
‘อัษฎางค์ ยมนาค’ตอกกลับ ทูตนอกแถว เป็นนักการทูตอย่างไรถึงไม่เข้าใจเรื่องท่าทีของทูตหรือผู้นำประเทศ แต่ตั้งใจบิดเบือนเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับตนเองหรือพวกพ้อง
16 พ.ย.2564- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กประเด็น “ท่าทีของทูตหรือผู้นำประเทศ บอกอะไรกับเรา” โดยระบุรายละเอียดว่า เป็นนักการทูตอย่างไรถึงไม่เข้าใจเรื่องแบบนี้ หรือว่าเข้าใจดี แต่ตั้งใจบิดเบือนเพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับตนเองหรือพวกพ้อง
นักการทูตที่ดีควรเข้าใจเรื่องเหล่านี้ และควรจะเป็นปากเสียงเพื่อปกป้องประเทศชาติ ด้วยการบอกกับชาวไทยว่า
เรื่องท่าทีของสถานทูตหรือผู้นำประเทศต่อกิจการภายในมักมีเหตุผลสำคัญทั้งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าและผลประโยชน์ที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลังเสมอ
ระเบียบและกฎเกณฑ์กติกาในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีการระบุไว้ชัดเจนว่านักการทูตไม่สามารถสอดแทรกกิจการภายในรัฐนั้นได้ เพราะแต่ละประเทศต่างมีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง
ชาติมหาอำนาจตะวันตกไม่ได้จริงใจ 100 เปอร์เซ็นต์กับเรา สิ่งที่เขาทำหรือแสดงออก ล้วนมีผลประโยชน์บางอย่างแอบแฝงอยู่กับเรื่องนั้นๆ
ความพยายามในการการล้มหรือยกเลิกมาตรา 6 หรือ มาตรา 112 ด้วยคำอ้างว่า ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า เป็นการปฏิรูปที่ซ่อนเร้นการล้มล้างการปกครอง
ตกลงชาติมหาอำนาจตะวันตกกำลังแสดงท่าที่สนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นภัยต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างนั้นหรือ
ประชาธิปไตยในประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดขึ้นด้วยฝีมือคนไทยเองเท่านั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นจากการแทรกแซงกิจการภายในจากต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สำคัญของชาติมหาอำนาจตะวันตก คือการคานอำนาจต่อชาติมหาอำนาจในภูมิภาคเอเชียอย่างจีน
ซึ่งนั้นคือเหตุผลถึงท่าทีที่แสดงออกของเจ้าหน้าที่การทูต นักการเมืองหรือผู้นำจากชาติมหาอำนาจตะวันตก ว่ามีลักษณะอย่างไร
……………………………………….…………………………….
อย่างไรก็ตาม จากข่าวที่ทูตแกะดำนอกแถวออกมาพูดชื่นชมสถานทูตเยอรมัน นั้นมันสวนทางกับความจริงที่เจ้าหน้าที่ทูตเยอรมันออกมายืนรอรับหนังสือจากผู้ชุมนุม กล่าวคือ
1 ที่ผ่านมาสถานทูตทุกประเทศ แม้กระทั่งสถานทูตไทยเวลามีคนมาประท้วงก็ออกมารอรับแบบนี้เช่นกัน ไม่แปลกอะไร
2 ทางสถานทูตออกมารอรับหนังสือ ในอีกนัยยะนึงก็คือ ให้การชุมนุมมันจบไปเร็วที่สุด จะได้ไม่ต้องมารอ มาออกันหน้าสถานทูตนานๆ
3 สถานทูตเยอรมันร้องขอผ่าน กต. (กรมพิธีการทูต) ให้จัดกองกำลังตำรวจมาอารักขาสถานทูต ทั้งนี้เป็นไปตามกฏหมายระหว่างประเทศที่สถานทูตต้องได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตที่ไทยต้องจัดให้
4 ทางเยอรมันไม่ต้องการเข้ามา “ก้าวก่าย” กับเรื่องไร้สาระ ที่ม็อบเดินขบวนไปบอกสถานทูตเยอรมันไม่ให้สนับสนุนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เพราะเยอรมันรู้เต็มอกว่า ระบอบนี้ไม่มีในไทยแล้วตั้งแต่ปี 2475
5 เยอรมันรับรู้และรับรองไทยในฐานะประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขมาโดยตลอด
6 ดังนั้น การที่ม็อบไปชูประเด็นเรื่องระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชแล้วพยายามไปลากให้ฝ่ายเยอรมันเข้ามา “เปลืองตัว” ในเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าชื่นชมใดๆเลย แต่กลับเป็นเรื่องที่ absurd ไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่มีมารยาทในทางการเมืองระหว่างประเทศมากกว่า
7 ผู้ชุมนุมมีจำนวนคนเพียงหยิบมือ แต่พยายามทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยประเด็นที่ไม่มีอยู่จริง แล้วพยายามเอาไปยัดใส่มือเยอรมัน ซึ่งชาติมหาอำนาจอย่างเยอรมันคงไม่หลงกลให้เสียชื่อประเทศมหาอำนาจหรอก
8 ทางการเยอรมันก็เคยแถลงเป็นทางการมาแล้วว่าการที่ในหลวง ร.10 ประทับอยู่ที่เยอรมันในบางโอกาสนั้น พระองค์ท่านมิได้ทำผิดกฏหมายของเยอรมันแต่อย่างใด
9 การที่เยอรมันมีท่าทีเช่นนี้ก็คือการยอมรับที่พระองค์ท่านประทับในเยอรมันเพื่อดูแลพระราชโอรส แต่การที่คนไทยจำนวน”หยิบมือ”ไปเล่นประเด็น “สมบูรณาญาสิทธิราช” โดยยืมมือเยอรมันมาเล่น ตรงนี้ต่างหากที่สร้างความไม่สบายใจให้กับฝ่ายเยอรมัน
……………………………………….…………………………….
เจ้าหน้าที่การทูต คือผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพระมหากษัตริย์ในการไปเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศแต่ท่าทีที่จ้องแต่ดิสเครดิตประเทศตัวเอง และให้การสนับสนุนม็อบที่ล้มล้างการปกครอง คือเรื่องเสื่อมเสียที่แปดเปื้อนวงการทูต สมแล้วกับฉายาทูตนอกแถว เป็นแกะดำที่เป็นรอยเปื้อนมลทินให้กับเพื่อนร่วมวงการอย่างไร้สำนึก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน
เอ็ดดี้ มอง 'ถุย' ของนายกฯอนุทิน ไม่ใช่แค่คำหลุดบนเวทีสงกรานต์ คือสัญญาณทางการเมืองที่น่าคิด
อัษฎางค์ ชี้โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ว่า คำว่า ถุย เหมาะหรือไม่เหมาะ แต่คือรัฐบาลจะเปลี่ยนโมเมนต์ไวรัลนี้ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นได้หรือไม่
'เอ็ดดี้' เฉลย! สื่อสารสะดุด ปม 'อาร์ท' ลามเรื่องใหญ่การเมือง
นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค
รอฟัง! 'เอ็ดดี้' ขอเรียงข้อเท็จจริง ก่อนเล่าปม 'ศุภจี-อาร์ท-ปชป.' อะไรคือเกมการเมืองที่ซ่อนอยู่หลังข่าวนี้
อัษฎางค์ ขอเรียงข้อเท็จจริง ก่อนจะมาเล่า ปมคุณศุภจี คุณอาร์ต และประชาธิปัตย์
เอ็ดดี้ วิเคราะห์ละเอียดยิบ สามทหารเสือเสื้อน้ำเงิน มือไม้ถึงเท่าราคาคุย จริงหรือไม่?
คุณศุภจี เหมือนคนขับรถแข่งที่มาขับบนถนนลูกรังของระบบราชการ เครื่องยนต์แรงแต่วิ่งไม่ออก คุณเอกนิติ คุณสีหศักดิ์ เหมือนคนขับที่รู้ทุกหลุมบ่อบนถนนเส้นนี้เป็นอย่างดี
'อัษฎางค์' ย้อน 'อรรถวิชช์' อ่าน กม.ไม่สุดทางหรือไม่ มีชื่อในบัญชีควบคุมไม่ได้หมายความมีอำนาจตั้งราคาเบ็ดเสร็จ
อัษฎางค์ ชี้การที่น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 นั้น เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธ แต่กฎหมายมาตรา 24 และ 25 ให้อำนาจคณะกรรมการกลาง (กกร.) เลือกใช้มาตรการตามความเหมาะสม

