7 ต.ค.2566 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
"แจกเงิน แจกที่ดิน มีอะไรจะแจกอีกไหมคะ
ตั้งแต่เข้ามามีแต่รายการจ่าย ไม่เห็นรายการหาเงิน
จะประชานิยมกันไปถึงไหน
ประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ไม่สนใจสินะ ขอให้ได้คะแนนนิยม
ที่บอกจะเทหมดหน้าตัก มันหน้าตักคนเท หรือหน้าตักของคนไทยทั้งประเทศคะ
หุ้นตก GDP ตก เงินเฟ้อขึ้น เงินทุนสำรองลด ค่าเงินบาทอ่อน แบบนี้ "ต่อมเอ๊ะ" ทำงานบ้างไหมคะ
แทนที่จะเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เรากลับเห็นแต่ความมืดมิดนะคะ
เพลาๆเรื่องการใช้จ่ายบ้างเถอะ อย่ามองแต่ระยะสั้น ใช้วิสัยทัศน์ (ถ้ามี) มองยาวๆไปข้างหน้าบ้างนะ
อย่าทำอะไรให้คนเคลือบแคลงระแวงสงสัยเลยนะคะ"
"ท่านคิดว่าทำไมเขาถึงดื้อด้าน ดันทุรัง ไม่ฟังใครทั้งนั้น ทั้งๆที่คนท้วงติงเป็นผู้รู้แท้รู้จริงกันทั้งนั้น
ท่านคิดว่าเขาทำไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนจริงๆ หรือมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่
ท่านเชื่อว่าเขาทำเรื่องนี้มีความโปร่งใสหรือไม่เพียงใด ท่านไว้วางใจพวกเขาหรือเปล่าคะ
ท่านคิดว่าใครเป็นคนคิดนโยบายนี้คะ และคนคิดเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากโครงการนี้บ้างหรือเปล่าคะ
ท่านติดว่าประชาชนอย่างเราๆ จะสามารถทำอะไรที่จะยับยั้งโครงการนี้ได้ไหมคะ"
"ผู้ว่า ธปท. ไม่เห็นด้วย
อดีตผู้ว่า ธปท. ไม่เห็นด้วย
คณาจารย์ด้านเศรษศาสตร์ไม่เห็นด้วย
เอกชนจำนวนมากไม่เห็นด้วย
มันจะเป็นการสร้างหนี้
มันจะทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจเวลานี้ฟื้นตัวแล้วไม่ต้องกระตุ้น
ทำไมยังยืนยันที่จะแจกให้ได้
ทำไมไม่แจกเฉพาะเจาะจงว่าจะช่วยใคร
เงินที่จะใช้ก็ยังไม่มี ต้องยืม ต้องกู้
ผู้รู้คัดค้านกันมากขนาดนี้แล้ว ทำไมไม่ฟัง
จะดันทุรังให้ประเทศพังเพื่ออะไร
มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า
มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)
เล่นการเมืองเพื่อใคร
ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร
ของใหม่ไม่ได้ดีเสมอไป
ในความทันสมัย เราจะเห็นภาษาอังกฤษว่า “neo” ที่แปลว่าใหม่ และภาษาไทย เราก็จะเจอคำว่า “นว” (อ่านว่า “นะวะ” ซึ่งก็แปลว่าใหม่เหมือนกัน นอกจากนี้ในวิชาการจัดการที่จะต้องสอนเรื่องการวาง

