
อัยการแจงขั้นตอนตามล่าตัว 'วรยุทธ อยู่วิทยา' ไร้ความคืบหน้า เหตุยังไม่รู้ว่าอยู่ประเทศไหน ชี้ต้องให้ตำรวจระบุก่อนอัยการถึงทำหน้าที่!
08 ธ.ค.2564 - นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงถึงการประสานกับทางตำรวจ ในการติดตามตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กลับมาดำเนินคดีในไทย
โดยนายอิทธิพร กล่าวว่า ต้องมีการประสานงานกับรอง ผบ.ตร. เพราะในคดีนี้ตนเองเป็นหัวหน้าคณะกรรมการเอง ซึ่งล่าสุดยังไม่ปรากฏชัดเจนว่า นายวรยุทธไปอยู่ที่ไหน ซึ่งก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ติดตาม
นายประยุทธกล่าวเสริมว่า หลังจากมีการสั่งไม่ฟ้อง อัยการได้ตั้งคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นมาโดยมีนายอิทธิพรเป็นหัวหน้าคณะทำงาน และตนเองเป็นกรรมการ และคณะทำงานเรามีคำสั่งในการฟ้องนายวรยุทธไป 2 ข้อหาคือ ข้อหาการขับรถประมาท โดยคดีนี้อายุความเป็นเวลา 15 ปี เรื่องนี้เหตุเกิดเมื่อ 3 ก.ย. 2555 จะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย. 2570 และข้อหาเสพโคเคน มีอายุความ 10 ปีและขาดอายุความในปี 2565
รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดว่าการจะสั่งฟ้องได้นั้น ต้องมีผู้ต้องหานำตัวไปสั่งฟ้องต่อศาล แต่ปรากฏว่านายวรยุทธหลบหนีออกนอกประเทศไทย ทางอัยการจึงแจ้งให้ตำรวจติดตามตัว เพื่อออกหมายจับ แต่ว่าขณะนี้ยังระบุไม่ได้ว่านายวรยุทธอยู่ในประเทศใด จึงต้องผ่านขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน กำหนดภารกิจหน้าที่ของอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลาง แต่จะเริ่มดำเนินการตรงนี้ได้ต่อเมื่อ ตำรวจที่เป็นผู้มีหน้าที่จับ ชี้ช่องบอกทางอัยการว่า นายวรยุทธอยู่ประเทศไหน หากรู้ว่าอยู่ประเทศไหนอย่างไรเราจะมีทีมงานอัยการต่างประเทศที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญพร้อมดำเนินการ
“ขณะนี้ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะว่าไม่รู้พิกัดว่านายวรยุทธอยู่ที่ใด หากถามว่าขั้นตอนเวลานี้นั้นอยู่ขั้นตอนใด พอจะตอบได้คืออยู่ในขั้นตอนที่ตำรวจไปสืบหาตัวผู้ร้ายอยู่ที่ใด”รองโฆษกฯ กล่าวสรุป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดเหตุผล 'อัยการสูงสุด' ชี้ขาดไม่ฟ้อง 'แทนไท' กับพวกรวม 6 คน คดีฟอกเงิน
สำนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือเเจ้งคำสั่งชี้ขาดอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ในคดีความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้น
‘ท็อดด์ แบลนช์’ อดีตทนายของทรัมป์ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุด
วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันสองคนได้ถอนการคัดค้านอดีตทนายความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันจันทร์ หลังจากที่ท็อดด์ แบลนช์ยอมประนีประนอมในประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง คณะกรรมการตุลาการวุฒิสภามีกำหนดลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับแบลนช์ในวันอังคารนี้ ตามด้วยการลงคะแนนเสียงโดยวุฒิสภาทั้งหมดภายในสัปดาห์นี้
'วัชรินทร์' ตั้งคณะอัยการร่วมสอบสวน ปมคลิปเสียงจัดฉากสินบนทองคำ หลัง อสส.รับเป็นคดีนอกราชฯ
ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า เรื่องนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามส่งสํานวนมาที่อัยการสอบสวน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ซึ่งเมื่อได้รับสำนวน ตนมีความเห็นเสนอไปยังอัยการสูงสุด ว่าคดีนี้มีการกระทําส่วนหนึ่งเกิดในประเทศไทยเเละ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นที่สถานทูตกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามหลักเกณฑ์เเล้วต้องเป็นคดีนอกราชอาณาจักรตาม ป.วิอาญามาตรา 20 ซึ่งเป็นอำนาจอัยการสูงสุด
'ทรัมป์' จะแต่งตั้งอดีตทนายความส่วนตัวให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดอย่างถาวร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาตั้งใจจะเสนอชื่ออดีตทนายความส่วนตัวของเขาให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดอย่างถาวร
'หริรักษ์' แนะจับตา 'อสส.' ยื่นอุธรณ์คดี 'ธนาธร' ผิดม.112 ปมวัคซีนพระราชทานหรือไม่ หลังศาลอาญายกฟ้อง
จากนี้ไปภาระหนักจะไปตกอยู่ที่อัยการเจ้าของคดีและสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะจะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คงไม่ได้
อวสาน 'การฟ้องปิดปาก' 'วิรุตม์' ชื่นชมปธ.ศาลฎีกาออกคำแนะนำให้ศาลยกฟ้องได้แต่ชั้น 'ตรวจฟ้อง'
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ประธานศาลฎีกาได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากการฟ้องคดีที่ไม่สุจริต

