สสส.หายไปไหน! “พลพีร์” กระตุกสำนึกองค์กรต้านเหล้า หลังเงียบกริบ ดราม่า “หมออ๋อง-ก้าวไกล” โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
15 ส.ค.2566 - นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ให้ความเห็นกรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ของพรรคก้าวไกล โพสต์รูปตัวเองถ่ายคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยี่ห้อหนึ่งเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า สิ่งที่รู้สึกว่าผิดสังเกตคือ ความนิ่งเฉยขององค์กรที่ชื่อว่า กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งมีหน้าที่ในการส่งเสริมด้านสุขภาพแก่ประชาชนคนไทย ได้รับงบประมาณการดูแล จัดการจำนวนมหาศาล ที่ผ่านมา ท่าน มีการทำโฆษณารณรงค์ไม่ให้คนไทยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่อง มีการสื่อสาร บอกเล่าอันตรายของเครื่องดื่มมึนเมามาโดยตลอด
แต่ล่าสุด กลับนิ่งเฉยต่อกรณีที่นักการเมืองพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นถึงรองประธานสภาฯ แต่กลับท้าทายกฎหมาย โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ใช้ความเป็นบุคคล ซึ่งเป็นต้นแบบในโลกออนไลน์ กระจายความคิด ความเชื่อ ที่ไม่เหมาะสม เข้าสู่สังคม สนับสนุน ให้บริโภคเครื่องดื่มมึนเมา ไม่ตระหนักถึงความเสี่ยง และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากความเมามาย นี่ เป็นพฤติกรรมที่มีปัญหาเรื่องจริยธรรม ทั้งยังเป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นประเด็นทางกฎหมาย เรื่องเหล่านี้ อยู่ในความรับผิดชอบของ สสส. ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมด้านสุขภาพ แต่ สสส.ท่านกลับนิ่งเงียบ จึงน่าสงสัยว่า สสส. กำลังทำอะไร ท่านหลงลืมบทบาทหน้าที่ของท่านกระนั้นหรือ หรือว่ามีอะไรมากกว่านั้น
ถือเป็นการทวงถาม จากใจของผู้แทนราษฎร ที่ต้องการให้ สสส.ทำงานให้คุ้มค่า กับงบประมาณที่ได้รับ นี่คือโอกาสที่ท่านจะได้ใช้เพื่อสื่อสารประชาสัมพันธ์ ถึงบทบาทการทำหน้าที่ของ สสส. ไปพร้อมๆ กับตอกย้ำอันตรายของเครื่องดื่มแอลกฮอล์ โดยนับเฉพาะช่วงปีใหม่ 2566 พบว่า มีคดีเมาแล้วขับกว่า 8,500 คดี สร้างความสูญเสีย กับชีวิต และทรัพย์สินมหาศาล แต่ละปี จะมีเหยื่อของความมึนเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นจำนวนมาก นี่คือโอกาสที่ สสส.จะได้พิสูจน์ความจริงจังตั้งใจในการทำงานของตัวเอง อย่าให้เขาปรามาส ว่าท่านเป็นองค์กรที่หากินไปวันๆ โดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
แน่นอนว่า พฤติกรรมที่กำลังเป็นดราม่าอยู่นี้ เหมาะสมอย่างยิ่งที่ สสส. จะเข้าไปตรวจสอบ และใช้โอกาสที่สังคมกำลังให้ความสนใจให้เป็นประโยชน์ ชี้แจงโทษ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่ารุนแรงแค่ไหน ใครบ้างที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ไปจนถึงการสื่อสารเรื่องกฎหมายกับพฤติกรรมการโฆษณาเครื่องดื่มมึนเมา จะได้ไม่มีการเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ดีกว่า ปล่อยให้เกิดความเข้าใจผิด แล้วมีการโฆษณาเครื่องดื่มมึนเมาต่อไป ไม่จบสิ้น ซึ่งอาจจะเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ และความสูญเสียที่เกิดตามมาในอนาคต นอกจากนั้น พฤติกรรมความผิด ซึ่งหน้าขนาดนี้ สสส. ต้องทบทวนบทบาทของตัวเอง ว่าจะเข้าไปจัดการอย่างไรได้บ้าง อย่าปล่อยให้เขาเรียกหน่วยงานท่านว่าองค์กรเสือกระดาษอีกเลย เวลาที่ท่านจะได้แสดงออกถึงความจริงใจในการปฏิบัติหน้าที่มาถึงแล้ว
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หาก สสส. ยังเพิกเฉยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จะมีการยื่นกระทู้ถามในสภาต่อไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ในการใช้สภา ตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานต่างๆ หากต้องถึงวันนั้น สสส. ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ด้วย ว่าทำไม จึงเพิกเฉย ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พลพีร์' เคลียร์ปมร้อน! ย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง เชื่อรายงานผู้ว่าฯมากกว่าโซเชียล
"พลพีร์" แจงเป็นคนรายงานนายกฯ เองปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง ระบุ "อดีตผู้ว่าฯ-รองผู้ว่าฯ-ผู้นำท้องถิ่น" รายงานตรงกัน ไม่น่าเป็นเรื่องเท็จ ชี้ เหรียญมีสองด้าน ทำโซเชียลดี แต่หน้างานปฏิบัติไม่เหมือนโซเชียล ยันหากตรวจสอบแล้วไม่ผิด พร้อมคืนตำแหน่ง ลั่นไม่มีการเมืองเกี่ยว
'ผู้จัดการสสส.' ร่อนจม.เปิดผนึกปลุกภาคี ร่วมกันปกป้อง 'กลไกภาษีบาป' สร้างเสริมสุขภาพ
นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสสส.) ทำจดหมายเปิดผนึก ถึงเพื่อนภาคี สสส.มีใจความว่า
“หมอประกิต” ไม่เชื่อ รัฐบาลแก้ พ.ร.บ.สสส. เพราะ NCDs ไม่ลด ปลุกทุกฝ่ายให้ตื่น การควบคุม NCDs ต้องทำด้วยกัน หวังให้หน่วยงานเดียวทำให้สำเร็จไปไม่รอด
จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุที่รัฐบาลจะแก้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544
เลขาธิการฯ ยุวทัศน์ฯ ชวนคนไทยจับตาพฤติกรรม “เอกภพ” อดีตโทรโข่งเครือข่ายสนับสนุนบุหรี่สู่เก้าอี้โฆษกรัฐบาล แจงโฆษกรัฐบาลปล่อยข่าวปลอมสร้างความสับสนให้ประชาชน
จากกรณีที่นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่เนื้อหาในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ Facebook ชื่อ “หมอเอก Ekkapob Pianpises”
นักวิชาการ หนุนหมอเอกรื้อการปรับอัตราภาษียาสูบปี 60 มาตรวจสอบใหม่ ตั้งคำถามหาต้นตอคนรับผิดชอบ ตั้งแต่ปี 60 รัฐสูญภาษีปีละ 2 หมื่นล้าน
จากกรณีนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกรัฐบาล ตั้งคำถามถึงการปรับโครงสร้างภาษียาสูบ ปี 2560 ที่เปลี่ยนจากภาษีอัตราเดียวที่ไทยใช้มาตลอด เป็น 2 อัตรา
'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้

