'อังคณา' ยกกรณี 'หยก' จี้ กสม. ช่วยหาทางออกคุ้มครอง สวัสดิภาพเด็ก ที่ไม่มีผู้ปกครอง

18 มิถุนายน 2566 – นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก “Angkhana Neelapaijit” ระบุว่า

กรณีของหยกนำมาสู่การถกแถลงของสังคมที่มีฐานความคิดที่ต่างกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ดี แม้อุดมการณ์ทางการเมืองจะต่างกัน แต่กลกไกการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กยังคงต้องยืนยันหลักการสิทธิเด็กตามมาตรฐานสากล

จากแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ของเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ยืนยันการไม่มีสภาพการเป็นนักเรียนของหยก เนื่องจากไม่มี #ผู้ปกครองมามอบตัวเด็กให้อยู่ในการดูแลของโรงเรียน ตามกฎระเบียบทั่วไปของ สพฐ. เช่นเดียวกับกรณีที่เมื่อหยกถูกควบคุมตัว ศาลไม่อาจปล่อยตัวหยกเนื่องจากไม่มีผู้ปกครองมารับตัว

ทำให้เห็นว่าปัญหาการไม่มีผู้ปกครองเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมีความสำคัญอย่างมากทั้งตามกฎหมายไทย และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมถึงความเห็นทั่วไป (General Comments) ต่างๆที่เกี่ยวกับเด็กหรือผู้เยาว์ ทั้งนี้ ความหมายของ #ผู้ปกครอง ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่ หรือคนในครอบครัว เพราะหลายกรณี บ้านและคนในครอบครัวก็ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ

อย่างไรก็ดีอย่างที่เคยให้ความเห็นไปแล้วว่า การแต่งตั้งผู้ปกครอง ก็ไม่ใช่จะสามารถตั้งกันเองตามอำเภอใจ แต่จะต้องเป็นการแต่งตั้งโดยศาล โดยให้มีการสืบเสาะว่าผู้ที่รับเป็นผู้ปกครองนั้นจะสามารถคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้จริงหรือไม่ เพราะหลายครั้งผู้ปกครองบางคนอาจกลายเป็นผู้แสวงประโยชน์จากเด็ก ล่วงละเมิดเด็ก หรืออาจเป็นเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์ หรือนำพาสู่เด็กสู่การค้าบริการทางเพศ

ดังนั้นจึง #ขอเน้นย้ำ ว่าแม้สิทธิในความเห็นต่างทางการเมือง การแต่งกาย หรือการปฏิบัติตามความเชื่อต่างๆจะมีความสำคัญ และต้องได้รับการเคารพ แต่ที่สำคัญมากกว่านั้น คือการที่ #หยกในฐานะผู้เยาว์ถูกรอนสิทธิในการได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ #การดำเนินการให้หยกมีผู้คุ้มครองสวัสดิภาพ

มีหลายคนถามว่าแล้วเด็กไร้บ้าน เด็กเร่ร่อน หรือเด็กผู้ลี้ภัยที่ไม่มีผู้ปกครองจะอยู่อย่างไร จะเข้าถึงการศึกษา หรือบริการสาธารณะสุขได้ไหม – คำตอบ คือ เด็กซึ่งเปราะบางต่างๆนี้ ศาลจะเป็นผู้แต่งตั้งให้บุคคล องค์กรด้านสิทธิเด็ก หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่คุ้มครองเด็ก เช่น กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) เป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ส่วนตัวเคยรับรองการประกันตัวผู้ลี้ภัยหลายคน เพื่อให้มีโอกาสออกมาดูแลลูกๆ แทนที่จะอยู่ในห้องกักแบบไม่มีกำหนด ในบางกรณีอาจมีครอบครัวอุปถัมภ์ หรือมูลนิธิต่างๆที่ช่วยดูแลเด็ก ในกรณีเด็กไร้บ้าน หรือเด็กเร่ร่อน (สัญชาติไทย) จะเป็นหน้าที่ของบ้านพักเด็กและครอบครัว (พม.) เป็นผู้ดูแล แม้เด็กๆเหล่านี้บางส่วนจะหนีออกจากบ้านพักเพราะเคยชินกับการใช้ชีวิตเร่ร่อน แต่ก็ยังถือว่า กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยชน มีหน้าที่และอำนาจเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก

ทางออกเรื่องนี้ คือ #ควรให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพหยก ในฐานะผู้เยาว์ แต่ความท้าทายต่อเรื่องนี้ คือ หากหยกยังคง #ปฏิเสธศาล แล้วจะหาทางออกอย่างไร อีกสิ่งที่สังคมควรตั้งคำถาม คือ องค์กรที่ควรจะทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิเด็ก เช่น #กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) หรือ #กรมกิจการเด็กและเยาวชน ทำไมจึงไม่ออกมาแสดงท่าทีอย่างเปิดเผยเพื่อประสานการคุ้มครองเด็ก เราจึงเห็นการตอบโต้ ต่อต้าน ของหยก และผู้ดูแล กับ สพฐ. โรงเรียน สมาคมผู้ปกครองและครู สมาคมศิษย์เก่า ฯ ที่ปะทะตอบโต้กันโดยลำพัง ทั้งที่เรื่องนี้หน่วยงานที่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิเด็กควรออกมาเป็นผู้ประสานการคุ้มครองในฐานะที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย โดยที่ทุกฝ่ายต้องไม่ลืมว่าทั้งรัฐธรรมนูญ และอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ได้รับประกันสิทธิความเท่าเทียมของบุคคลทุกคนไว้ เช่น

“การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระทำมิได้” (รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 27 วรรค 3) และ

“รัฐภาคีแต่ละรัฐแห่งกติกานี้รับที่จะเคารพและประกันแก่ปัจเจกบุคคลทั้งปวงภายในดินแดนของตนและภายใต้ เขตอำนาจของตนในสิทธิทั้งหลายที่รับรองไว้ในกติกานี้โดยปราศจากการแบ่งแยกใด ๆ อาทิ เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง หรือความคิดเห็นอื่นใด เผ่าพันธ์แห่งชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน กำเนิด หรือสถานะอื่น ๆ” – กติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง #ICCPR ข้อบทที่ 2 (1)

ส่วนตัวขอเรียกร้องให้ #กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) #กรมคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ #สพฐ. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รวมถึงหยก และผู้เกี่ยวข้อง ควรรีบเร่งหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกันโดยยึด #ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ (เด็กที่กล่าวถึงนี้ หมายถึงเด็กทุกคนที่เกี่ยวข้อง)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม. ชี้ชัด 'กรมประมง' ละเมิดสิทธิ! แก้วิกฤต 'ปลาหมอคางดำ' เหลว

กสม. เปิดผลสอบชี้ชัด 'กรมประมง' แก้วิกฤตปลาหมอคางดำล้มเหลว ขาดการมีส่วนร่วมประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชน หลังระบาด 19 จังหวัด สั่งเร่งทบทวนแผน เพิ่มงบ เปิดทางภาคประชาชนร่วมคลี่คลาย

สว.อังคณา แฉพรรคส้มตกต่ำเรื่องกฎหมายสิทธิมนุษยชน 'ไม่ค้าน' กรณีข่มขืนคู่สมรส ยอมความได้

นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุกผู้สมัคร สส.มหาสารคาม พรรคประชาชน โดยระบุว่า ในขณะที่ยึดหลัก Presumption of Innocence (หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์)ในการปกป้องผู้ถูกกล่าวหา แต่ในความผิดเกี่ยวกับเพศ พรรค ปชน ควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้เสียหายด้วยเช่นกัน

'กสม.' ชี้โรงไฟฟ้าหงสาในลาว เสี่ยงก่อมลพิษข้ามแดนกระทบน่าน

กสม. ชี้โครงการโรงไฟฟ้า–เหมืองถ่านหิน 'หงสา' ในลาว เสี่ยงสูงก่อมลพิษข้ามพรมแดนกระทบชาวน่าน จี้บริษัทเอกชน–กฟผ.ใช้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสูงสุด ติดตั้งระบบตรวจวัดสารปรอท 24 ชม.

ไม่ประณาม! ‘อังคณา’ แค่เล่าข่าว เขมรฝังทุ่นระเบิดใหม่ผิดข้อตกลง แสดงความเสียใจกับผู้เสียหาย!

อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Angkhana N

กรรมการสิทธิฯ ออกแถลงการณ์ กังวล 'สว.อังคณา' ถูกข่มขู่คุกคามเพราะความเห็นต่าง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เผยแพร่แถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ทุกฝ่ายเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง และไม่ยอมรับการสร้างความเกลียดชัง โดยมีรายละเอียดดังนี้

จัดไป! ตร. พร้อมคุ้มครอง 'สว.อังคณา' บังคับใช้กฎหมายเต็มที่ทั้งข่มขู่คุกคาม-หมิ่นประมาท-พรบ.คอมฯ

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบกรณีที่วันนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และคณะนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ได้เข้ายื่นเรื่องขอให้ ผบ.ตร.ดูแลความปลอดภัย พร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่คุกคาม ข่มขู่ และใช้ความรุนแรงทางออนไลน์จากกรณีแสดงความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยให้ดำเนินการตามกระบวนการในสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็วที่สุด รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้วย