'ป.ป.ช.' เพิ่ม 11 ตำแหน่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 'รองอธิดีอัยการ-รองผู้ว่าราชการจังหวัด—รองเลขาธิการสภาล่างและสภาสูง' โดนด้วย
19 เม.ย.2566 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.ลงนามในประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 103 (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2566 เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา แล้วเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2566
นายนิวัติไชยกล่าวว่า ประกาศดังกล่าวคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้กำหนดตำแหน่งของเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 103 พ.ศ. 2561 เพิ่มเติม โดยให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งมีตำแหน่งที่กำหนดให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ได้แก่ 1.รองอธิบดีอัยการ 2.รองอธิบดีอัยการภาค 3.ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 4.ผู้ช่วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน 5.ผู้ช่วยผู้ตรวจเงินแผ่นดิน 6.ผู้อำนวยการสำนักกำกับและส่งเสริมการตรวจเงินแผ่นดิน 7.ผู้อำนวยการสำนักวินิจฉัยความผิดวินัยการเงินการคลัง 8.รองผู้ว่าราชการจังหวัด 9.รองอธิบดีศาลปกครองชั้นต้น 10.รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ11.รองเลขาธิการวุฒิสภา
นายนิวัติไชย กล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค ที่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในตำแหน่ง ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ตามประกาศฉบับนี้
นายนิวัติไชย กล่าวว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เปิดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินผ่านระบบออนไลน์ สำหรับผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีตามมาตรา 102 (1) – (8) และตามมาตรา 103 แล้ว ทางเว็บไซต์ www.nacc.go.th และ https://asset.nacc.go.th./ods-app ซึ่งการยื่นบัญชีทรัพย์สินผ่านระบบออนไลน์นี้ ผู้ยื่นบัญชีสามารถจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และรายการทรัพย์สินของตนเองได้ง่าย และสามารถนำไปเป็นข้อมูลตั้งต้นในการยื่นบัญชีครั้งถัดไป ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะผู้ตรวจสอบทรัพย์สินจะสามารถทำการตรวจสอบทรัพย์สินได้ทันที ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็วในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ผบ.ตร.' เร่งสรุปโกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 11 ราย
'ผบ.ตร.' ประชุมคณะทำงาน เร่งสอบพยานหลักฐาน-ข้อกฎหมายคดี โกงสอบท้องถิ่น สรุปชง 'ปกรณ์' วันศุกร์นี้ จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องอีก 11 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา
นักวิชาการ สะท้อนข่าวดัง เงินโอน 51 ครั้ง เมื่อ 'ผลประโยชน์ทับซ้อน' คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต
นักวิชาการอิสระ สะท้อนเงินโอน 51 ครั้ง กับคำถามที่ใหญ่กว่าคดี เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อน คือจุดเริ่มต้นของการทุจริต
'สมชัย' บอกยังไม่พอ! ป.ป.ช.ต้องฟันโกงท้องถิ่นยังไม่ถึงราก
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ส่งรายงานตรวจสอบทุจริตท้องถิ่นชุดแรก 15 ก.ค.ชุดสอง 27 ก.ค.
'ปกรณ์' เผยคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตท้องถิ่น จ่อส่งรายงานชุดแรก 15 ก.ค. ชุดสอง 27 ก.ค. แจง บทบาท คกก.ชุดนี้ คล้ายชุด 'วิชา' เสนอแนะ-ปิดช่องโหว่-ส่งนายกฯสั่งการ ลุยเอาผิดจริยธรรมปิดทางเข้าการเมือง
'วรศิษฎ์' มั่นใจ ไม่กระทบการทำงาน หลังป.ป.ช.ชี้มูล 'ลุง-พ่อ' ไม่บอกเลิกสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวสตูล
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ
ป.ป.ช. ฟัน อดีตนายก อบจ.สตูล พร้อมพ่อ 'รมช.วรศิษฎ์' คดีไม่บอกเลิกสัญญาจ้างเอกชนก่อสร้างล่าช้า
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาฯ ป.ป.ช. แถลงมติชี้มูลความผิด นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล กับพวก กรณีไม่บอกเลิกจ้างโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เมื่อปีงบประมาณ 2559 ทั้งที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า

