นพ.วรงค์บอกไม่เกินคาดหมาย ผลสอบป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้าน พร้อมตั้ง 4 ข้อสังเกตบอกถ้ามีอำนาจไม่จบแบบนี้แน่
25 ม.ค.2566 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผลสอบป้าย 33 ล้านตามคาด ‘คมนาคม’ เปิดผลสอบเปลี่ยนป้าย ‘สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์’ 33 ล้าน ไม่พบความผิดปกติ แนะเปิดประมูลทั่วไป เปิดกว้างเอกชนแข่งขัน
นี่คือผลสอบของกระทรวงคมนาคม กรณีป้าย 33 ล้านบาท ผมมีข้อสังเกตเรื่องผลสอบ ที่อยากให้ประชาชนทราบ
1.การกำหนดราคากลางของคณะกรรมการจัดทำร่างขอบเขตงานและกำหนดราคากลาง ในส่วนของค่าวัสดุ และค่าแรง มีที่มาจากการสืบราคาของที่ปรึกษา CSC การอ้างและโยนเรื่องไปที่บริษัทที่ปรึกษาของการรถไฟฯ ฟังแล้วเป็นวิธีการที่คุ้นๆ เพราะตอนเขาทำรถไฟทางคู่ วงเงิน 1.28 แสนล้านบาท สายเหนือและอีสาน ที่ส่อทุจริตก็อ้างบริษัทที่ปรึกษา
2.เสนอให้ทบทวนรายละเอียดทั้งในส่วนของวัสดุ เทคนิค ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ทำให้การออกแบบ เลือกใช้วัสดุ และวิธีการจัดทำ มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการจัดทำ เทียบกับติดตั้งป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อในครั้งก่อน ผมไปดูพื้นที่จริงกับวิศวกร เขาบอกผมว่า ไม่เห็นมีอะไรซับซ้อน ในเรื่องของการใช้เทคโนโลยี การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุ
3.อาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ตัวอักษรเดิม “สถานีกลาง” ที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบัน มาปรับปรุงเพื่อใช้ติดตั้ง แทนที่จะทำขึ้นใหม่ทั้งหมด เนื่องจากตัวอักษรยังอยู่ในสภาพยังดี ผมคิดว่า ควรจะคิดแบบนี้ตั้งแรกเริ่มแล้ว
4.เห็นควรให้ใช้วิธีการพิจารณาเลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปเป็นลำดับแรกก่อน เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเปิดกว้าง เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะนี้ครับ แต่มันควรจะเปิดกว้างตั้งแต่แรก
ในภาพรวมผมไม่แปลกใจกับ บทสรุปของกระทรวงคมนาคม ในการสอบครั้งนี้ อย่างน้อยข้อเสนอแนะ ให้มีการแข่งขันเปิดกว้างก็ยังดี แต่ผมยืนยันว่าถ้าพวกเรามีอำนาจ จะไม่ให้เรื่องจบแบบนี้ครับ #ยึดคืนดาวเทียม #สมบัติพ่อต้องได้คืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
'มัลลิกา' บุกชิม 'ข้าวแกง 10 บาท' ของ 'หมอวรงค์' เอ่ยปากชม อร่อย ช่วยเซฟเงินประชาชน
'มัลลิกา' บุกชิม 'ข้าวแกง 10 บาท' ของ 'หมอวรงค์' เอ่ยปากชม! อร่อย สะอาด ประหยัด ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าประชาชน
หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา

