้คนอื่นหรือไม่อย่างไร"
รศ.หริรักษ์ยอมรับว่าอาจเป็นความรู้สึกส่วนตัว แต่สังเกตว่านับวันพฤติกรรมลักษณะนี้ดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศอย่างสำคัญ
"คิดจะเปลี่ยนประเทศ คิดจะเปลี่ยนสถาบันหลักของประเทศ ควรสำรวจตัวเองดูก่อนว่า มีอุปนิสัยแบบนี้หรือไม่"
พร้อมเสนอว่า แทนที่จะมุ่งเปลี่ยนแปลงประเทศหรือสถาบันหลักเพียงอย่างเดียว ควรเริ่มจากการปรับเปลี่ยนอุปนิสัยของตนเอง และร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยเลิกพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
"เปลี่ยนอุปนิสัยตัวเอง และรณรงค์ให้คนไทยเปลี่ยนอุปนิสัยแบบนี้เสียก่อน ไม่ดีกว่าหรือ".
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' ย้ำเตรียมแผนไว้ทุกสถานการณ์ ดูแลคนไทยเหตุตะวันออกกลางปะทุ
'สีหศักดิ์' ย้ำความพร้อม สถานทูตแจ้งเตือน-มีแผนอพยพร่วมกองทัพ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางปะทุอีกรอบ
ยก 'ปารีสโมเดล' ดึงสติคนไทย อย่าให้ใครยุยงเผาบ้านตัวเอง
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปารีสโมเดล
เตือนคนไทย! สถานทูตกรุงโดฮา แจ้งสถานการณ์ 'กาตาร์' เปราะบาง ขอมีสติหาที่กำบัง อยู่ในที่ปลอดภัย
สถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยทุกท่านยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกาตาร์
นายกฯ แถลงการณ์ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ชวนคนไทยน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ
นายกฯ แถลงการณ์ผ่านทีวีพูล ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้
'กองทัพ' เร่งช่วยเหลือคนไทยถูกเขมรจับ คาดเดินเข้าไปหาของป่า
กองทัพภาคที่ 2 ส่งชุดประสานชายแดน ไทย - กัมพูชา ตรวจสอบ และ เตรียมให้ความช่วยเหลือคนไทย หลังถูกกัมพูชา จับคดีลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย คาดหาของป่าตามแนวชายแดนบริเวณช่องตาเล็ง แล้วเดินลึกใกล้ฐานเขมร
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์

