ศาลนัดสืบคดีปักหมุดสนามหลวง จ่อยื่นประกัน 4 แกนนำ 'รุ้ง' รูดซิปปาก

ศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก คดีปักหมุดสนามหลวง ทนายระบุหนักใจ เพราะไม่ได้คุยกับแกนนำ เผยเตรียมยื่นประกัน เพนกวิน-อานนท์-ไผ่-ไมค์

2 ธ.ค. 2564 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังสืบพยานโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.287/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 โจทก์ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ กับพวกรวม 22 คน จำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันฯ จากการชุมนุมและปักหมุดท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงในกรณีวันนี้ศาลมีการเบิกตัวจำเลยทั้ง 22 คน มาเพื่อสืบพยาน เบื้องต้นทราบว่า ฝ่ายโจทก์เตรียมพยานมาสองปาก หนึ่งในนั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้กล่าวหา และจะมีการสืบพยานโจทก์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และวันที่ 14 ธ.ค.

ทนายกฤษฎางค์ ระบุว่ารู้สึกหนักใจ เนื่องจากไม่มีโอกาสได้ปรึกษาจำเลยที่ไม่ได้รับการประกันตัว อาทิ นายพริษฐ์ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ อำภา และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ และนายภานุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์โดยยืนยันว่าจำเลยควรมีสิทธิในการปรึกษาหารือกับผู้ไว้วางใจ หรือทนายความเป็นการส่วนตัว

นอกจากนี้ ทนายกฤษฎางค์ยังระบุว่า ได้ขอหมายเรียกพยาน ซึ่งทางราชการเป็นผู้ครอบครอง แต่ศาลยังไม่ออกหมายเรียกพยานให้ ซึ่งตรงนี้จำเป็นที่จะต้องเอาหมายเรียกพยานมาตรวจพิสูจน์ว่าคำปราศรัยของจำเลย เข้าข่ายกระทำความผิดจริงหรือไม่ โดยวันนี้คงต้องคุยกัน

ทนายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีใหญ่ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เช่น กล่าวว่าทำลายโบราณสถานคือทำลายสนามหลวง ผิดข้อหาพ.ร.บ.โบราณสถาน ตนก็มีคำถามที่จะถามอธิบดีกรมศิลปากรหลายเรื่องเช่นเดียวกัน ว่าหมุดที่หายไปจริงไหม และถ้าเปรียบเทียบกับคดีอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ซึ่งตั้งอยู่ที่บางเขน โดยปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษใคร สิ่งเหล่านี้ทำให้มองให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมาภิบาล ไม่ยุติธรรม ในการใช้ความเกลียดชังเข้ามากล่าวหา ซึ่งทางเราไม่ได้มีโอกาสเอาเอกสารเข้านำสืบ

ขณะนี้อยู่ระหว่างปรึกษาคณะทนายความ ว่ามีจุดใดที่เราจะทำได้บ้างและในส่วนของจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ากฎหมายที่ใช้บังคับคดีขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตอนนี้ก็ยังต้องกลับมาพิจารณาเหมือนกัน ทนายกฤษฎางค์ระบุ

ทนายกฤษฎางค์ เปิดเผยอีกว่า ในวันนี้จะทำการยื่นประกัน นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ นายอานนท์ นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน และ นายจตุภัทร์ หรือไผ่ ที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำอยู่ ณ ขณะนี้ด้วย

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า คดีนี้เป็นคดีใหญ่ และมีเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง และยืนยันว่าที่ได้ต่อสู้เพื่อบ้านเมืองนั้นมีเจตนาดี เพื่อสิทธิเสรีภาพ และเพื่อให้สังคมก้าวหน้าต่อไป

ในเวลาต่อมา น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง หนึ่งในจำเลยคดีนี้ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ได้เดินทางมาที่ศาลอาญา แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ญาติวีรชนฯกระตุกคนคาใจกฎหมายนิรโทษฯ แนะฟังเสียงส่วนใหญ่

“ประธานญาติวีรชนฯ” กระตุกคนที่ยังคาใจกฎหมายนิรโทษกรรม ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ วอนทุกฝ่ายรู้รักสามัคคีเดินหน้าสร้างสังคมสันติสุขตามเจตนารมณ์ ย้ำหลักการ คดี ม.112 เป็น ”พระราชอำนาจ” ผู้ใดจะละเมิดมิได้เผยผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีส่วนใหญ่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเกือบหมดแล้ว แนะคนที่โดนคดีม.112 ให้ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้  

'จตุพร' ฟาดคนเชียร์นิรโทษฯ 112 แค่สร้างภาพ ไม่ช่วยคนติดคุก

“จตุพร” วิจารณ์ผู้ที่หยิบประเด็นคดี ม.112 มาพูดโดยไม่สามารถช่วยผู้ต้องโทษออกจากเรือนจำได้ ระบุการเคลื่อนไหวที่หวังเพียงคะแนนนิยมไม่แก้ปัญหา พร้อมชี้ช่องทางขอพระราชทานอภัยโทษเป็นทางเลือกที่มีโอกาสมากที่สุด

'อานนท์' แท็กถึง 'ปิยบุตร' ค้านนิรโทษกรรม ม.112 แนะขอพระราชทานอภัยโทษได้

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ โพสต์ข้อความแท็กถึง "ปิยบุตร แสงกนกกุล" คัดค้านข้อเสนอให้นิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112 ที่เป็นเยาวชน ระ

ซัด 'อภิสิทธิ์' อภิปราย ม.112 ไม่ทำการบ้าน ถามรักสถาบันฯ อย่างมีสติจริงหรือ

ดร.นิว ระบุไม่ได้กล่าวหา "อภิสิทธิ์" หนุนนิรโทษกรรม คดี 112  แต่เห็นว่าอภิปรายโดยไม่ศึกษาข้อเท็จจริงเรื่องมาตรการบำบัดฟื้นฟูเยาวชน พร้อม

'สมศักดิ์' เปิดจดหมายลับ 20 ปี อ้าง 'ส.ศิวรักษ์' เคยหนุนใช้ 112 เล่นงานทักษิณ

‘สมศักดิ์เจียม” เปิดเผยเรื่องราวเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยอ้างว่าได้รับจดหมายจาก “ส.ศิวรักษ์” ในช่วงพันธมิตรฯขับไล่ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งระบุว่าต้องจัดการทักษิณก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องอื่น พร้อมเผยเก็บเรื่องนี้ ไว้

’พี่ศรี‘ ยื่นศาลวินิจฉัยปม ‘พีระพันธุ์’ ตั้งผู้ต้องโทษคดี 112 ร่วมคณะทำงานรัฐ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการที่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้