นายกฯ ถูก 'หลอก' ให้ออก พ.ร.ก.โดยมิชอบ เลื่อนใช้มาตราสำคัญ พรบ.ป้องกันทรมานฯ

'วิรุตม์' ชี้ นายกฯ ถูก 'หลอก' ให้ออก พ.ร.ก.โดยมิชอบ เลื่อนใช้มาตราสำคัญ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ การ 'จับคนเรียกค่าไถ่' ส่งส่วย ตำรวจผู้ใหญ่จึงยังทำได้เหมือนเดิม

17 ก.พ.2566 - จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ซึ่งเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ.2566 โดยให้ขยายกำหนดเวลาการมีผลบังคับใช้ของมาตรา 22-25 ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญออกไปเป็นวันที่ 1 ต.ค.2566 พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) และอดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย สภาผู้แทนราษฎร ผู้มีบทบาทสำคัญคนหนึ่งในการร่วมผลักดันกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่าเสียใจที่นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารออกพระราชกำหนด ตัดอำนาจนิติบัญญัติ โดยให้เลื่อนการใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมาน 4 มาตราที่สำคัญออกไปตามที่ ผบ.ตร.เสนอผ่าน รมว.ยุติธรรม ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ด้วยข้ออ้างว่ากล้องบันทึกภาพเสียงและบุคลากร ตร.ยังไม่พร้อม ต้องตั้งงบประมาณจัดซื้อจำนวน 170,000 ชุด รวมเป็นเงินกว่า 3,500 ล้านบาท

"ถือเป็นความเข้าใจผิด และเป็นการ ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อนายกรัฐมนตรี นำไปสู่ความหลงผิด และออก พ.ร.ก.เลื่อนการใช้กฎหมายดังกล่าวออกไปโดยมิชอบ เพราะข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องจำนวนมากขนาดนั้น เพียงซื้อไว้เป็น อุปกรณ์ประจำหน่วย ให้ตำรวจผู้มีหน้าที่จับกุมไม่ว่าจะเป็นสายตรวจ หรือ ตร.ฝ่ายสืบสวนหมุนเวียนเบิกไปใช้เมื่อเวลาเข้าเวรเท่านั้น จะซื้อไปทำไมมากมายโดยไม่จำเป็น สิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชน อย่างมาก ก็ซื้อเพิ่มจากที่มีอยู่แล้ว 90% ไม่เกิน 30,000 ชุด ใช้เงินแค่ระดับร้อยล้านเท่านั้น"

"เป้าหมายแท้จริงของตำรวจผู้ใหญ่ชั้นนายพลทั้งในและนอกราชการที่อยู่เบื้องหลังการเสนอเลื่อนการใช้บางมาตรา ก็คือไม่ต้องการให้ใช้มาตรา 22 วรรคสอง เป็นสำคัญ เพราะวรรคสองของมาตรา 22 ได้บัญญัติให้ผู้รับผิดชอบการจับ ต้องรายงานการจับให้นายอำเภอและอัยการทราบทันที มีข้อมูลรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายนี้ ที่จะมีผลในการป้องกันการทำร้ายและการละเมิดบุคคลหลังถูกจับมากที่สุด ถ้ากฎหมายใช้บังคับทุกมาตราอย่างสมบูรณ์ การนำตัวผู้ถูกจับไปควบคุมไว้ในที่ลึกลับเพื่อเค้นข้อมูล หรือต่อรองแลกเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์ต่างๆ แล้วปล่อยตัวไป โดยนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้ไปส่งส่วยให้ตำรวจ ผู้ใหญ่เช่นที่เป็นอยู่ปัจจุบัน จะไม่สามารถกระทำได้อีกต่อไป นี่คือเป้าหมายสำคัญเบื้องหลังการเสนอต่อนายกฯ ให้ออก พ.ร.ก.เลื่อนการใช้กฎหมายฉบับนี้ออกไปถึง 1 ต.ค.2566 ทั้งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 เนื่องจากไม่ใช่กรณีที่เกี่ยวกับความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประเทศที่ฉุกเฉินไม่อาจหลีกเลี่ยงได้" พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม.ขับเคลื่อนงานป้องกันการทรมาน แนะกอ.รมน.ภาค 4 สน. ติดกล้องบันทึกภาพอย่างเคร่งครัด

กสม. สานต่อความร่วมมือ ตร. ขับเคลื่อนงานป้องกันการทรมาน เพื่อยกระดับมาตรฐาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และสถานีตำรวจตามหลักสิทธิมนุษยชน แนะ กอ.รมน. ภาค 4 สน. กำชับเจ้าหน้าที่ติดกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์อย่างเคร่งครัด หลังปรากฏกรณีจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงโดยอ้างเหตุสุดวิสัยไม่บันทึกภาพ

'วิรุตม์' ชี้ผู้ว่าฯกทม.ไม่ว่าใครก็ทำให้เป็นระเบียบปลอดภัยไม่ได้ ชงตร.นครบาลต้องขึ้นกับผู้ว่าฯ

'วิรุตม์' ฟันธง ผู้ว่าฯกทม.ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกตั้งเข้ามา ก็ทำให้เกิดความเป็นระเบียบและสงบปลอดภัยไม่ได้ เสนอตราพรฎ.โอนตำรวจนครบาล สังกัดกทม. ให้ ผู้ว่าฯ คุมตำรวจ 88 สน.ทำหน้าที่ตามกฎหมายได้

อวสาน 'การฟ้องปิดปาก' 'วิรุตม์' ชื่นชมปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำให้ศาลยกฟ้องได้แต่ชั้น 'ตรวจฟ้อง'

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประธานศาลฎีกาได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการฟ้องคดีที่ไม่สุจริต

'วิรุตม์' ยกหลักกฎหมาย ไขปม รถเมล์-รถไฟ ใครผิด การจราจรกทม.วิปริต ไร้คนรับผิดชอบ

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารที่หยุดคร่อมรางบริเวณทางตัดใกล้แยกอโศก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คนและบาดเจ็บอีก 30 ชีวิต

'วิรุตม์' ยัน การกันผู้กระทำผิดเป็นพยาน ขัดหลักความยุติธรรมทำให้ 'คนร้าย' เป็นผู้บริสุทธิ์

'วิรุตม์' ตอกย้ำตำรวจทำงานไร้มาตรฐาน ทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ ยันการไม่ดำเนินคดี 'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' นำทองคำไปให้กรรมการปปช. กำลังถูกกันเป็นพยาน ทำไม่ได้ เหตุตามป.วิ อาญา ไม่ได้บัญญัติไว้ แม้กฎหมายปปช.ให้ทำได้ ก็ขัดหลักความยุติธรรม ทำให้ 'คนร้าย' กลายเป็นผู้บริสุทธิ์

'กสม.' แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำแนวปฏิบัติต่อผู้ถือบัตรผู้ลี้ภัยสอดคล้องพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ

กสม.แนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวปฏิบัติต่อผู้ถือบัตรผู้ลี้ภัยที่เข้ามาพำนักในประเทศไทย ให้สอดคล้องตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ และหลักสากล