เลขาฯองค์กรต้านคอร์รัปชัน หวัง 'ผู้ว่าฯชัชชาติ' จะทำให้โกงในกทม.ลดลง


11 มิ.ย.2565 - นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

หวังมากแค่ไหนกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ

คอร์รัปชันใน กทม. เป็นแบบนี้มาหลายสิบปี กลายเป็นวิถีปฏิบัติที่ทำกันมาอย่างนี้จนพวกเขาหลงเชื่อไปเองว่ามันถูกต้องแล้วที่จะทำอย่างนั้น ในชีวิตจริงเครือข่ายพวกพ้องที่ชำนาญในกลไกราชการและข้อกฎหมาย ทำให้เกิดหลุมดำของคอร์รัปชันที่ยากเกินกว่าใครจะหักหาญเอาชนะได้

ดังนั้นคอร์รัปชันจะลดลงมากหรือน้อย จึงขึ้นกับความจริงจังของท่านผู้ว่าฯ รวมถึงผลสำเร็จในการดึงความร่วมมือจากข้าราชการ กทม. และคน กทม. ที่อยากเห็นบ้านเมืองกลับมาสู่ความถูกต้องดีงาม

ตัวท่านผู้ว่าฯ เองคงอยู่ในตำแหน่งไม่กี่ปีตามวิถีการเมือง ในช่วงนี้หากการคดโกงในการ “จัดซื้อจัดจ้าง” ลดน้อยลงสักครึ่งหนึ่ง เราจะได้ของมีคุณภาพ ได้ใช้ของดี บริการที่ดี แถมประหยัดเงินนับหมื่นล้านบาทไปทำอย่างอื่น

หากการ “รีดไถ – ส่วยสินบน – เรียกรับเงินใต้โต๊ะ” ลดลงสักครึ่งหนึ่ง สังคมจะเป็นสุขมากขึ้น หากแก้ไขการ “บริหารจัดการสัมปทานและบริการเชิงธุรกิจ” ในมือของ กทม. ให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เราจะได้บริการที่ดีจากรัฐในราคาเอื้อมถึงสำหรับทุกคน

และหากผู้บริหารระดับสูงทุกคนเลิก “คอร์รัปชันชันเชิงนโยบาย เลิกเอื้อประโยชน์พวกพ้อง” กทม. จะเจริญขึ้น สูงขึ้น ก้าวทันโลก

ด้วยข้อจำกัดที่มี ผมหวังให้ท่านผู้ว่าฯ เปลี่ยนแปลง กทม. โดยมองอนาคต เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่เน้นไล่จับคนโกง ด้วยแนวทางหลักๆ คือ

1) สร้างระบบบริการประชาชนแนวใหม่ไปครอบวิถีปฏิบัติเดิม เป็นระบบใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยี่ และค่านิยมยุคใหม่ที่เน้นประโยชน์ ง่าย สะดวก เปิดเผยและเปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม



เครื่องมือและระบบที่กล่าวถึงนี้ สามารถนำแนวทางที่ กพร. เสนอแนะไว้และมีมติ ครม. รองรับ หรือใช้ของฟรีที่ภาคเอกชนพัฒนาและพิสูจน์แล้วว่าดีจริง เช่น ACT ai และข้อตกลงคุณธรรม โดยอาจปรับปรุงเล็กน้อยให้สอดคล้องมากขึ้นกับสภาพของ กทม. เอง

2) วัฒนธรรมใหม่ในองค์กรจะเกิดขึ้นได้ คณะของท่านผู้ว่าฯ ต้องเริ่มจากการพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนใน กทม. มั่นใจว่า ท่านซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรงไปตรงมาและจริงจังเพื่อส่วนร่วม ส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่า บุคลากรทุกคนต้องสามารถสวมเครื่องแบบและทำงานได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แล้วหันหน้ารับประชาชนตามหน้าที่ของตน

3) ข้อมูลงบประมาณต้องเชื่อมโยงกันทั้งระบบ เปิดเผยอย่างโปร่งใส เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังเพื่อการเรียนรู้และวางแผนในอนาคต

ผมหวังมากว่าท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติจะทำให้คอร์รัปชันใน กทม. ลดลง หากทำได้ผลงานนี้จะเป็นต้นแบบการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศ ที่นักการเมืองต้องเรียนรู้หากต้องการเสียงสนับสนุและความศรัทธาจากประชาชน"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว