
อย่าเพียงบอกว่ารักชาติ แต่นิ่งเฉยปล่อยให้คนชั่วครองเมืองแล้วก็บ่นโน่นบ่นนี่กันเลยนะคะ ช่วยกันบอกให้คนรุ่นใหม่เข้าใจรากเหง้าความเป็นไทยหน่อยเถอะ
6 มิ.ย.2566- ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า คนที่ทำให้ประเทศเสียหาย ไม่ใช่คนหมู่มาก แต่เป็นคนส่วนน้อยที่ active ส่วนคนที่รักประเทศ ห่วงประเทศเป็นคนส่วนมากแต่ passive
คนส่วนน้อยที่ว่านี้มีทั้งนักการเมืองบางคนที่ต้องการมีอำนาจเพื่อใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ด้วยการโกงกิน
และยังมีข้าราชการบางคนที่ชี้ช่องช่วยนักการเมืองโกงแบบพายเรือให้โจรนั่ง และใช้ตำแหน่งรีดไถทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายระบบราชการ
สมทบด้วยประชาชนบางคน บางกลุ่มที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เลือกนักการเมืองที่เอาโครงการประชานิยม และสวัสดิการต่างๆมาหลอกลวง
พวกเขาคิดแต่ว่าพวกเขาจะได้อะไรจากโครงการต่างๆที่นักการเมืองบางพรรคเอามาหลอกให้เลือกโดยไม่ไตร่ตรองว่าประเทศชาติจะเสียหายอย่างไร
แล้วยังมีสื่มวลชนบางรายทั้ง online และ offline ที่ไร้จรรยาบรรณ ที่ทำตัวเป็นผีโม่แป้ง รับผลประโยชน์เชียร์นักการเมืองเลว ถล่มนักการเมืองดี
ถ้าหากคนเลว active ในการสื่อสาร คนดียังทำตัว passive ไม่พูดไม่จา ไม่ให้ข้อมูลดีๆที่ถูกต้องแก่สังคม พวกที่ active ก็จะสื่อสารครอบงำสังคมได้
อย่าเพียงบอกว่ารักชาติ แต่นิ่งเฉยปล่อยให้คนชั่วครองเมืองแล้วก็บ่นโน่นบ่นนี่กันเลยนะคะ ช่วยกันบอกให้คนรุ่นใหม่เข้าใจรากเหง้าความเป็นไทยหน่อยเถอะ
ช่วยกันชี้ให้เยาวชนเห็นความจริงที่ถูกต้อง แทนวาทกรรมหลอกลวงที่ครอบงำเยาวชนของเราที่ตอนนี้มีพฤติกรรมทำใจตนเองแบบสุดกู่นะคะ
ในเชิงปริมาณ ทุกคนมี 1 เสียงเท่ากัน แต่ในเชิงคุณภาพ 1เสียงของแต่ละคน คุณภาพไม่เท่ากันนะคะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจค่ะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)
'ซาบีดา' คิกออฟวัฒนธรรมสร้างสรรค์สัญจร ปี 4 ปั้นเยาวชนต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่อนาคต
คิกค์ออฟปักหมุดจังหวัดแรก “รมว.ซาบีดา” เปิดวัฒนธรรมสร้างสรรค์สัญจร ปี 4 และสัญจรสู่ 4 ภูมิภาค หนุนเยาวชนต่อยอดทุนวัฒนธรรม ชูแนวคิด
เล่นการเมืองเพื่อใคร
ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร

