ทนไม่ไหว! ชมรมครูภูเก็ตบุกสภายื่นถอดถอน-สอบจริยธรรม 'ปลัดมหาดไทย'

'ชมรมครูภูเก็ต' บุกรัฐสภา ยื่น 2 กมธ. ถอดถอน-สอบจริยธรรม 'ปลัดมหาดไทย' ปมพาดพิงให้ถอนตัวเป็นเจ้าภาพเอ็กซ์โป 2028 บอกได้ฟังทั้งโกรธและเสียใจ ซัดเป็นผู้บริหารระดับสูงขนาดนี้กลับมีอคติ

04 ม.ค.2565 - ที่รัฐสภา ชมรมครูอาวุโสจังหวัดภูเก็ต นำโดยนางถาวร เกียรติถาวรวงศ์ กรรมการชมรม ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร(กมธ.ป.ป.ช.) และ กมธ.การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เพื่อต้องการให้ตรวจสอบคุณธรรมจริยธรรม และถอดถอนนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ใช้คำพูดในที่ประชุมทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2565 และกล่าวพาดพิงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้ถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพงาน Specialised Expo 2028

นางถาวร กล่าวว่า ในประชุมดังกล่าวคนภูเก็ตได้ฟังแล้วรู้สึกตกใจ คำพูดของปลัดกระทรวงมหาดไทยทำให้รู้สึกว่าชาวภูเก็ตถูกเหยียดหยามและดูหมิ่นศักดิ์ศรี มองว่าชาวภูเก็ต แม้เป็นคนที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต แต่ไปอยู่และทำมาหากินในจังหวัดภูเก็ตจนสร้างความเจริญมั่งคั่งให้กับจังหวัดเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยคนนี้ ได้ใช้คำพูดอย่าพาดพิงเชื่อมโยงไปสู่เรื่องการสมัครเป็นเจ้าภาพงาน Specialised Expo 2028

“ปลัดกระทรวงมหาดไทยคงจะทราบดีว่าไม่ใช่เป็นมติของคนภูเก็ตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นมติของคณะรัฐมนตรี คัดเลือกให้จังหวัดภูเก็ตเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปแข่งขันกับอีก 5 เมือง ใน 5 ประเทศ ซึ่งคนภูเก็ตพัฒนาเมืองรอบด้าน 360 องศา พอได้มาฟังปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว คนภูเก็ตทำให้รู้สึกช็อก”นางถาวร กล่าว

นางถาวร กล่าวต่อว่า การที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าคนภูเก็ตไม่มีวัฒนธรรมของการเป็นคนที่จะช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อม ชาวภูเก็ตฝากมาบอกว่าเจ็บปวดมาก ภูเก็ตเปิดสู่สายตาโลกมาตั้งแต่ประเทศไทยยังมีชื่อว่าสยาม และชาวภูเก็ตภูมิใจที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นอันดับต้นๆ

“พวกเราเจ็บปวดทั้งเสียใจและโกรธ และอีกประโยคหนึ่งที่ท่านพูดคือ ยังไปเอาคนต่างชาติมาเยอะเยอะ เจ๊ง พี่น้องชาวไทยพิจารณาดูเถอะ ว่าผู้นำระดับสูงเช่นนี้ กล่าวแบบนี้ มีอคติอะไรหรือไม่ หรือทัศนคติของเขาเป็นอย่างไร”นางถาวร กล่าว

นางถาวร มองว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยทำตนขัดต่อนโยบายของรัฐอย่างร้ายแรง การกระทำลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อการเสียโอกาสในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลก ขอฝากไปถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ชาวภูเก็ตไม่ได้นิ่งดูดายแต่เร่งทำตามฝันในการเป็นเจ้าภาพทางภาครัฐและเอกชน

ด้านนายสุทา ประทีป ณ ถลาง รองประธาน กมธ.ป.ป.ช. ในฐานะ ส.ส.ภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ตนเองเป็นคนภูเก็ต ขอขอบคุณชาวภูเก็ตที่เรียกร้องในเรื่องนี้ จะนำประเด็นนี้ไปหารือในกรรมาธิการในสัปดาห์หน้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รีบด่วน! มหาดไทยเคานต์ดาวน์เปิดรับลงทะเบียนหนี้นอกระบบ 3 วันสุดท้าย

ปลัดมหาดไทยเผย ผลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ วันที่ 88 ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 1.47 แสนราย มียอดหนี้นอกระบบรวมกว่า 10,744 ล้านบาท ไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 17,287 ราย มูลหนี้ลดลง 737 ล้านบาท เน้นย้ำ ทุกพื้นที่เร่งประชาสัมพันธ์ช่วงสุดท้าย พร้อมเร่งดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยให้ครบ 100% ตามเป้าหมาย โดยจะปิดรับลงทะเบียน 29 ก.พ. 67 นี้

4 วันสุดท้ายลงทะเบียนแก้หนี้ ‘มท.’ เผยไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 17,249 ราย

ปลัดมหาดไทยเผย ผลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ วันที่ 87 ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 1.47 แสนราย มียอดหนี้นอกระบบรวมกว่า 10,705 ล้านบาท ไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 17,249 ราย มูลหนี้ลดลง 737 ล้านบาท

เปิดเบื้องลึกเบื้องหลังชงเด้งอธิบดีพัฒนาชุมชนฯ ไปเป็นผู้ว่าฯโคราช

เบื้องหลังชงเด้งอธิบดีพัฒนาชุมชนฯ ไปเป็นผู้ว่าฯโคราช วิจารณ์แซ่ดเตะสกัดนั่งปลัด มท.คนใหม่ เข้าทาง สายตรง เนวินผงาดคุมคลองหลอด

ผ่าน 66 วัน มท.ไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบสำเร็จ 11,184 ราย มูลหนี้ลด 636 ล้าน

ปลัดมหาดไทย เผยยอดลงทะเบียนวันที่ 66 มีมูลหนี้นอกระบบรวมกว่า 9,523 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 1.38 แสนราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 11,184 ราย มูลหนี้ลดลง 636 ล้านบาท

เตือนภัยมิจฉาชีพปลอมเสียง-ใช้ไลน์ปลอม หวังหลอก‘นายอำเภอ’ให้โอนเงิน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (ปลัด มท.) เปิดเผยว่า ขอเตือนพี่น้องประชาชน รวมถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ระวังภัยสังคมรูปแบบใหม่

มท.โชว์ผลงานไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบครบ 6,059 ราย

ปลัด มท. เผยยอดลงทะเบียนหนี้นอกระบบครบ 53 วัน มูลหนี้ 8,790 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 1.33 แสนราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 6,059 ราย มูลหนี้ลดลงกว่า 542 ล้านบาท เน้นย้ำ บูรณาการทุกหน่วยงานเร่งรัดดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมประชาสัมพันธ์รับลงทะเบียนถึง 29 กุมภาพันธ์ 2567