สส.จันทบุรี ก้าวไกล ควงผู้ช่วย สส. เปิดหน้าแลกหมัด ผอ.โรงเรียน ปมบังคับให้เซ็นใบอนุโมทนาทิพย์

10 พ.ย.2566 - น.ส.ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สส.จันทบุรี พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า สรุปประเด็น ผู้ช่วยสส.ถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจไปข่มขู่คุกคามผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง

1. เหตุการณ์ที่ ผอ.โรงเรียนได้อ้างขึ้นเกิดในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งในระยะเวลานั้นเองทาง สส.เฟิร์นยังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และ สส.เฟิร์นกับผู้ช่วยฯ(คุณจารุวรรณ) ยังไม่ได้มีการรู้จักกันเป็นการส่วนตัว

ดังนั้นเเล้ว คุณจารุวรรณไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองไปใช้กดดันคุกคามตัวผอ.คนดังกล่าว

2. เรื่องการบังคับให้ผอ.เซ็นใบอนุโมทนาบัตร ที่ถูกพูดถึงความจริงคือ'ใบประกาศเกียรติคุณ' ไม่ใช่ ใบอนุโมทนาบัตร ซึ่งใบประกาศเกียรติคุณนี้ไม่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้และคุณจารุวรรณไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้เป็นเพียงคนกลางทำหน้าที่ประสานงานวัดกับโรงเรียนเพื่อขอใบประกาศเกียรติคุณแก่หลวงพ่อเท่านั้น(เพราะมีศักดิ์เป็นปู่เเละหลาน) เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการจัดทอดผ้าป่าและขอให้หลวงพ่อเป็นประธานในการทอดผ้าป่า จัดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ทางวัดได้มีการติดตามให้ทางโรงเรียนชี้เเจง รายรับ-รายจ่าย ของผ้าป่านี้ แต่ ณ ปัจจุบันทางวัดยังไม่ได้รับการชี้เเจงเป็นหนังสือแต่อย่างใด มีเพียงการพูดถึงคร่าวๆในเรื่องของยอดเงินที่ไม่แน่นอน

3. เรื่องในการกล่าวหาว่าคุณจารุวรรณได้ปลุกระดมชาวบ้านเพื่อกดดัน ผอ. ซึ่งเรื่องนี้ตัวแทนชาวบ้านได้ชี้เเจงว่าเรื่องที่ร้องเรียนผอ.นั้นเกิดมานานเเล้ว เนื่องจากพบความผิดปกติของทุนการศึกษาของนักเรียนที่ได้ไม่ครบ เเละเงินบริจาคอื่นๆ ที่มีผู้บริจาคแก่โรงเรียนเพื่อมอบให้แก่นักเรียนแต่กลับไม่ได้รับ และเรื่องอื่นๆ จนทำให้เกิดข้อสงสัยในการบริหารงาน ผู้ปกครองหลายคนจึงรวมตัวร้องเรียนไปที่เขตหลายต่อหลายครั้ง และคุณจารุวรรณไม่ได้ปลุกระดมชาวบ้านแต่อย่างใด

4. ประเด็นที่ผอ.กล่าวอ้างว่าถูกบีบบังคับให้ออกจากราชการนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวที่ชี้แจ้งไปข้างต้นนี้ กรรมการสถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนตามกระบวนการผ่านทางต้นสังกัดตามความเป็นจริงไม่ได้บีบบังคับหรือคุกคาม ผอ.แต่อย่างใด และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน เม.ย. 2566 ก่อนที่ สส.เฟิร์นจะได้ลงสมัครรับเลือกตั้งและคุณจารุวรรณเองยังไม่มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยสส.ทั้งสิ้น

ดังนั้นการที่จะใช้ตำแหน่งทางการเมืองคุมคามเป็นไปไม่ได้ ซึ่งในใบลาออกผอ.ได้มีการเขียนสาเหตุชัดเจนว่าป่วยหนัก ในด้านกระบวนการร้องเรียนเป็นไปตามกระบวนการทุกขั้นตอน ส่วนผลการสอบสวนสามารถติดตามได้ที่สำนักงานเขตการศึกษาต้นสังกัด และขอยืนยันว่าทุกเหตุการณ์ที่ผอ.กล่าวอ้าง ทางสส.เฟิร์นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและขณะนั้นคุณจารุวรรณเป็นเพียงประชาชนธรรมดาไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองไปคุกคามแต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัยธวัช' ซัด ป.ป.ช.ก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ

“ชัยธวัช” ถามป.ป.ช.ใช้วิจารณญาณอะไร รับคำร้องฟ้อง 44 สส.ก้าวไกล เป็นการก้าวล่วงอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ ทั้งที่เรื่องนี้ไม่ควรเป็นคดีตั้งแต่แรก

'ภท.' จ่อฟ้อง 'ษัษฐรัมย์' พร้อมปรามอย่าปลุกม็อบ

'ศุภชัย' จ่อดำเนินคดี 'ษัษฐรัมย์' กล่าวหาคนภูมิใจไทย ต้นตอทุจริตประกันสังคม พร้อมปรามอย่าปลุกม็อบ ยันยินดีรับฟังหาไม่เจตนาทำลายชื่อเสียงพรรค

'อรรถกร'ลั่นกีฬาไทย ต้องเป็นพื้นที่สีขาว สั่งจับตาปมล่วงละเมิด-คุกคาม

“อรรถกร” ลั่น กีฬาไทยต้องเป็นพื้นที่สีขาว! สั่งจับตาปมล่วงละเมิดและคุกคามนักกีฬา ยันเอาผิดถึงที่สุด พร้อมยกระดับสวัสดิภาพนักกีฬา ดีเดย์จ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงเข้าบัญชีนักกีฬา 

‘แกว่งส้มหาเสี้ยน’ ร้องกกต.ฟัน‘เจี๊ยบ’

"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ "เจี๊ยบ" กับพวกปราศรัยถูกปล้นชัยชนะ ชี้ผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.และเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่ ระบุกรณีตัวอย่างคำวินิจฉัย กกต.