
27 ต.ค.2564 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ได้ออกมาให้ข่าวท้าทายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหใลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หากเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย. นี้ แล้ว พบว่าประชาชนติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นว่า รู้สึกผิดหวัง เป็นคำกล่าวไม่สร้างสรรค์ เป็นการท้าทายแบบเด็กเล่นขายของ ท่านนายกฯ เมื่อประกาศนโยบายก็พร้อมที่จะรับทั้งดอกไม้และก้อนหิน เพราะทำทุกอย่ายึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาท่านก็รับฟังข้อเสนอและคำวิจารณ์ต่างๆ และเดินหน้าทำงานต่อ เพราะในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หน้าที่ของท่านคือ การบริหารประเทศ ที่ต้องพาคนไทยร่วม พลิกโฉมประเทศ ส่งต่อประเทศที่ดีขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขาเที่ยวรอไปก่อน! รัฐบาลยันไม่มีการพิจารณาเพิ่มวันหยุดยาวต่อเนื่องเดือนมิ.ย.-ก.ค.
โฆษกรัฐบาล ยันไม่มีการพิจารณาเพิ่มวันหยุดยาวต่อเนื่องเดือนมิ.ย.-ก.ค. ขอปชช.ฟังข่าวทางการ
15 พ.ค.'อนุทิน' ขน รมต.เปิดทำเนียบฯ ฟัง 10 ผู้นำอุตสาหกรรม
โฆษกรัฐบาลเผยเปิดทำเนียบฯพรุ่งนี้ จัดเวที 'ผู้ประกอบการพูดรัฐบาลฟัง' นายกฯ - รมต. รับฟังเสียงสะท้อนจากตัวจริงเสียงจริงภาคเอกชน หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปด้วยกัน จับตาเจ้าสัวระดับประเทศตบเท้าเข้าร่วม
'จุลพันธ์' ย้ำจุดยืนเพื่อไทย แก้ รธน. ทุกฝ่ายยอมรับได้ ชี้เวลานี้แก้ปากท้องสำคัญที่สุด
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้า
'เพื่อไทย' กำชับ สส. ห้ามแตกแถว อภิปรายหนุน พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคเพื่อไทย นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรค และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค
อดีต รมว.อุตสาหกรรมเชื่อมือ 'อนุทิน' เด็ดขาดล้างมาเฟียต่างชาติยึดพะงัน-ภูเก็ต
'ธนกร' มั่นใจ 'อนุทิน' เด็ดขาด พร้อมสั่งฟันมาเฟียต่างชาติยึดภูเก็ต-พะงัน ลั่นต้องจัดระเบียบใหม่ คุมเข้มนอมินีผู้มีอิทธิพลแย่งอาชีพคนไทย ชี้เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้ประเทศและประชาชนอย่างยั่งยืน
'รัชดา' แจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าวไม่ใช่ปล่อยผีมีกฎกติกาคุม
รัฐบาลแจงร่างกฎกระทรวงธุรกิจต่างด้าว 'ไม่ใช่เปิดเสรีไร้การกำกับ' ย้ำยังอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ–คุมเข้มทุกกิจการสำคัญ

