
13 พ.ย.2565-นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง จดหมายเปิดผนึก ถึงประชาชนที่เคารพ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการและบุคลากรท้องถิ่นทั่วประเทศไทย หัวข้อ “เมื่อไหร่ประเทศไทยจะพ้นจากการเป็นประเทศ “กำลังพัฒนา”?”
นายธนาธร ระบุว่า ตลอดเวลากว่า 4 ปีที่ผมและชาวอนาคตใหม่ เริ่มทำงานการเมืองมา ทุกจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ที่เราเดินทางไป เราได้เห็นคนเก่ง เห็นสถานที่ที่สวยงามตระการตา เห็นศักยภาพของผู้คน เห็นโอกาสทางเศรษฐกิจมากมายที่ทำให้เราตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยจึงไม่สามารถไปได้ไกลกว่านี้ ทำไมเราจึงเป็นประเทศกำลังพัฒนา รายได้ปานกลาง มาตลอดหลายสิบปี
คำตอบที่ผมได้รับจากประสบการณ์ของผมเอง และจากการพูดคุยกับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ก็คือ ระบบราชการ การบริหารแบบรัฐรวมศูนย์ของไทยนั่นเอง ที่ล่ามโซ่ตรวนประเทศไทยเอาไว้ ไม่ว่าเราจะมีของดีเท่าไหร่ แต่ขาดคนบริหารที่มองเห็นและเข้าใจของดีเหล่านั้น การแก้ปัญหาที่ล่าช้า นโยบายที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน คนรู้วิธีแก้ปัญหากลับไม่มีงบประมาณและอำนาจในการแก้ปัญหา ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางที่นั่งในห้องแอร์
พวกเราเชื่อว่าหากประเทศไทยไม่จัดการเรื่องปัญหาการกระจายอำนาจ ไม่ให้อิสระกับท้องถิ่น เราจะไม่มีวันไปไกลกว่านี้ได้ พวกเราคณะก้าวหน้าจึงได้รณรงค์ #ขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิญชวนบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อขจัดอุปสรรคในการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
การกระจายอำนาจเพื่อคืนอำนาจให้ท้องถิ่นและยุติรัฐราชการรวมศูนย์ เป็นกุญแจดอกเดียวที่จะปลดล็อกปัญหา ไม่ใช่แค่รับประกันว่าผู้บริหารท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ยังทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจเต็มในการจัดทำบริการสาธารณะในพื้นที่ทุกเรื่อง ยกเว้นแค่เรื่องกองทัพ และเงินตรา รวมถึงยังได้เสนอให้มีการแก้ไขปัญหาอำนาจที่ทับซ้อนกันระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น โดยให้ภารกิจการจัดทำบริการสาธารณะในพื้นที่เป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อน และเพิ่มอำนาจการตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเสนอให้เพิ่มรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีงบประมาณและมีอิสระมากขึ้นในการจัดทำบริการสาธารณะ ตอบสนองความต้องการของประชาชน
เมื่อเป็นเช่นนั้น สามารถ #ปลดล็อกท้องถิ่น ได้ ศักยภาพที่ถูกกดทับอยู่ในพื้นที่ต่างๆ จะถูกระเบิดพลังออกมา เปรียบเหมือนการยกก้อนหินที่กดทับ 77 จังหวัดออกไป ปลดปล่อยประเทศไทยให้พุ่งทะยานไปข้างหน้า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่พวกเรารณรงค์รับรายชื่อจากประชาชนทั่วประเทศ จัดเวทีรณรงค์ใน 30 จังหวัด มีประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญกับพวกเราทั้งสิ้น 80,772 รายชื่อ และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบรายชื่อ มีเอกสารครบถ้วน จำนวน 76,591 รายชื่อ
ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า มีประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารราชการของประเทศ อยากเห็นการกระจายอำนาจที่สมบูรณ์เกิดขึ้นในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นการหาข้อตกลงร่วมกันจากประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นเรื่องประโยชน์ของการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และต่อประเทศไทย
ขณะนี้ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 เรียบร้อยแล้วและกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2565 ผมจึงขอให้พี่น้องประชาชน รวมถึงนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาฯ และข้าราชการท้องถิ่นทุกท่าน ช่วยกันรณรงค์ และส่งเสียงเรียกร้องไปยังสมาชิกรัฐสภา ให้ลงคะแนนรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้
หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จ คนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่นายกฯท้องถิ่น ไม่ใช่ข้าราชการท้องถิ่น แต่คือประชาชนคนไทยทั้ง 77 จังหวัด ที่จะได้ปลดปล่อยศักยภาพของท้องถิ่นตัวเอง พาประเทศไทยไปให้ไกลกว่านี้ ก้าวหน้า และก้าวไกลกว่านี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหารท้องถิ่นรอเฮ ลุ้นคลอดกฎหมาย ปลดล็อกห้ามนั่งเกิน2วาระ8ปี
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด-เทศบาล-องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นอีกหนึ่งกลไกภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่และดูแลแก้ไขปัญหาประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ขณะเดียวกันก็มี “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” คอยกำกับดูแลอีกทางหนึ่ง
รัฐบาล หนุน 'อปท.' ลุยคัดกรองสายตา-ตัดแว่นสำหรับเด็ก ลดเหลื่อมล้ำเข้าถึงบริการสุขภาพ
รัฐบาล บูรณาความร่วมมือ หนุน อปท. เดินหน้าคัดกรองสายตาและแว่นตาสำหรับเด็ก เผยความสำเร็จ 7 เดือนแรกปีงบประมาณ 69 ดำเนินการแล้ว 205 โครงการ คัดกรองเด็กกว่า 4 หมื่นคน ได้รับแว่นตาแล้วกว่า 1.4 หมื่นคน
เปิดอำนาจ คกก.พิจารณาคดี ม.112 อัยการพิจารณาอุทธรณ์คดี 'ธนาธร' ปมวัคซีนพระราชทาน
ลุ้นอัยการ ยื่นอุทธรณ์ 'ธนาธร' คดี ม.112 ปมวัคซีนพระราชทาน หรือไม่ เปิดอำนาจ คกก.พิจารณาคดี 112 อัยการพิจารณาอุทธรณ์ รองโฆษก อสส.เปิดขั้นตอนคดี
ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า
ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า
หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก

