
เลขาฯกกต. แจงแบ่งเขตไม่ได้ทำให้ถูกใจใคร แต่ต้องยึดตามรัฐธรรมนูญ หวังเลือกตั้ง 66 จะเป็นที่ยอมรับ และเป็นทางออกของประเทศ วอนพรรคการเมืองแข่งขันให้เคารพกฎหมาย ขอบคุณสื่อออกข่าวตรง
24 ก.พ.2566 - ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมสัมมนาเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ กฎหมาย กฎระเบียบที่ปรับปรุงเปลี่ยนไปตามห้วงเวลาระหว่างสำนักงานกกต. สื่อมวลชน และเครือข่ายสำนักงานกกต.เพื่อเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งส.ส. การทั่วไป พ.ศ. 2566 โดยนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวเปิดงานว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือ กับกกต.เป็นอย่างดีที่ลงข่าวตรง แต่สิ่งที่ต่างออกไปเกิดจากคอลัมน์นิสที่ยังไม่ตรงเพราะเป็นแค่การความคิดเห็น ซึ่งไม่ว่าข่าวจะตรงหรือไม่ตรงเราก็รับฟังและนำมาเป็นข้อคิดในการทำงาน แต่ข้อมูลจากสื่อมวลชนนั้นมีความน่าเชื่อถือกว่าเพราะมีจริยธรรม ซึ่งนอกสื่อคนที่พยายามเป็นสื่อมวลชนมีมากมาย เพราะทุกคนพร้อมที่จะเป็นสื่อทางโซเชียลมีเดีย ทำให้การทำงานของเราได้รับฟังความคิดเห็นของสังคมในขณะนั้นได้ และจะนำความเห็นมาพิจารณาในการทำงาน แต่เราก็ต้องทำตามกฎหมาย ทั้งนี้กกต.ไม่ได้ทำงานเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เราทำงานเพื่อประเทศไทย
นายแสวง กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งส.ส. สำนักงานกกต.ไม่ได้ยึดหลักว่าต้องทำให้ถูกใจใคร เพราะผู้แข่งขันทุกคนก็ต้องการชัยชนะ เพียงแต่ต้องทำงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องทำให้เป็นที่ยอมรับของทุกคน เพื่อให้เป็นทางออกของประเทศได้ อย่างไรก็ตามเรามี 4 หลักในการทำงาน 1.สุจริต เที่ยงธรรม 2.โปร่งใส ตรวจสอบได้เมื่อมีปัญหา 3. ประสิทธิภาพ 4.การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งทุกคนควรรู้เรื่องการเลือกตั้งเท่ากันไม่ว่ากกต. ผู้สมัคร หรือประชาชน จะทำให้การเลือกตั้งง่ายขึ้น ไม่ถูกชักนำจากแรงจูงใจอย่างอื่น ถ้าประชาชนยังไม่รู้กติกาก็มีโอกาสถูกแรงจูงใจทางการเมือง ส่วนเมื่อมีการแก้กฎหมาย มีระเบียบใหม่ การเลือกตั้งก็จะเปลี่ยนไป ยืนยันว่าเราทำตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายเป็นแบบนี้เราก็ต้องทำแบบนี้ ไม่ใช่ว่ากกต.คิดกติกาเพื่อประโยชน์ของใคร ถ้ากติกาไม่ดีก็ให้ไปแก้ที่กฎหมาย
นายแสวง ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกตั้งส.ส.นั้นมีแรงเสียดทานที่ตามมา จึงให้โจทก์กับสำนักงานว่าเราจะต้องทำให้เรียบร้อย และให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับ ระหว่างทางกกต.จะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนเรื่องการทำไพรมารีโหวตของพรคการเมือง จากการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ก็ต้องเน้นย้ำให้พรรคการเมือง ปฏิบัติตามขั้นตอนซึ่งมีทั้งสิ้น 10 ขั้นตอน ตนในฐานะหัวหน้างานธุรการของ กกต. และพรรคการเมือง ก็มีความมั่นใจกับตัวทีมงาน และประชาชนที่มาร่วมงานกับเรา ณ วันนี้เราก็ได้เตรียมความพร้อมตามเงื่อนไขเวลาที่เกิดขึ้น แต่การเลือกตั้งจะเรียบร้อย และเป็นที่ยอมรับต้องได้รับความร่วมมือจากคนทุกคนในชาติ และหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความร่วมมือ พร้อมย้ำว่าทาง กกต.รับฟังทุกความเห็น และไม่ได้ตัดสินใจบนพื้นฐานทางการเมือง แต่ตัดสินใจบนพื้นฐานของกฎหมาย และประโยชน์ของประเทศชาติ คงต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองว่าต้องแข่งขันให้เคารพกฎหมาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา
'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น
เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง
น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'
นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง
โค้งสอง‘ชัชชาติ’นำโด่ง มัลลิกาแรงรั้งอันดับ2!
“กกต.” เตือนห้ามเผยแพร่ผลโพล กทม.-พัทยา ก่อนเลือกตั้ง 7 วัน “นิด้าโพล” พบ “ชัชชาติ” ยังนำโด่ง “โพลพระปกเกล้า”
'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.

