รัฐบาลยันพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ 2564 ทำถูกต้องแล้ว!

โฆษกรัฐบาลเผย กก.ตรวจสอบการอภัยโทษแล้ว ยืนยัน พรฎ.อภัยโทษ 2564 เป็นตามหลักเกณฑ์ พร้อมเสนอแนะแนวทางวัวหายล้อมคอก

06 เม.ย.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษว่า ไม่พบความผิดพลาดหรือความบกพร่องในกระบวนการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ.2564 ที่เป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้ต้องโทษเป็นการทั่วไป และขั้นตอนการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาดก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายกำหนดแล้ว

นายธนกรกล่าวต่อว่า คณะกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงแนวทางในการจัดชั้น เลื่อนชั้นให้ชัดเจนมากขึ้น และให้นำพฤติการณ์ความร้ายแรงหรือความเสียหายต่อสังคมที่บุคคลนั้นได้ก่อขึ้นมาประมวลร่วมกับผลการพัฒนาพฤตินิสัย รวมทั้ง คณะกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดให้มีระยะเวลาปลอดภัย (ระยะเวลาขั้นต่ำ) ในการรับโทษของผู้ต้องขังที่ต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 8 ปี แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน มาเป็นเกณฑ์ก่อนได้รับประโยชน์จากการบริหารโทษของกรมราชทัณฑ์ และลดสัดส่วนในการเสนอขอพระราชทานอภัยโทษ รวมทั้งกำหนดให้คดีทุจริตร้ายแรงได้รับประโยชน์น้อยลงกว่าเดิม ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ พร้อมดำเนินการปรับปรุงตามคำแนะนำ และแนวทางของคณะกรรมการฯ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

“นายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในการทำงานของฝ่ายยุติธรรม ซึ่งเป็นการทำงานที่ต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน เป็นธรรม โปร่งใส เป็นการทำงานเพื่อความตอบโจทย์ด้านความเชื่อมั่นของคนทั้งประเทศ และรัฐบาลดำเนินตามกระบวนการทำงานที่มีขั้นมีตอน ครอบคลุม ตรวจสอบได้ ยืนข้างความถูกต้องมาโดยตลอดจึงขอให้เชื่อในความตรงไปตรงมาของรัฐบาล”นายธนกรกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลตีปี๊บผลงานวิจัยพัฒนาของ สวทช.

รัฐบาลชูผลงาน สวทช.ปีงบ 64 ยื่นขอจดทรัพย์สินทางปัญญา 524 รายการ เป็นอันดับ 1 ของประเทศ สร้างมูลค่าต่อเศรษฐกิจ-สังคม เพราะมีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์กว่า 7 หมื่นล้านบาท

'รัฐบาล' ยันเกาะติดสถานการณ์ 'ดีเปรสชันโนรู'

รัฐบาลติดตามสถานการณ์-เฝ้าระวังพายุโนรูอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือเต็มที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน.รับทราตลอด รวมทั้งดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลขอบคุณคนไทยร่วมมือสู้โควิดย้ำยังต้องใส่แมสก์ต่อ

รัฐบาลขอบคุณทุกภาคส่วน ร่วมมือมาตรการภาครัฐ ส่งผลลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง 1 ต.ค.นี้ ขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยต่อ เพื่ออยู่กับโควิดได้อย่างปลอดภัย