27 ต.ค.2566 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สส.จำนวน 61 ราย กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 จำนวน 59 ราย กรณีพ้นจากตำแหน่ง จำนวน 2 ราย โดยมีบุคคลที่น่าสนใจคือ นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โดยนายเซีย ระบุสถานภาพสมรสกับนางทองใบ จำปาทอง พร้อมระบุว่า ตนเอง และคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,555,399 บาท เป็นทรัพย์สินของนายเซีย 3,518,004 บาท เป็นทรัพย์สินของนางทองใบ 1,037,395 บาท นอกจากนี้ นายเซียแจ้งว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 500,000 บาท โดยเป็นหนี้เงินกู้สหกรณ์เครดิตยูเนียน พิพัฒนสัมพันธ์ จำกัด
รายละเอียดทรัพย์สิน ได้แก่ เงินฝากของนายเซีย 421,262 บาท เงินฝากของนางทองใบ 342,645 บาท เงินลงทุนของนายเซีย 328,500 บาท เงินลงทุนของนางทองใบ 335,500 บาท ที่ดินของนายเซีย จำนวน 3 แปลง ที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ มูลค่า 1,096,900 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของนายเซีย จำนวน 1 รายการ 737,136 บาท
โดยเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ที่ จ.สมุทรปราการ ยานพาหนะของนายเซีย จำนวน 4 รายการ มูลค่า 604,500 บาท โดยเป็นรถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 3 คัน สิทธิและสัมปทานของนายเซีย 137,815 บาท สิทธิและสัมปทานของนางทองใบ 200,000 บาท ทรัพย์สินอื่นของนายเซีย 191,890 บาท ได้แก่ นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน ปืนสั้น 9 มม. 1 กระบอก และทองรูปพรรณ ประกอบด้วยสร้อยคอหนัก 2 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือหนัก 2 บาท 1 เส้น แหวนหนัก 2 สลึง 2 วง ทรัพย์สินอื่นของนางทองใบ มูลค่า 159,250 บาท โดยเป็นทองรูปพรรณ สร้อยคอ และสร้อยข้อมือ
นายเซียแจ้งว่า มีรายได้ต่อปี 1,465,268 บาท เป็นเงินเดือน 854,760 บาท เงินประจำตำแหน่ง 507,960 บาท เงินปันผลจากการถือหุ้นสหกรณ์เครดิตยูเนียน 9,294 บาท ดอกเบี้ยเงินฝาก 806 บาท รายได้จากการทำนา ซึ่งเป็นการขายข้าวเปลือกและประกันราคาข้าวต่อปี 84,448 บาท ค่าตอบแทนจากการบริหารงานสหกรณ์เครดิตยูเนียน 8,000 บาท นอกจากนี้ มีรายจ่ายต่อปี 1,045,890 บาท เป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าอุปโภคบริโภค ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่ายานพาหนะ ค่าผ่อนรถยนต์ ค่าหุ้นสหกรณ์ ค่าท่องเที่ยว ค่าการกุศลสาธารณะ 78,000 บาท เงินบริจาค 288,000 บาท และค่าทำนา 55,000 บาท
ขณะที่นางทองใบ มีรายได้ต่อปี 320,939 บาท เป็นเงินเดือน 277,002 บาท เงินโบนัส 27,314 บาท เงินปันผลจากการถือหุ้นสหกรณ์เครดิตยูเนียน 8,818 บาท ดอกเบี้ยเงินฝาก 1,279 บาท ค่าตอบแทนจากการบริหารงานสหกรณ์เครดิตยูเนียน 6,500 บาท และมีรายจ่ายต่อปี 306,962 บาท เป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าอุปโภคบริโภค ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าหุ้นสหกรณ์ ค่าท่องเที่ยว ค่าการกุศลสาธารณะ 73,600 บาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชัดเจน! 'นิพิฏฐ์' เผยความเชื่อ 5 ประการ ปีศาจทางการเมืองตัวใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความเชื่อ 5 ประการ ของผม ผมเป็นเพียงอดีตนักการเมือง เป็นคนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความเห็นผม
เปิดบัญชีทรัพย์สิน 'เลขาธิการ ป.ป.ช.' รวย 33.9 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69
ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด 'อุตสาหกรรม จ.สระแก้ว-วิศวกรชำนาญ' ออกใบอนุญาตโรงงานมิชอบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีกล่าวหา นายศุภกฤต พรรคนาวิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว
ป.ป.ช. ฟัน ผกก.สภ.ปัว ทุจริตเบิกค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด พันตำรวจเอก เจริญ สุริยงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปัว จังหวัดน่าน กับพวก ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยไม่มีการปฏิบัติงานจริงแล้วรวบรวมนำเงินที่เบิกได้ทั้งหมดมาแบ่งจัดสรรให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายของสถานีตำรวจภูธรปัว
ป.ป.ช. ชี้มูล นายก อบต.ทุ่ม จ.ศรีสะเกษ กับพวก เรียกรับผลประโยชน์แลกต่อสัญญาจ้าง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวกเรียก รับ ผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายรายเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
อดีตผู้พิพากษา ชี้สอบ ป.ป.ช. 'คดีศักดิ์สยาม' บททดสอบนิติรัฐไทย
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา ระบุการเข้าชื่อร้องสอบคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้นของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือบททดสอบสำคัญของหลักนิติรัฐไทย ตั้งคำถามต่อมติ ป.ป.ช. ที่สวนทางคำวินิจฉัยศ

